เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 1066

บทที่ 1066 ความมืดในใจ

ฉินเฟิงปิดหน้าต่างรถม้าอีกครั้ง แต่ไม่ก็เลิกม่านรถ เดินออกมา

“ท่านโหว ระวังด้วย คนผู้นี้อันตรายนักก!”

อู๋ถังรีบเข้าไปคุ้มกันฉินเฟิงอย่างใกล้ชิด ฉินเฟิงตบไหล่เขาเบา ๆ เป็นเชิงบอกว่า ไม่ต้องกังวล

พอเดินมาถึงตรงหน้าเฉินป้า ฉินเฟิงค่อย ๆ ย่อตัวลง ลูบชุดเกราะกองทหารม้าทมิฬที่อยู่บนร่างของเฉินป้า ดวงตาเต็มไปด้วยความชื่นชม

แต่เมื่อสายตาเลื่อนตามเกราะไปหยุดที่ใบหน้าของเฉินป้า แววตาก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาไร้ความปรานี

“ตระกูลเฉินสร้างวีรบุรุษมามากมาย สมควรจะได้จารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ น่าเสียดาย…จิตใจคับแคบเกินไป”

“หากอยู่ในสนามรบ ทุกคนที่ตายต่อหน้าข้าต้องมาแก้แค้นข้า เช่นนั้นข้าก็คงต้องฆ่าผู้คนทั่วหล้าแล้ว?”

กล่าวจบ ฉินเฟิงก็ตบที่เอวของเฉินป้า การกระทำแปลกประหลาดของเขาทำให้ดวงตาของเฉินป้าเต็มไปด้วยความโกรธและความสงสัย

ฉินเฟิงถอนหายใจยาวอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “บนตัวเจ้าไม่มีทั้งถุงเสบียงและถุงน้ำ แสดงว่าเจ้าวิ่งมาที่นี่อย่างรีบร้อน”

“ตอนนี้เป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านสำคัญ เจ้าในฐานะทายาทตระกูลเฉินไม่ควรออกมาเพ่นพ่านเช่นนี้”

“อีกอย่าง พี่ชายร่วมแซ่ของเจ้าก็ติดตามจิ่งเผิงไปยังป๋อโจวแล้ว ยามนี้ลูกหลานในตระกูลเฉินควรรวมตัวกันแน่นแฟ้น”

“เกรงว่า ตระกูลเฉินของพวกเจ้า…คงอยู่ไม่ไกลจากที่นี่กระมัง?” ได้ยินคำฉินเฟิง หัวใจเฉินป้าหนักอึ้ง ทว่าแววตายังคงดุดันไม่เปลี่ยนแปลง

“เจ้าคิดจะทำอะไร?! ตระกูลเฉินของข้าไม่มีคนขี้ขลาด!”

ฉินเฟิงไม่ได้อธิบาย เพียงลุกขึ้นแล้วสั่งการกับองครักษ์ค่ายเทียนจีคนหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจว่า “ไปตามหน่วยอาวุธมืดมา แล้วส่งคำสั่งข้า”

“ให้ขบวนรถเปลี่ยนเส้นทาง มุ่งหน้าไปตระกูลเฉิน”

“ข้าได้ให้โอกาสตระกูลเฉินไปแล้ว เมื่อพวกเขาต้องการสู้แม้เหลือทหารคนสุดท้าย สู้ตายไม่ยอมเลิกรา เช่นนั้นข้าก็จะทำตามความปรารถนาของพวกเขา”

ฉินเฟิงมองแผ่นหลังขององครักษ์ค่ายเทียนจีพลางส่ายหน้า ยกยิ้มขมขื่น เขาไม่อยากสังหารไปทั่ว ตอนนี้เบื้องหลังของเขาคือจิ่งเชียนอิ่งและหลี่เซียวหลาน สองภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์

ตระกูลเฉินมีรากฐานแข็งแกร่ง หากพวกเขาทุ่มสุดกำลังเพื่อแก้แค้นจะไม่ทำให้ภรรยาและบุตรของเขาตกอยู่ในอันตรายหรือ?

เฉินป้าจ้องมองฉินเฟิงด้วยสายตาเดือดดาล “ข้าจะฆ่าเจ้า! ข้าต้องฆ่าเจ้าให้ได้!”

ฉินเฟิงไม่พูดอะไร เพียงดึงตะบองหัวฟักทองออกจากเอวขององครักษ์ค่ายเทียนจีคนหนึ่ง แล้วลูบเกราะอกของเฉินป้าเบา ๆ

“เกราะหนักของกองทหารม้าทมิฬเหมาะกับเจ้ามาก ข้ามอบให้เจ้า!”

สิ้นเสียง ฉินเฟิงยกตะบองฟาดลงบนเกราะอกอย่างหนักหน่วง เสียงดังสนั่น

เมื่อโดนตะบองฟาด เฉินป้าร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แม้ฉินเฟิงจะใช้พลังทั้งหมดที่มี แต่ก็ยังไม่สามารถสังหารเฉินป้าผ่านเกราะหนานี้ได้

ไม่เป็นไร ฉินเฟิงยกตะบองหัวฟักทองขึ้น แล้วฟาดซ้ำอีกครั้งอย่างหนักหน่วง

หนึ่งที! สองที! สามที…!

“เฉินป้า เจ้าไม่ได้ด้อยไปกว่าพี่ชายร่วมตระกูลของเจ้าเลย แต่เหตุใดเจ้าจึงต้องมาข่มขู่ข้าต่อหน้าภรรยาและลูกของข้าด้วย?”

“หากข้าไม่ฆ่าเจ้า จะให้ข้ารอจนเจ้ามาทำร้ายภรรยาและลูกของข้าหรือ?”

“ข้าเคยให้โอกาสเจ้าแล้ว ให้โอกาสตระกูลเฉินแล้วด้วย เหตุใดไม่รู้จักถนอมน้ำใจ?”

ปัง!

ฉินเฟิงทุบอย่างต่อเนื่อง เขานับถือในตัวเฉินป้า และไม่อยากให้วีรบุรุษเช่นนี้ต้องมาตายเยี่ยงสุนัขในที่รกร้าง

“ท่านโหว ผู้ที่สมควรตายล้วนถูกสังหารหมดสิ้นแล้ว”

“ส่วนผู้ที่ท่านไม่ประสงค์จะสังหารข้าน้อยก็ไม่ได้แตะต้อง คนชรา สตรี และเด็ก ล้วนถูกต้อนเข้าไปในเรือนหลัง”

“ตั้งแต่หัวหน้าตระกูลเฉิน จนถึงบ่าวไพร่ ชายฉกรรจ์ทั้งหมดถูกสังหาร รวมเจ็ดสิบเก้าคน”

ฉินเฟิงฟังหลิ่วหมิงรายงานพลางเดินมุ่งหน้าไปยังเรือนหลัง พอผลักประตูเรือนหลังเปิดออก ภาพที่ปรากฏคือคนชรา สตรี และเด็กกว่าร้อยคน

คนชรา สตรี และเด็กมีมากมายถึงเพียงนี้ แต่ชายฉกรรจ์มีเพียงเจ็ดสิบเก้าคน? เหมือนว่าตระกูลเฉินจะทุ่มเทสุดกำลังเพื่อเป่ยตี๋ ส่งชายฉกรรจ์ที่เก่งกาจออกไปจนแทบหมดสิ้น

ฉินเฟิงมองผู้คนที่เบียดเสียดกันอยู่ ทั้งคนชรา สตรี และเด็ก ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความชิงชัง เขารู้ดีว่าคนพวกนี้ก็เกลียดชังตนเช่นกัน โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ยังไม่โตและทารกในครรภ์ของสตรีเหล่านั้น เมื่อเติบโตขึ้นย่อมต้องมาแก้แค้นอย่างแน่นอน

แม้จะรู้เช่นนั้นฉินเฟิงก็ยังไม่อาจลงมือกับพวกเขา

นี่คือความเป็นมนุษย์เพียงน้อยนิดที่ฉินเฟิงเหลือไว้ให้ตัวเอง มิเช่นนั้นเขาจะต่างอะไรกับผู้มีอำนาจคนอื่น ๆ ในยุคสมัยนี้

ฉินเฟิงถามขึ้น “พวกเจ้าก็อยากฆ่าข้าหรือ?”

เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของฉินเฟิง หญิงสาววัยเยาว์คนหนึ่งในฝูงชนที่กำลังประคองท้องเริ่มโตของนางถามกลับว่า “สามีของข้าตายแล้วหรือ?”

ฉินเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “สามีของเจ้าคือเฉินป้าใช่หรือไม่?”

หญิงสาวผู้นั้นพยักหน้า ฉินเฟิงถอนหายใจยาว แล้วกล่าวตามรง “ตายแล้ว”

หญิงสาวร้องไห้ ก่อนจะหัวเราะออกมา “ข้าจะไม่ฆ่าท่าน จริง ๆ นะ… พวกข้าแค่อยากมีชีวิตรอด ขอร้องล่ะ ได้โปรดไว้ชีวิตพวกข้าด้วย”

เมื่อเห็นหญิงสาวเปลี่ยนท่าทีฉับพลัน ฉินเฟิงอดที่จะยิ้มขื่นไม่ได้

“ลีลาการแสดงของเจ้าแย่เกินไป ในอนาคตเจ้าจะต้องส่งลูกของเจ้ามาฆ่าข้าแน่ ใช่หรือไม่”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ