บทที่ 1053 เส้นทางกลับบ้านอันแสนไกล
ฮ่องเต้ต้าเหลียงตั้งใจจะให้ครอบครัวหมิงอ๋องกลับมายังเมืองหลวงเพื่อเป็นการแสดงท่าทีต่อฉินเฟิง จากนี้จะได้ร่วมมือกันอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลสิ่งใด
แต่คำพูดของฉินเทียนหู่ที่ว่า ‘รักษาสถานะปัจจุบันไว้’ ก็ถือเป็นการเตือนสติฮ่องเต้ต้าเหลียง
การที่หมิงอ๋องอยู่ที่ชายแดนเหนือก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ท้ายที่สุดแล้วเขาก็เป็นราชวงศ์ การอยู่ร่วมกับฉินเฟิง คอยสอดส่องดูแลแม่ทัพทั้งสามของชายแดนเหนือก็นับว่าสมเหตุสมผล ทั้งยังสามารถปิดปากผู้คนทั่วหล้าได้ ป้องกันไม่ให้ผู้ใดยุยงว่าแคว้นต้าเหลียงมีฮ่องเต้สองพระองค์
ฮ่องเต้ต้าเหลียงรู้สึกเหมือนภาระบนบ่าเบาลงไปมาก
ตระกูลฉินปูทางไว้เกือบสมบูรณ์แล้ว ฮ่องเต้ต้าเหลียงเพียงแค่ต้องดูแลราชกิจภายในและจัดการขุนนางต่าง ๆ เท่านั้น
ส่วนการส่งกองทัพไปปราบปรามตระกูลใหญ่ทางใต้ช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิฮ่องเต้ต้าเหลียงก็มั่นใจมาก
ตอนนี้เอง ฮ่องเต้ต้าเหลียงนึกบางอย่างขึ้นมาได้ ตอนนี้ราชวงศ์หลี่และตระกูลฉินต่างก็มีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน จึงไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรแล้ว
ฮ่องเต้ต้าเหลียงถามขึ้นว่า “มหาเสนาฉิน หลี่ยงพาบ่าวไพร่ออกเที่ยวเตร่ตามท้องถนน สร้างผลกระทบที่เลวร้ายนัก เจิ้นคิดจะเนรเทศลูกทรยศผู้นี้ออกจากเมืองหลวง เจ้าคิดเห็นเช่นไร?”
ฮ่องเต้ต้าเหลียงแน่นอนว่าเข้าใจความคิดของฉินเฟิงที่ต้องการปกป้องหลี่ยงเพื่อเก็บรักษาคนมีความสามารถของราชวงศ์หลี่ไว้
แต่ตอนนี้เขากำลังอยู่ในวัยที่เข้มแข็งและแข็งแกร่ง อีกทั้งหลี่ยงเคยก่อความผิดร้ายแรง ช่วงเวลานี้ การกระทำใด ๆ ของหลี่ยงล้วนขวางตานัก
ฉินเทียนหู่ประสานมือคำนับ “เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในราชวงศ์ ไม่สมควรที่ขุนนางเฒ่าอย่างกระหม่อมก้าวก่าย”
“ทุกอย่างขอให้เป็นไปตามพระประสงค์ของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
“ฝ่าบาทก็ทรงทราบดีว่าเส้นแบ่งของตระกูลฉินอยู่ตรงไหน ตราบใดที่ไม่กระทบต่อผลประโยชน์ของแคว้นต้าเหลียง ตระกูลฉินย่อมทุ่มเทสนับสนุนการตัดสินพระทัยของฝ่าบาทอย่างสุดกำลัง”
เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้ ฮ่องเต้ต้าเหลียงก็วางพระทัย
สิ่งที่พระองค์โปรดปรานที่สุดในตระกูลฉินก็คือเรื่องนี้ ตระกูลฉินแทบจะไม่เคยขัดแย้งกับฮ่องเต้ต้าเหลียง แม้แต่ในยามที่มีความเห็นทางการเมืองไม่ตรงกันก็จะเตือนฮ่องเต้ต้าเหลียงเป็นการส่วนตัว ไม่เคยนำไปป่าวประกาศในท้องพระโรงให้ฮ่องเต้ต้าเหลียงต้องกระอักกระอ่วนใจ
มีความสามารถ พละกำลัง ทั้งยังรู้จักวางตัวอย่างเหมาะสม ฮ่องเต้ต้าเหลียงยากที่จะไม่ชื่นชอบ
……
หลังจากได้รับพระบัญชาจากฮ่องเต้เป่ยตี๋ ฉินเฟิงรีบจัดการทุกอย่างอย่างรวดเร็วและเรียบง่าย มอบหมายให้หลี่จางค่อย ๆ รับช่วงต่องานน้อยใหญ่ ส่วนเขาก็จัดเตรียมข้าวของเพื่อออกเดินทางจากเป่ยตี๋กลับไแคว้นต้าเหลียง
แม้จะรีบร้อนไปบ้าง แต่เพื่อหลี่เซียวหลานแกับจิ่งเชียนอิ่ง ฉินเฟิงไม่มีทางเลือกอื่น
ขบวนเดินทางกลับแคว้นต้าเหลียงครั้งนี้นับได้ว่ายิ่งใหญ่
เฉพาะกองกำลังก็มีมากกว่าสองหมื่นคน รวมกับชาวบ้านที่อพยพมาจากอำเภอฉางสุ่ย ไหนจะครอบครัวและผู้ติดตามของฉินเฟิงเอง ทั้งหมดรวมแล้วเกือบสามหมื่นคน
การเดินทางไกลของคนสามหมื่นคนยากลำบากไม่ต่างจากการเคลื่อนทัพใหญ่ ฉินเฟิงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเตรียมเสบียงอาหาร
เมื่อพิจารณาว่าแคว้นเป่ยตี๋กำลังอ่อนแอ เสบียงอาหารขาดแคลน หากจะจัดหาในพื้นที่เหมือนจะยากเกินไป
ฉินเฟิงจำต้องขนส่งเสบียงจากอำเภอเป่ยซีมาแทน ด้วยเหตุนี้จึงต้องจัดตั้งกองคาราวานขนส่งเสบียงโดยเฉพาะ รวมถึงกองกำลังทหารที่คอยคุ้มกันเสบียง ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเข้ามาอีก
ยุคสมัยนี้ แม้แต่การกลับบ้านก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
ประเมินอย่างระมัดระวัง การเดินทางกลับต้าเหลียงครั้งนี้ เฉพาะค่าใช้จ่ายระหว่างทางก็ต้องใช้เงินหลายหมื่นตำลึงแล้ว
โชคดีที่อำเภอเป่ยซีพึ่งพาได้ เงินก้อนนี้ดจึงมาจากคลังของอำเภอเป่ยซีและค่ายเทียนจี
แม้การติดต่อสื่อสารภายใต้การบัญชาของฉินเฟิงจะสะดวกและการจัดการเคลื่อนพลก็รวดเร็วยิ่ง แต่การจัดเตรียมกองทัพให้พร้อมออกเดินทางก็ยังต้องใช้เวลาเกือบครึ่งเดือน
เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อม ยามรุ่งสางฉินเฟิงสะดุ้ง เพราะถูกดึงหูอย่างแรง
ลืมตาขึ้นมาก็เห็นเสิ่นชิงฉือ
“ดวงอาทิตย์ขึ้นสูงจนส่องก้นแล้ว เจ้ายังจะนอนอยู่อีก เจ้าจะขี้เกียจจนตายหรือไร?”
“รีบลุกเร็วเข้า ทุกคนรอเจ้าอยู่!”
ไม่ยอมแสดงสีหน้าดี ๆ ให้ฉินเฟิงเลยสักนิด
“ต่อให้เจ้าพูดจนฟ้าถล่มก็เปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ไม่ได้ ออกไปเสียให้พ้นจะดีกว่า”
ฉินเฟิงเกาท้ายทอย ทำหน้างุนงง
“พี่หญิงใหญ่ ท่าน…ท่านเกลียดข้าใช่หรือไม่”
“หากไม่เกลียดข้า เหตุใดต้องคอยแต่กลั่นแกล้งข้าอยู่ทุกวี่วัน”
เสิ่นชิงฉือยอมรับตรง ๆ “ถูกต้อง ข้าเกลียดนัก!”
ได้ยินแบบนี้ ฉินเฟิงถึงกับเบิกตาโพลง “เหตุใดกัน? ข้าไปล่วงเกินท่านเรื่องใดเข้า?”
เสิ่นชิงฉือเชิดหน้า มองดูฉินเฟิงด้วยสายตาราวกับกำลังมองเด็กเสเพล ก่อนจะกล่าวอย่างหงุดหงิด “เจ้าทำให้น้องสาวทั้งสองของข้าต้องลำบากถึงเพียงนี้ ยังจะต้องถามอีกหรือว่าเจ้าล่วงเกินข้าเรื่องใด?”
“แต่ก่อนเซียวหลานกับเชียนอิ่งสง่างามเพียงใด แล้วตอนนี้เป็นอย่างไร? เหมือนคนป่วยไข้ ไร้เรี่ยวแรงทั้งวัน”
“ข้า… ข้าก็มิได้ตำหนิเจ้าในเรื่องนั้น ด้วยเป็นเรื่องความรักระหว่างชายหญิง พวกเจ้าต่างสมัครใจ แม้แต่สวรรค์ก็ไม่อาจห้าม”
“แต่… ตอนนี้ไร้ทั้งชื่อไร้ทั้งตำแหน่ง กลับตั้งครรภ์เสียแล้ว ใช่เรื่องหรือไม่?”
พอเห็นเสิ่นชิงฉือออกหน้าปกป้องน้องสาวทั้งสองคน ฉินเฟิงอดนึกขำไม่ได้
พูดไปพูดมาก็เป็นเรื่อง ‘ท้องก่อนแต่งงาน’ นี่เอง
แม้ฉินเฟิงจะรู้สึกว่าเสิ่นชิงฉือทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ไปหน่อย แต่พอคิดอีกที การท้องก่อนแต่งงานในยุคนี้ก็เป็นเรื่องที่ผู้คนไม่อาจยอมรับ
หากไม่ใช่เพราะสถานะและตำแหน่งของฉินเฟิง เกรงว่าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปคงถูกผู้คนหัวเราะเยาะแล้ว
“พี่หญิงใหญ่ ข้ายังไม่ร้อนใจ แล้วไยท่านถึงต้องร้อนใจด้วยเล่า?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ