เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 1180

บทที่ 1180 อำเภอที่เจริญก้าวหน้า

หลินฉวีฉีตอบอย่างสบาย ๆ “สองเมืองนี้มีคนทำไร่ทำนารวมกันเพียงห้าสิบคนเท่านั้น”

“เมื่อต้นไม้โตได้ที่ ศาลว่าการอำเภอจะรับซื้อไม้ทั้งหมดในคราวเดียวตามราคาตลาด”

“แม้จะไม่ได้เห็นเงินหลายปี แต่ขายเพียงครั้งเดียวก็เพียงพอให้พวกคนทำไร่ทำนากินได้ไปชั่วชีวิต”

“อีกทั้งฉินอ๋องยังกำหนดไว้ชัดเจนว่า ราคาไม้ต้องเป็นไปตามราคาตลาดอย่างเคร่งครัด หากคนทำไร่ทำนาคนใดกล้าขึ้นราคาเอง จะถูกยกเลิกสิทธิ์การเช่าทันที”

แรกเริ่ม องค์หญิงจิ่งฉือยังกังวลว่า พวกคนทำไร่ทำนาเมื่อร่ำรวยแล้วอาจกักตุนสินค้าและขึ้นราคาตามใจชอบ

แต่ในชั่วพริบตา ความกังวลนั้นก็หายไป

ที่นี่คืออำเภอเป่ยซีผู้ใดกล้าก่อเรื่อง ฉินเฟิงจะกำจัดในพริบตา

ไม่ว่าจะเป็นต้าเหลียงหรือเป่ยตี๋ต่างก็เล่าลือกันว่าฉินเฟิงคือผู้ปราบพ่อค้าใหญ่ตราบใดที่พ่อค้าเชื่อฟัง ก็จะได้ผลประโยชน์

หากไม่เชื่อฟัง ฉินเฟิงสามารถสนับสนุนพวกเขาได้ฉันใด ก็สามารถกำจัดพวกเขาได้ในพริบตาฉันนั้น

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ฉินเฟิงปล่อยอำนาจทางการค้าอย่างเต็มที่ แต่กุมอำนาจทางทหารไว้แน่น

ตราบใดที่ ฉินเฟิงยังเป็นราชาแห่งชายแดนเหนือก็ไม่มีพ่อค้าคนใดกล้าทำตามอำเภอใจ

ดาบในมือของ ฉินเฟิงไม่ได้แทรกแซงการค้า เพียงแต่จะตัดหัวพ่อค้าในยามจำเป็นเท่านั้น

ในกำแพงเมืองสามชั้นของอำเภอเป่ยซีสองชั้นแรกถูกควบคุมอย่างเข้มงวดโดยชาวนาหรือคนทำไร่ทำนาจำนวนห้าร้อยห้าสิบคน

ในสายตาขององค์หญิงจิ่งฉือนี่เท่ากับการเลี้ยงดูเจ้าของที่ดินห้าร้อยห้าสิบคนโดยตรง แต่หลังจากที่ได้ทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้ว องค์หญิงจิ่งฉือถึงตระหนักว่าความจริงแล้วกลับตรงกันข้าม

คนทำไร่ทำนาทั้งห้าร้อยห้าสิบคนนี้ นอกจากจะทำกำไรแล้ว ยังต้องตอบแทนกลับคืนให้อำเภอเป่ยซีด้วย

นี่คือความยอดเยี่ยมของฉินเฟิง!

เมื่อมาถึงกำแพงชั้นสุดท้าย สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาล้วนเป็นบ้านเรือนทั้งสิ้น

ในอำเภอเป่ยซีทั้งหมด ประชาชนสองในสามอาศัยอยู่ในกำแพงชั้นที่สาม บ้านเรือนประเภทต่าง ๆ เรียงรายอย่างเป็นระเบียบต่อเนื่องกันไป

หลินฉวีฉีแนะนำอย่างกระตือรือร้น “บ้านเรือนเหล่านี้ล้วนได้รับการวางแผนและก่อสร้างโดยฉินอ๋อง”

“ไม่ว่าจะเป็นสามัญชนทั่วไป หรือครอบครัวของทหารต่างก็ตั้งรกรากอยู่ที่นี่”

“ที่นี่นอกจากจะเป็นกำแพงเมืองแล้ว ยังเป็นเขตที่อยู่อาศัยที่ฉินอ๋องวางแผนไว้ด้วย”

เขตที่อยู่อาศัย…

ชื่อนี้ช่างเหมาะสมยิ่งนัก

องค์หญิงจิ่งฉือรู้สึกทึ่งในสติปัญญาของฉินเฟิงอย่างสุดซึ้ง ตั้งแต่เรื่องการทหารไปจนถึงความเป็นอยู่ของประชาชน ล้วนทำได้อย่างยอดเยี่ยม

ตามที่หลินฉวีฉีกล่าว ในเขตที่อยู่อาศัยตรงหน้านี้มีประชาชนอาศัยอยู่ถึงหนึ่งแสนคน!

นี่มันเรื่องอะไรกัน? ต้องรู้ไว้ว่าหลาย ๆ อำเภอรวมประชากรทั้งอำเภอก็ยังไม่ถึงแสนคนด้วยซ้ำ

แต่อำเภอเป่ยซีเพียงแค่กำแพงเมืองด้านเดียวก็มีประชากรมากมายถึงเพียงนี้

สิ่งที่ทำให้องค์หญิงจิ่งฉือรู้สึกเหลือเชื่อที่สุดก็คือ ผู้คนมากมายขนาดนี้แต่กลับไม่วุ่นวายเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างที่เห็นล้วนเป็นระเบียบเรียบร้อย

เสนาบดีกรมคลังของคณะฑูต มองถนนที่สะอาดเป็นระเบียบและอาคารที่เรียงรายเป็นแถว จนตาค้างด้วยความตะลึง

“พระเจ้า! ข้าเคยได้ยินมาว่าชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในอำเภอเป่ยซีนั้นดีกว่าคหบดีทั่วหล้า”

“แต่ไม่คิดว่าชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในอำเภอเป่ยซีจะดีถึงขนาดนี้”

“แม้แต่สามัญชนธรรมดาก็ยังได้อยู่ในคฤหาสน์?!”

ในยุคนี้ด้วยข้อจำกัดด้านเทคนิคการก่อสร้าง อาคารสองชั้นก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว ส่วนอาคารสามชั้นก็ถือว่าเป็นอาคารอันดับหนึ่งใต้หล้า

อาคาร คฤหาสน์ และหอคอย มีความแตกต่างกันอย่างมากทั้งด้านการใช้งานและความสูง

ในบรรดานั้นหอคอยมีความสูงที่สุด แต่ประโยชน์ใช้สอยน้อย คฤหาสน์ส่วนใหญ่มีเพียงหนึ่งถึงสองชั้น ส่วนอาคารมีสองถึงสามชั้น

สาเหตุที่เสนาบดีกรมคลังถึงกับตะลึงเพราะอาคารที่เห็นทั้งหมดล้วนเป็นคฤหาสน์สองชั้นเรียงรายเป็นแถว!

คณะฑูตต่างตกตะลึงอีกครั้ง สิบตำลึงซื้อม้าก็พอเข้าใจได้ แต่ยี่สิบตำลึงสามารถซื้อคฤหาสน์ได้เลย?

นี่…นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว

เมื่อเห็นทุกคนตกตะลึงเช่นนั้น หลินฉวีฉีรีบอธิบายเพิ่มเติม “อย่าเข้าใจผิด เฉพาะผู้ที่มีทะเบียนบ้านในอำเภอเป่ยซีเท่านั้นถึงจะสามารถซื้อคฤหาสน์ในราคาถูกได้ และแต่ละครัวเรือนจำกัดการซื้อเพียงหลังเดียว”

องค์หญิงจิ่งฉือจึงเข้าใจว่าทำไมผู้คนมากมายถึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อย้ายมาอยู่ที่อำเภอเป่ยซี

เพียงแค่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอำเภอเป่ยซีก็สามารถประสบความสำเร็จในชั่วพริบตา และมีชีวิตที่มั่งคั่งสุขสบาย

สิ่งที่องค์หญิงจิ่งฉือไม่อาจเข้าใจที่สุดคือวิสัยทัศน์อันยาวไกลของฉินเฟิง

ปศุสัตว์และที่อยู่อาศัยล้วนขายในราคาที่เป็นธรรม แต่ผลประโยชน์ต่าง ๆ เหล่านี้กลับดึงดูดผู้มีความสามารถจำนวนมากให้หลั่งไหลเข้าสู่อำเภอเป่ยซี

บัณฑิตและพ่อค้าต่างหลั่งไหลมากันอย่างล้นหลาม

แม้แต่องค์หญิงจิ่งฉือยังรู้สึกสนใจ หวังว่าจะได้ลงทะเบียนเป็นชาวเมืองอำเภอเป่ยซีแล้วจะกล่าวไปไยถึงคนนอก

เมื่อองค์หญิงจิ่งฉือหันกลับไป พบว่าสายตาของคณะนักเรียนทั้งหมดต่างจ้องมองอาคารเหล่านั้นอย่างละโมบ ราวกับอยากจะย้ายเข้าไปอยู่เดี๋ยวนี้

กำแพงเมืองชั้นที่สามนี้ใหญ่โตเทียบเท่ากับเมืองที่แข็งแกร่งทีเดียว

และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเมืองชั้นนอกเท่านั้น

ผ่านกำแพงเมืองชั้นที่สามเข้าไป จึงจะได้เห็นเมืองชั้นในที่แท้จริงของอำเภอเป่ยซี

แม้จะเป็นใจกลางเมือง แต่พื้นที่กว้างขวางเทียบเท่ากับกำแพงเมืองชั้นที่สองและสามรวมกัน นับว่าใหญ่โตมาก

เมื่อเทียบกับเมืองชั้นในแล้ว เขตที่อยู่อาศัยดูเหมือนเมืองเล็ก ๆ ธรรมดา ไม่มีจุดเด่นใดเลย

องค์หญิงจิ่งฉือกวาดตามองไปรอบ ๆ ก็เห็นอาคารสามชั้นกว่าสิบหลัง

เสนาบดีกรมคลังถึงกับตกตะลึงจนคางแทบหล่น

เขารู้ดีว่าในเมืองหลวงของเป่ยตี๋มีอาคารสามชั้นเพียงห้าหลังเท่านั้น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ