บทที่ 1182 สวัสดิการการเยี่ยมญาติ
ไม่เพียงแค่อำเภอเป่ยซีแม้แต่ทั่วทั้งชายแดนเหนือก็ไม่มีผู้ใดที่ไม่รู้จักฉินเฟิง
แต่ผู้ที่เคยพบเห็นฉินเฟิงตัวจริงนั้นมีน้อยนัก
กองทัพที่มาเยี่ยมญาติครั้งนี้ล้วนเป็นชาวบ้านที่ย้ายเข้ามาอยู่ในอำเภอเป่ยซีในภายหลัง แม้พวกเขาจะคุ้นหูกับชื่อฉินเฟิงแต่ก็ไม่เคยพบเห็นตัวจริงมาก่อน
บัดนี้ในที่สุดพวกเขาก็ได้พบกับฉินอ๋องผู้เป็นเจ้านายที่แท้จริงของอำเภอเป่ยซีพวกเขาจะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร?
ฉินเฟิงเองก็รู้สึกยินดีอย่างจริงใจ
ด้วยเหตุที่ชาวบ้านเหล่านี้ล้วนเป็นประชาชนในปกครองของฉินเฟิงการได้เห็นพวกเขาเดินทางผ่านขุนเขามากมายแต่ยังคงมีสีหน้าสดชื่น แสดงให้เห็นว่าชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาค่อนข้างดี
แต่ครั้งนี้ ฉินเฟิงกลับทำผิดกฎที่ตั้งไว้
นับตั้งแต่สงครามเป่ยตี๋สิ้นสุดลงและกลับมายังต้าเหลียงฉินเฟิงก็ได้ตั้งปณิธานไว้ในใจว่าจะไม่ยอมให้ชาวบ้านต้องพัวพันกับไฟสงครามอีก
แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับตระกูลใหญ่ทางใต้ฉินเฟิงก็จำต้องอาศัยกำลังจากชาวบ้านอยู่ดี
เขาสูดหายใจลึก จ้องมองชาวเป่ยซีห้าร้อยคนตรงหน้า แล้วค้อมกายคำนับอย่างลึกซึ้ง
การกระทำที่ไม่คาดคิดนี้ทำให้ทุกคนในที่นั้นตะลึง
โดยเฉพาะชาวเป่ยซีทั้งห้าร้อยคน สายตาที่มองดูฉินเฟิงเปลี่ยนไปหลายตลบ ด้วยฉินอ๋องผู้สูงส่งจะมาคำนับให้ชาวบ้านได้อย่างไร?
ชายวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าคณะตลอดมา รู้สึกตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก
“ฉ…ฉินอ๋อง เหตุใดท่านจึงทำเช่นนี้ขอรับ?”
“หรือว่าท่านคิดว่าพวกข้าเป็นภาระ ถึงได้…”
“ขอฉินอ๋องวางใจเถิด เพียงแค่ท่านเอ่ยปาก พวกข้าจะรีบออกจากอำเภอเป่ยซีในทันที และจะไม่มาปรากฏตัวต่อหน้าท่านอีก”
ชาวบ้านอำเภอเป่ยซีที่อยู่ในที่นั้น เมื่อครู่ยังดีอกดีใจ ตื่นเต้นเหลือเกิน แต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนสีหน้าไปตาม ๆ กัน แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและรู้สึกผิด
ก่อนหน้านี้ตอนที่ออกจากอำเภอเป่ยซีพวกเขาไม่รู้จุดประสงค์ของการเดินทางครั้งนี้
ตอนนั้น หลินฉวีฉีเพียงแค่คัดกรองชาวบ้านที่มีบรรพบุรุษมาจากเจียงหนานแล้วถามว่าใครอยากกลับบ้านเกิดไปเยี่ยมญาติ พวกเขาก็เลยอาสา
ตอนนี้ดูเหมือนว่า คงเป็นเพราะพวกเขาไม่สามารถทำประโยชน์ให้อำเภอเป่ยซีได้ ถึงได้ถูกกวาดล้างออกไปจากอำเภอเป่ยซี
ด้วยว่าอำเภอเป่ยซีเป็นแหล่งรวมคนเก่ง มีคนมีความสามารถอยู่ทั่วไป พวกเขาที่เป็นคนว่างงานเช่นนี้ ย่อมไม่มีคุณสมบัติพอที่จะมีทะเบียนบ้านอยู่ที่เป่ยซี
เมื่อรู้ว่าชาวบ้านเข้าใจผิด ฉินเฟิงรีบโบกมือ ให้สัญญาณว่าไม่ต้องกังวล
“พวกเจ้าเข้าใจผิดแล้ว”
“การคำนับเมื่อครู่ พวกเจ้าสมควรได้รับ การที่พวกเจ้าเดินทางฝ่าขุนเขาลำธาร เดินทางพันลี้กลับไปเจียงหนานได้สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ ข้ารู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก”
เมื่อเข้าใจว่าฉินเฟิงไม่ได้มีความคิดจะไล่พวกเขาออกจากอำเภอเป่ยซีทุกคนถึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ส่วนเรื่องความขอบคุณ…
ผู้คนทั้งหมดยิ่งรู้สึกงุนงง พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมฉินอ๋องถึงต้องขอบคุณพวกเขาที่เป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา
“ท่านอ๋อง พวกข้าล้วนเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา แม้แต่ในอำเภอเป่ยซีก็แค่รับจ้างทั่วไปหรือทำไร่ทำนาเท่านั้น”
“ขอท่านอ๋องโปรดชี้แจง พวกข้า…ได้ทำอะไรกันแน่?”
เมื่อเห็นทุกคนทำท่าตื่นตระหนกที่ได้รับเกียรติ ฉินเฟิงจึงไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป เอ่ยอธิบายเสียงเบา
“การที่พวกเจ้าได้กลับบ้านเกิดครั้งนี้ เป็นคำสั่งของข้าเอง เพราะข้าต้องอาศัยกำลังของพวกเจ้าจึงจะชนะศึกครั้งนี้ได้”
“พวกเจ้าเพียงแค่บอกเล่าเรื่องราวการใช้ชีวิตในอำเภอเป่ยซีให้ชาวบ้านในเจียงหนานฟังก็พอ”
พูดถึงตรงนี้ ฉินเฟิงถึงกับยกมือขึ้นลูบจมูก ใบหน้าแดงเรื่อ “พูดให้ชัดกว่านี้ก็คือ ข้าอยากให้พวกเจ้าหน้าด้าน ช่วยโม้ถึงความสำเร็จของข้าหน่อย”
“ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นพระมหากรุณาธิคุณของฉินอ๋อง อาจกล่าวได้ว่าฉินอ๋องคือบิดามารดาผู้ให้ชีวิตใหม่แก่พวกเรา”
“การได้รับใช้ฉินอ๋องนับเป็นวาสนาของพวกเรา เพียงแค่ฉินอ๋องเอ่ยปาก ต่อให้ต้องฝ่าดงดาบกองไฟ ข้าก็ยินดี”
ประชาชนทั้งหลายต่างพากันตื่นเต้น ราวกับพร้อมจะทำงานใหญ่เพื่อฉินเฟิง
การได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากประชาชนในปกครอง ทำให้ฉินเฟิงรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่ง
เมื่อคำนึงว่าผู้คนเหล่านี้ล้วนเดินทางข้ามเขาลำเนาไพรกลับมายังเจียงหนานเพื่อตอบรับคำเรียกร้องของฉินเฟิงฉินเฟิงจึงไม่อาจปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างไม่เป็นธรรมได้
“หลิ่วหมิง”
“ท่านอ๋อง ข้าน้อยอยู่ที่นี่!”
ฉินเฟิงโบกมือด้วยท่าทางองอาจ “ประชาชนห้าร้อยคนนี้ ให้แจกเงินคนละสิบตำลึงตามจำนวนคน”
“การกลับบ้านเยี่ยมญาติครั้งนี้ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้คิดเป็นของข้า”
“ในเมื่อเป็นการกลับบ้านอย่างมีหน้ามีตา ก็ต้องแสดงความยิ่งใหญ่ให้สมกับฐานะ อย่าให้อำเภอเป่ยซีของพวกเราต้องขายหน้า ของขวัญต้องซื้อให้เต็มที่ งานเลี้ยงต้องจัดให้ยิ่งใหญ่ ชีวิตต้องอยู่อย่างสุขสบาย”
พอได้ยินคำพูดนี้ หลิ่วหมิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “ท่านอ๋อง หากแจกตามจำนวนคน นั่นก็เท่ากับห้าพันตำลึง…”
เงินห้าพันตำลึงไม่ใช่จำนวนเล็กน้อยเลย
ฉินเฟิงทำเสียง ‘จิ๊’ ออกมาจากปาก พูดอย่างหงุดหงิด “แค่เงินห้าพันตำลึงเท่านั้น หากเราประชาสัมพันธ์ให้ดี จะช่วยประหยัดความยุ่งยากไปได้มากเพียงใด”
“บนสนามรบ แค่ยืดเยื้อไปวันเดียว ก็ต้องสิ้นเปลืองเงินเป็นหมื่นเป็นแสนตำลึงแล้ว”
“นี่เรียกว่าใช้เงินน้อยทำเรื่องใหญ่ เข้าใจหรือไม่!”
เมื่อเผชิญกับการตำหนิของฉินเฟิง หลิ่วหมิงกลับยิ้มกว้าง ไม่พูดอะไรอีก แล้วปฏิบัติตามคำสั่งของฉินเฟิงแจกเงินให้ชาวบ้านเป่ยซีทั้งห้าร้อยคน คนละสิบตำลึง
ชาวบ้านทั้งหมดต่างตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างยิ่ง มองไปที่ฉินเฟิงด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความชื่นชม

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ