บทที่ 1245 กลับไปฆ่าพวกมันให้สิ้น
จ้าวอวี้หลงขมวดคิ้วแน่น เอ่ยเสียงต่ำว่า “เจ้ายังเป็นฉินเฟิงที่ข้ารู้จักอยู่หรือไม่?!”
“เหตุใดตอนนี้เจ้าถึงได้ใช้อารมณ์เช่นนี้? แทนที่จะกลับไปบัญชาการ กลับยอมจมปลักอยู่ที่นี่รอความตาย”
“ประชาชนของต้าเหลียงไม่มีค่าสำหรับเจ้าเช่นนั้นหรือ?”
“ไม่เพียงแต่ประชาชนของต้าเหลียงรวมถึงคนในตระกูลฉิน บิดามารดา ภรรยา พี่น้อง เจ้าจะทอดทิ้งพวกเขาหรือ?”
คำพูดนี้กระทบใจฉินเฟิงอย่างจัง หากเขาตายที่นี่ บิดามารดาและภรรยาจะทำอย่างไร?
ฉินเฟิงตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ด้านหนึ่งคือพี่น้องร่วมเป็นร่วมตาย อีกด้านคือญาติสนิทและครอบครัว ไม่ว่าจะเลือกฝ่ายใด ฉินเฟิงก็จะไม่มีวันให้อภัยตัวเอง
ทางออกเดียวคือพาสวีโม่ฝ่าวงล้อมออกไป!
ฉินเฟิงไม่ตอบคำถามจ้าวอวี้หลง แต่กลับผลักมือออก คว้าขวานด้ามยาวจากพื้น ดวงตาแน่วแน่ กล่าวว่า “ให้พี่น้องเอาชีวิตมาคุ้มกันข้าหนีไปคนเดียว? ไม่มีทาง!”
“หากจะฝ่าออกไป ก็ต้องร่วมแรงร่วมใจ ทุกคนออกไปพร้อมกัน!”
“จ้าวอวี้หลงปฏิบัติตามคำสั่ง!”
เมื่อเห็นฉินเฟิงออกคำสั่ง แม้จ้าวอวี้หลงจะขุ่นเคืองเพียงใดแต่ก็จำต้องปฏิบัติตาม นำทัพหันกลับไปบุกในทิศทางตรงข้าม
ทหารเป่ยซีที่เดิมทีแทบจะป้องกันตัวไม่ไหว ภายใต้การนำของจ้าวอวี้หลงกลับปะทุพลังอันดุดันอย่างไม่น่าเชื่อ พุ่งชนศัตรูที่ขวางหน้าล้มลงไปโดยตรง
จ้าวอวี้หลงนำทางอยู่ข้างหน้า ฉินเฟิงพาทหารสี่นายหามร่างสวีโม่ตามมาติด ๆ
กองกำลังเพียงร้อยเผชิญหน้ากับการล้อมของทหารนับพัน บุกฝ่าออกไปอย่างยากลำบาก ทุกก้าวเดินหน้ายากเย็นแสนเข็ญ ราวกับปีนป่ายขึ้นสวรรค์ และต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อ
เหล่าทหารล้มลงไม่หยุด เดินหน้าไปได้เพียงยี่สิบก้าว ทหารร้อยคนที่รายล้อมฉินเฟิงก็เหลือเพียงยี่สิบกว่าคน
หากสู้กันแบบนี้ต่อไป ในพริบตาทหารรอบตัวฉินเฟิงก็จะหมดสิ้น แต่หากยังคงตั้งรับต่อไปก็เท่ากับรอความตาย นอกจากการเอาชีวิตเข้าแลกแล้วก็ไม่มีทางเลือกอื่น
โชคดีที่บนสนามรบนี้ไม่ได้มีเพียงทหารรอบตัวฉินเฟิงเท่านั้น ทั้งแนวรบตะวันออกต่างก็วุ่นวายไปหมด และทหารเป่ยซีทุกนายต่างรู้ว่าฉินเฟิงถูกล้อม จึงทยอยหลั่งไหลมาช่วยไม่ขาดสาย
ไม่นานทหารรอบตัวฉินเฟิงก็ได้รับกำลังเสริม จากที่เหลือเพียงยี่สิบกว่าคนก็เพิ่มขึ้นเป็นร้อยกว่าคนอีกครั้ง
ทั้งสองฝ่ายจมอยู่ในสงครามชักเย่อที่ยืดเยื้อ ทั้งทหารหนานจิงที่ล้อมฉินเฟิงและฝ่ายฉินเฟิงต่างก็ได้รับการเสริมกำลังไม่หยุด
เหล่าแม่ทัพหนานจิงโกรธจนกระทืบเท้า หลายครั้งที่ทหารรอบกายฉินเฟิงแทบจะหมดสิ้น เพียงแค่บุกเข้าไปก็จะสังหารฉินเฟิงได้ แต่ทุกครั้งก็พลาดโอกาสไป
พลาดโอกาสทองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหล่าแม่ทัพหนานจิงโกรธจนควบคุมไม่อยู่ ไม่สนใจการจัดทัพอีกต่อไป ส่งทหารใต้บังคับบัญชาทั้งหมดออกไป ไม่มียุทธศาสตร์ใด ๆ มีเพียงเป้าหมายเดียวคือสังหารฉินเฟิง
ต่อให้ต้องสูญเสียมากแค่ไหนก็ไม่สน!
ขณะที่ฉินเฟิงและคนอื่น ๆ กำลังต่อสู้อย่างดุเดือด กองกำลังเสริมขนาดใหญ่ก็มาถึงในที่สุด!
กองทัพที่จ้าวเจิ้นไห่นำมาช่วย ทหารพันนาย ประกอบด้วยทหารหลากหลายเหล่าทัพ ในสนามรบอันวุ่นวายนี้ พวกเขาเปรียบเสมือนมีดแหลมที่แทงเข้ามาโดยตรง
จ้าวเจิ้นไห่นำทัพบุกทะลวงอย่างห้าวหาญ พุ่งตรงไปยังฉินเฟิง
เมื่อเห็นสภาพของฉินเฟิงที่น่าสยดสยอง จ้าวเจิ้นไห่ก็อดไม่ได้ที่จะเปล่งเสียงคำรามด้วยความโกรธ “ฉินอ๋อง รีบตามพวกข้าถอยออกไปเร็ว!”
ด้วยการเสริมกำลังของจ้าวเจิ้นไห่สถานการณ์ของฉินเฟิงจึงได้รับการรักษาไว้ในที่สุด แม้ว่าการโจมตีของกองทัพศัตรูจะรุนแรงมากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถทะลุแนวป้องกันของจ้าวเจิ้นไห่ได้
ภายใต้การคุ้มกันของจ้าวเจิ้นไห่ และการนำทางของจ้าวอวี้หลง ฉินเฟิงจึงสามารถพาสวีโม่ที่หมดสติ บุกฝ่าไปถึงชายขอบสนามรบได้อย่างปลอดภัย
“จับฉินเฟิงไว้ให้ได้!”
จ้าวอวี้หลงที่อยู่ข้าง ๆ แม้ว่าหลายครั้งจะไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของฉินเฟิงแต่ก็ไม่เคยขัดคำสั่งของฉินเฟิงมาก่อน
แต่ครั้งนี้ จ้าวอวี้หลงกลับคัดค้านอย่างหนักแน่น
“พี่ฉินพอได้แล้ว!”
“ถ้าไม่ใช่เพราะท่านติดอยู่ในสนามรบ การต่อสู้ทางฝั่งตะวันออกก็คงจบไปนานแล้ว ความผิดพลาดในการตัดสินใจครั้งนี้ ความรับผิดชอบทั้งหมดอยู่ที่ตัวท่าน”
“ยังต้องสู้ต่ออีกหรือ จะต้องทำลายกองทัพใต้ทั้งหมดให้หมดสิ้นเลยหรือไร?”
เมื่อเผชิญกับคำถามของจ้าวอวี้หลงฉินเฟิงคว้าไหล่ของจ้าวอวี้หลงไว้แน่น กระชากเข้ามาตรงหน้า แล้วตวาดเสียงดัง “นี่คือโอกาสเดียวของพวกเรา!”
“พวกเราต้องทำให้พวกกบฏทางใต้บาดเจ็บสาหัส พิการ! มิเช่นนั้นจะเป็นผลเสียอย่างยิ่งต่อกองทัพของเรา!”
“สนามรบหลักและแนวตะวันออกสูญเสียมากเกินไป ววงล้อมพังทลายในเวลาอันสั้นไม่อาจปิดล้อมเมืองกูซูได้อีก”
“ในเวลาเช่นนี้ หากถอยร่น การต่อสู้ต่อไปจะกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างยิ่ง”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ จ้าวอวี้หลงถึงกับพูดไม่ออก
หากฉินเฟิงทำเพียงเพื่อแก้แค้น จ้าวอวี้หลงจะต้องหยุดยั้งฉินเฟิงไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ในทางกลับกัน หากฉินเฟิงคำนึงถึงสงครามทางใต้ทั้งหมด จ้าวอวี้หลงย่อมจะสนับสนุนอย่างเต็มที่
เขาไม่พูดอะไรอีก ปฏิบัติตามคำสั่งของฉินเฟิงทันที พร้อมกับจ้าวเจิ้นไห่นำกองกำลังที่อยู่รอบตัวบุกเข้าสู่สนามรบทางตะวันออกอีกครั้ง
ขณะนี้ใกล้รุ่งสางแล้ว ท้องฟ้ามืดมิดเริ่มปรากฏแสงสีขาวจาง ๆ ของรุ่งอรุณ
ทั้งสองฝ่ายสู้กันตั้งแต่กลางวันจนถึงกลางคืน และจากกลางคืนจนถึงรุ่งสาง
ทั้งแนวตะวันออกแม้จะบรรยายว่าซากศพเรียงรายและเลือดไหลเป็นแม่น้ำ ก็ยังไม่เกินจริงแต่อย่างใด

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ