เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 1031

บทที่ 1031 การล่มสลายของหน่วยนกฮูกราตรี

เดิมหน่วยนกฮูกราตรีคิดว่าได้บรรลุข้อตกลงกับหลิ่วหมิงแล้วจึงผ่อนคลายความระมัดระวัง ไม่คาดคิดเลยว่าหลิ่วหมิงจะกลับคำและโจมตีอย่างไร้ปรานี

หัวหน้าหน่วยนกฮูกราตรีตกใจจนหน้าซีด ตะโกนด้วยความโกรธ “หลิ่วหมิง นี่คือเกียรติของโหวฉินที่เจ้าว่าหรือ?!”

หลิ่วหมิงมองอย่างดูถูก “เมื่อพวกเจ้าตายหมดแล้วย่อมไม่มีใครรู้เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้”

หากเป็นสมาชิกที่ซื่อสัตย์ของหน่วยนกฮูกราตรี แม้จะยืนอยู่คนละฝ่ายก็ยังมีคุณค่าในการเกณฑ์ แต่พวกคนทรยศ เพื่อประโยชน์ส่วนตน ไม่เพียงแต่ขายนายเลื่อนตำแหน่ง ยังสามารถทรมานพี่น้องร่วมหน่วยที่ต่อสู้มาด้วยกัน

พวกสารเลวเช่นนี้ หากปล่อยให้มีชีวิตก็มีแต่จะเพิ่มปัจจัยความไม่มั่นคง การฆ่าพวกเขาทั้งหมดต่างหากที่จะรับประกันว่าพวกเขาจะไม่ก่อความชั่วร้ายอีก

หน่วยนกฮูกราตรีตกใจรีบยิงธนูด้วยความเร็วสูงสุด ยิงธนูใส่องครักษ์ค่ายเทียนจีที่กำลังพุ่งเข้ามา

พร้อมเสียงดังกระหึ่ม ธนูหลายดอกยิงถูกองครักษ์ค่ายเทียนจี น่าเสียดาย ระยะห่างใกล้เกินไป ทั้งยังยิงอย่างตื่นตระหนก แล้วไหนองครักษ์ค่ายเทียนจียังสวมเกราะที่แข็งแกร่งอีก

แม้องครักษ์ค่ายเทียนจีหลายคนจะถูกยิงจนเต็มตัว แต่ชัดเจนว่าธนูไม่สามารถทะลวงเกราะได้

กระทั่งองครักษ์ค่ายเทียนจีที่ถูกยิงเต็มตัว ยังสามารถต่อสู้ได้อย่างไม่มีผลกระทบ พุ่งเข้าใกล้หน่วยนกฮูกราตรี แหลนและมีดสั้นถูกดึงออกมา สังหารศัตรูได้อย่างง่ายดาย ชั่วพริบตาก็สังหารหน่วยนกฮูกราตรีไปเจ็ดถึงแปดนาย

ช่วงเวลาเดียวกัน องครักษ์เสื้อแพรยิงธนู เนื่องจากหน่วยนกฮูกราตรีต้องซ่อนตัวจึงไม่สามารถสวมใส่เกราะป้องกันที่มีพลังป้องกันสูงได้ เผชิญหน้ากับหัวลูกธนูเฉพาะของค่ายเทียนจีจึงไร้ความสามารถในการต่อสู้ ชั่วพริบตา สมาชิกหน่วยนกฮูกราตรีอีกหกเจ็ดคนล้มลง

หัวหน้าหน่วยนกฮูกราตรีรีบหลบไปด้านหลังจึงไม่ถูกสังหารในตอนแรก

เขารู้ดีถึงความดุร้ายขององครักษ์ค่ายเทียนจีจึงไม่กล้าโผล่หน้า รีบสั่งให้ทุกคนถอยทัพ

ผลปรากฏว่าหัวหน้าหน่วยนกฮูกราตรีเพิ่งปีนขึ้นกำแพง ก็ถูกธนูยิงใส่หลังอย่างแม่นยำ

ลูกธนูยิงถูกตำแหน่งหัวใจ ได้ยินเสียงร้องครวญครางดังขึ้น หัวหน้าหน่วยนกฮูกราตรีร่วงกำแพง และถูก องครักษ์ค่ายเทียนจีพุ่งเข้าโจมตีจนเสียชีวิต

ธนูแม่นยำนี้พุ่งออกไปจากมือของหลิ่วหมิง แล้วเขาก็ส่งคันธนูสั้นคืนให้กับองครักษ์ค่ายเทียนจี มองหน่วยนกฮูกราตรีที่กำลังหนีไป เพียงแค่โบกมือเบา ๆ พร้อมกล่าวอย่างไร้ความเมตตา “แม้พวกมันจะมีปีก ก็ไม่อาจหนีพ้นเมืองหลวงไปได้!”

“คนละพันตำลึง รวมสามหมื่นหกพันตำลึง? ฮ่า ๆๆ หมายความว่ามีสามสิบหกคนสินะ?”

“นับจำนวนศพทั้งหมดแล้วค่อย ๆ ค้นหาในเมือง กำจัดหน่วยนกฮูกราตรีสามสิบหกคนนี้ให้หมดสิ้น!”

หลิ่วหมิงหันมามองลานบ้านอย่างดูถูก “สำหรับที่นี่ ให้ทำความสะอาดศพ แล้วขนสิ่งของมีค่าทั้งหมดออกไป แล้วจะส่งกลับไปที่อำเภอเป่ยซี”

หลังจากสั่งการเสร็จ หลิ่วหมิงก็ไม่รีรอ ก้าวเดินจากไป

หลิ่วหมิงเดินตรงหน้าฉินเฟิง รายงานเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้อย่างละเอียด

ฉินเฟิงเพียงแค่พยักหน้าเบา ๆ ถือเป็นการอนุมัติการตัดสินใจของหลิ่วหมิง พวกหน่วยนกฮูกราตรีเหล่านั้นไม่อาจเหลืออยู่ได้ คำกล่าวที่ว่า ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเป็นเพียงคำโกหก ด้วยความสามารถทางวิชาชีพของพวกเขา หากต้องการ พวกเขาสามารถก่อตั้งหน่วยนกฮูกราตรีขนาดเล็กได้ และสร้างความวุ่นวายในดินแดนแคว้นต้าเหลียง

ฉินเฟิงรับจดหมายจากมือหลิ่วหมิง แล้วตรวจสอบอย่างละเอียด อารมณ์ดีขึ้นอย่างมาก หลักฐานเหล่านี้เพียงพอที่จะโค่นล้มฮ่องเต้เป่ยตี๋ตามกฎหมาย และเปิดทางให้จิ่งเชียนอิ่งสืบทอดราชบัลลังก์ได้แล้ว

สายตาของฉินเฟิงมองไปยังอู๋ฟางซวี่อีกครั้ง แววตาอ่อนโยนขึ้นมาก

“ด้วยในพระราชวังมีทหารคุ้มกันหนาแน่น สามารถบุกออกมาได้ทุกเมื่อ กองทัพของท่านจำเป็นต้องเฝ้าระวังพระราชวังตลอดเวลา เช่นนี้แล้วประชาชนคงยากที่จะอุ่นใจ แล้วจะพูดถึงการฟื้นฟูระเบียบและการผลิตได้อย่างไร”

ได้ยินคำพูดนี้ ในใจฉินเฟิก็เห็นด้วย

อู๋ฟางซวี่ผู้นี้ แม้ว่าจะขายฮ่องเต้เป่ยตี๋ แต่ก็พิสูจน์ว่าเขาเป็นแค่คนเห็นแก่ตัว และไม่ใช่คนโง่เขลาแต่อย่างใด

คำพูดของเขากระทบจุดสำคัญอย่างสิ้นเชิง อย่างน้อยคนนี้ก็ใช้การได้

ฉินเฟิงพยักหน้าเล็กน้อย “หากพระราชวังยังไม่ถูกยึด ประชาชนย่อมไม่อาจอุ่นใจได้ ไม่ทราบว่าท่านทั้งหลายมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง”

เหล่าขุนนางที่อยู่ในห้องล้วนเป็นบรรดาจิ้งจอกเฒ่าในราชสำนัก พวกเขาย่อมเข้าใจดี คำว่า ‘อุ่นใจ’ ของฉินเฟิงแท้จริงแล้วคือ ‘ตัดใจ!’

ตราบใดที่พระราชวังยังคงอยู่ ใจประชาชนก็จะยังมีความหวัง คิดว่าสักวันหนึ่งฮ่องเต้เป่ยตี๋จะกลับมาอีกครั้ง ดังนั้นแม้รู้ว่าสงครามล้มเหลว พวกเขาก็ยังไม่กล้าเข้าข้างฉินเฟิง

ประชาชนไม่ได้มีความเด็ดขาด เกณฑ์เดียวในการตัดสินใจของพวกเขาคือ การตัดสินนั้นจะทำให้ตนเองตายหรือไม่ หากมีความเสี่ยงแม้เพียงนิด พวกเขาก็ไม่ประสงค์จะเสี่ยง

อู๋ฟางซวี่กล่าวขึ้นว่า “เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว และท่านโหวฉินยังกังวลว่าการโจมตีพระราชวังจะก่อให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก ตามความคิดเห็นของข้าน่าจะสละความคิดในการโจมตีเสียเลยดีกว่า”

ฉินเฟิงสนใจ “โอ้? ใต้เท้าอู๋มีความคิดเห็นอย่างไร?”

อู๋ฟางซวี่รีบอธิบาย “ก่อนอื่นขอพูดถึงข้อเสียของการโจมตีพระราชวัง ประการแรก จะก่อให้เกิดบาดเจ็บล้มตาย ประการที่สอง จะทำให้ประชาชนในเมืองหลวงต้องเผชิญหน้ากับสงคราม หวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยประสบมาก่อน ภายหลังจะเป็นการยากต่อการเกลี้ยกล่อมจิตใจประชาชน”

“แม้จะยึดพระราชวังได้ประชาชนก็จะคิดว่าท่านชอบการฆ่าฟัน”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ