บทที่ 1137 วันมงคลสมรส
เมื่อได้ยินคำพูดของฉินเฟิงความกังวลในใจของเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์พลันสลายไป ราวกับไม่เคยมีมาก่อน
ที่แท้ในใจของฉินเฟิงนางก็คือภรรยาของเขามาตั้งแต่แรกแล้ว
ความประหลาดใจและความสับสนทั้งหมดของเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ถูกแทนที่ด้วยความซาบซึ้งใจ น้ำตาไหลรินอย่างห้ามไม่อยู่
ทันใดนั้น ฉินเฟิงก็คว้าข้อมือเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ ดึงนางเข้าสู่อ้อมกอดอย่างรวดเร็ว
เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างทั้งร่างก็ถูกฉินเฟิงโอบกอดไว้แล้ว
หัวใจของนางเต้นรัวอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อรู้สึกถึงอ้อมอกอันเด็ดเดี่ยวของฉินเฟิงรวมถึงพละกำลังที่ราวกับจะบดขยี้ ทำให้ทั่วร่างของเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ร้อนผ่าวราวกับจะลุกเป็นไฟ
“อวิ๋นเอ๋อร์ ข้าขอโทษ”
“ที่ปล่อยให้เจ้าต้องรอข้าอยู่ในเมืองหลวงนานเช่นนี้”
ฉินเฟิงโอบกอดร่างที่สั่นเทาของเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ดวงตาคมกล้าอันเด็ดเดี่ยวนั้นเต็มไปด้วยความละอายใจ
“ข้าขอสาบาน! ต่อไปจะไม่มีวันปล่อยให้เจ้าต้องลำบากใจแม้แต่น้อย ข้าจะใช้ชีวิตที่เหลือชดเชยให้เจ้า”
“หากข้าผิดคำสาบาน ขอให้ฟ้าผ่า”
ก่อนที่ฉินเฟิงจะพูดคำว่า ‘ตาย’ ออกมา ปากของเขาก็ถูกมือน้อย ๆ ของเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ปิดเอาไว้เสียก่อน
เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์น้ำตาคลอเบ้า เอามือปิดปากฉินเฟิงพลางส่ายหน้าแรง ๆ “ไม่ต้องพูดอีกแล้ว ข้าเชื่อเจ้า”
“แค่เจ้ากลับมาอย่างปลอดภัย ข้าก็พอใจมากแล้ว”
“ข้าไม่เคยสงสัยในตัวเจ้าเลย เพียงแต่เห็นเจ้าเปลี่ยนไปมาก ข้าเลยรับมือไม่ถูกไปชั่วขณะ”
“เจ้าไม่จำเป็นต้องขอโทษ ยิ่งไม่ต้องชดเชยอะไรช่วงเวลาที่ผ่านมา เจ้าต้องลำบากมากสินะ”
เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ลูบไล้แก้มสากของฉินเฟิงด้วยความปวดใจ นางรู้เพียงว่าเขาไปทำศึกที่เป่ยตี๋และได้รับชัยชนะกลับมา แต่กลับไม่เคยรับรู้เลยว่าในช่วงเวลาเหล่านั้น ฉินเฟิงต้องเผชิญกับความยากลำบากมากมายเพียงใด
เมื่อเทียบกับความรู้สึกผิดของฉินเฟิงเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ต่างหากที่รู้สึกผิดอย่างแท้จริง
เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์มีเรื่องมากมายที่อยากบอกฉินเฟิงแต่วันนี้เป็นวันสุดท้ายก่อนวันอภิเษกสมรส
ฉินเฟิงไม่สามารถอยู่ที่จวนหนิงกั๋วกงนานเกินไปได้
คิดไปคิดมาเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์รวบรวมความคิดถึงมากมายออกมาเป็นประโยคเดียว
“ขอเพียงชั่วชีวิตที่เหลือ เราจะเคียงคู่กันไป”
คำพูดเพียงประโยคเดียวนี้ มีค่ายิ่งกว่าคำพูดนับพันนับหมื่นคำ
ฉินเฟิงที่เตรียมคำพูดในใจมากมาย ก็ละลายหายไปด้วยประโยคนี้
เขาไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก เพราะฉินเฟิงรู้ว่าในใจของเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ตัวเขาสำคัญที่สุดเสมอมา เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
ฉินเฟิงกำลังจะปล่อยมือ แต่เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์กลับโอบรอบคอของฉินเฟิงเอาไว้ก่อน
ฉินเฟิงไม่ได้ปฏิเสธ
ทั้งสองยืนกอดกันอยู่เช่นนั้น
ฉีหยางจวิ้นจู่ที่ยืนอยู่ด้านข้าง มองดูคู่รักที่ต้องพรากจากกันคู่นี้ ในที่สุดก็ได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งหลังจากต้องพลัดพรากกันมาเนิ่นนาน นางรู้สึกปลื้มปีติจากใจจริง
แต่ยิ่งใกล้วันมงคลสมรสเท่าไร ฉินเฟิงและเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ก็ยิ่งไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้
การพรากจากกันในตอนนี้ ก็เพื่อการพบกันที่ดียิ่งขึ้นในวันข้างหน้า
รอจนถึงวันพรุ่งนี้เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์จะสวมชุดเจ้าสาว ก้าวข้ามประตูใหญ่ เข้าสู่ตระกูลฉิน เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามธรรมเนียมของฉินเฟิงอย่างเป็นทางการ
พิธีแต่งงานที่ตระกูลฉินและตระกูลเซี่ยได้ตกลงกันไว้แต่แรก ในที่สุดก็จะได้จบลงอย่างสมบูรณ์แบบ
ก่อนจากไปฉินเฟิงลูบศีรษะของเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์เบา ๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่แฝงความมุ่งมั่น “รอข้าด้วย!”
เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์พยักหน้าน้อย ๆ ใบหน้าแดงระเรื่อ “พบกันพรุ่งนี้”
ฉินเฟิงอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าหัวเราะดังลั่น ด้วยท่าทางเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
ฉินเฟิงถอนหายใจยาว เขาพลิกตัว มองไปยังโคมไฟที่แกว่งไกวตามสายลมนอกหน้าต่าง
ตั้งแต่ออกจากเมืองหลวงจนกระทั่งกลับมา แม้จิตใจจะตึงเครียด แต่ร่างกายกลับไม่เคยผ่อนคลายเช่นนี้มาก่อน
ร่างกายของเขาราวกับกลายเป็นโคลนเหลว ค่อย ๆ แผ่กระจายบนเตียง
จนกระทั่ง ฉินเฟิงค่อย ๆ หลับไป โดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้น เสียงประทัดก็ปลุกเขาให้ตื่นขึ้น เขาลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกหน้าต่างยังคงมืดสนิท
“เกิดอะไรขึ้น?!”
ฉินเฟิงรีบลุกขึ้นและเปิดประตูห้องออกทันที เขากำลังจะถามว่าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอะไรขึ้นหรือไม่ แต่กลับพบว่าพี่สาวทั้งสอง เสิ่นชิงฉือและหลิ่วหงเหยียนกำลังเดินมาทางนี้
“ฉินเฟิงเจ้าตื่นได้จังหวะพอดีเลย หรือว่าเจ้าไม่ได้นอนทั้งคืน?” หลิ่วหงเหยียนดวงตาเป็นประกาย นางผลักเบา ๆ ให้ฉินเฟิงกลับเข้าห้อง
ฉินเฟิงนั่งลงที่ขอบเตียง ขมวดคิ้วเล็กน้อย “พี่หญิงรอง ฟ้ายังมืดอยู่เลย ทำไมต้องจุดประทัดด้วย? เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของฉินเฟิง หลิ่วหงเหยียนก็เข้าใจได้ทันที นางสบตากับเสิ่นชิงฉือ แล้วถอนหายใจออกมาพร้อมกันอย่างช่วยไม่ได้
เห็นได้ชัดว่าน้องชายของพวกนางผู้นี้ ที่ผ่านสมรภูมิรบมาอย่างยาวนาน ประสาทสัมผัสยังคงตึงเครียดและอ่อนไหวต่อสิ่งรอบข้าง เพียงแค่มีความเคลื่อนไหวเล็กน้อย เขาก็ระแวดระวังอย่างยิ่ง
หลิ่วหงเหยียนรู้สึกสงสาร ลูบไหล่ฉินเฟิงเบา ๆ พลางปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“น่าสงสารฉินเฟิงของข้าจริง ๆ”
“อย่ากังวลไปเลย ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก แค่ถึงเวลาแล้วเท่านั้น”
“อีกครึ่งชั่วยามฟ้าก็จะสว่างแล้ว ต้องรีบเตรียมตัวกันแล้ว”
ฉินเฟิงถอนหายใจอย่างโล่งอก มองออกไปนอกหน้าต่าง ในใจคิดว่าทำไมรู้สึกว่าเพิ่งหลับตาลงเท่านั้น ฟ้าก็สว่างแล้ว
“เดี๋ยวก่อน!”
ฉินเฟิงชะงัก “นั่นหมายความว่า ข้าต้องแต่งงานแล้วใช่หรือไม่?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ