บทที่ 216 หน้าต่างหลิวหลี
ต้าเหลียงไม่มีความรู้เกี่ยวกับวิธีการผลิตหลิวหลี
หลิวหลีที่มี ล้วนได้เป็นบรรณาการทุกปี ทำให้มีเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น
และเพราะขาดแคลนหลิวหลีจึงทำให้ของสิ่งนี้มีค่าอย่างยิ่ง จนกลายเป็นเครื่องประดับชั้นยอด
ในสายตาของหลู่หมิง ฉินเฟิงไม่เพียงแต่ ‘สร้าง’ หลิวหลีออกมาได้เท่านั้น แต่กลับสร้างแผ่นหลิวหลีเป็นชั้นบาง ๆ ได้อีกด้วย
แต่นั่นก็ยังไม่ใช่สิ่งที่น่าทึ่งที่สุด!
สิ่งน่าทึ่งคือ ฉินเฟิงถึงกับต้องการนำหลิวหลีที่ล้ำค่านี้มาทำเป็นหน้าต่าง?!
นี่ถือเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรอย่างมหาศาลโดยแท้!
หลู่หมิงมองไปยังแผ่นหลิวหลีที่โปร่งใสแวววาว เขาอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายไปสองสามอึก และกล่าวด้วยสายตาซับซ้อน “การทำแผ่นหลิวหลีเหล่านี้ให้กลายเป็นหน้าต่างไม่ใช่เรื่องยากขอรับ แม้ว่าจะสิ้นเปลืองเกินไปสักหน่อย แต่อย่างไรเสียนายน้อยก็รู้วิธีการผลิตหลิวหลีอย่างสมบูรณ์แล้ว ในอนาคตคิดจะผลิตมากน้อยเท่าใดย่อมทำได้ตามที่ต้องการ… “
ฉินเฟิงก็โบกมือขัดจังหวะก่อนหลู่หมิงจะพูดจบ นายน้อยฉินพูดอย่างเคร่งครัด “เจ้าจำไว้เลยว่า ในใต้หล้านี้จะมีหน้าต่างหลิวหลีเพียงบานเดียวเท่านั้น ไม่มีวันมีบานที่สองอีก!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้หลู่หมิงก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสน “กล่องชุดนี้สามารถนำมาใช้ซ้ำได้นะขอรับ ตราบใดที่สามารถทำซ้ำได้ เหตุใดนายน้อยถึงกล่าวว่าจะมีเพียงหนึ่งเดียวในใต้หล้าเล่า?”
ทว่าก่อนฉินเฟิงจะอธิบาย หลู่หมิงก็พลันตระหนักได้ เขารีบกล่าวอย่างชื่นชม “นายน้อยหมายความว่า ใต้หล้าต้องมีหน้าต่างหลิวหลีเพียงบานเดียวถึงจะยิ่งล้ำค่าสินะขอรับ”
ฉินเฟิงก้มลงคว้าตะกร้าถ่าน แล้วเทบางส่วนลงในเตาเพื่อไม่ให้เตาดับและเย็นลง จากนั้นเขาก็พูดอย่างจริงจัง “มีเพียงสิ่งที่ดีที่สุดในใต้หล้าเท่านั้นจึงจะเข้าตาฮ่องเต้ หากรู้ว่าหน้าต่างหลิวหลีนี้มีเพียงบานเดียว ฝ่าบาทจะต้องหวงแหนมันเป็นพิเศษแน่ และในชีวิตของฮ่องเต้จะไม่มีวันลืมผู้สร้างหน้าต่างหลิวหลีนี้อย่างแน่นอน”
หลู่หมิงเลื่อมใสสติปัญญาและฝีมือของฉินเฟิงอย่างสมบูรณ์ แต่ดูเหมือนในใจเขาจะไม่เห็นด้วยนัก “อย่างที่เขาว่ากัน อยู่ใกล้ฮ่องเต้เหมือนอยู่ใกล้พยัคฆ์ การถูกจดจำอาจไม่ใช่เรื่องดีนะขอรับ?”
ฉินเฟิงไม่สะดวกจะอธิบายความสัมพันธ์ทางผลประโยชน์อันลึกซึ้งกับนายช่างหนุ่ม
เพราะแม้จะอธิบายอย่างชัดเจน แต่หลู่หมิงก็อาจจะไม่สามารถทำความเข้าใจได้
นับตั้งแต่ฉินเฟิงถูกพี่สี่จินลอบสังหาร เขาก็รู้ว่าตนเองตกเป็นเป้าให้สาธารณชนวิพากษ์วิจารณ์แล้ว อีกทั้งเขายังเข้ามามีส่วนร่วมในสงครามเป่ยตี๋ และแตะต้องผลประโยชน์ของคนอื่นมากเกินไปด้วย
นอกจากกรมคลัง มหาเสนาเกา และตระกูลหลิน บนโลกนี้ยังมีคนอีกไม่น้อยที่ต้องการฆ่าฉินเฟิง
เป็นเรื่องจริงที่อยู่ใกล้ฮ่องเต้เหมือนอยู่ใกล้พยัคฆ์
แต่ก็มีคำโบราณว่า สุนัขจิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ*[1] อยู่เช่นกัน
ตราบใดฮ่องเต้จำฉินเฟิงได้และรักษาความสัมพันธ์อันดีต่อเขาอยู่เสมอ แม้ในที่ห่างไกลนายน้อยฉินจะไม่กล้ารับประกัน แต่อย่างน้อยภายในเมืองหลวง เขาก็จะปลอดภัยแน่นอน
ฉินเฟิงให้หลู่หมิงทุบกล่อง จากนั้นก็มองไปยังถังดีบุก บทสรุปประสบการณ์ความล้มเหลวอันมีค่า และเอ่ยอย่างเคร่งขรึม “เจ้าสร้างถังดีบุกเหล็กบริสุทธิ์ตามรูปทรงดั้งเดิมของถังดีบุกไม้นี้เถิด จากนี้ไปเก็บดีบุกไว้ ในอนาคตจะต้องมีประโยชน์อย่างแน่นอน”
พื้นผิวของหลิวหลีที่ทำจากกล่องนั้นหยาบและปนเปื้อนไปด้วยสิ่งสกปรกมากมาย อย่างน้อยในสายตาของฉินเฟิงก็ยังห่างไกลจากคำว่า ‘โปร่งใสแวววาว’ มาก
มีเพียงใช้ดีบุกเหลวเทใส่ถังดีบุก จากนั้นค่อยเทหลิวหลีเหลวลงไป
ใช้ความหนาแน่นของดีบุกเหลวทำให้หลิวหลีเหลวลอยอยู่เหนือดีบุก จากนั้นก็อาศัยแรงตึงผิวของหลิวหลีในการปรับระดับ ถึงจะสามารถสร้างหลิวหลีอย่างแท้จริงได้
น่าเสียดาย แร่ธาตุในยุคนี้ค่อนข้างหายาก ดังนั้นประเภทของโลหะจึงขาดความแวววาว
มีดีบุกอยู่เล็กน้อยในพื้นที่เจียงหนาน และแทบไม่มีเลยในเมืองหลวง ดังนั้นการรวบรวมดีบุกจึงเป็นกระบวนการที่ค่อนข้างใช้เวลา
ฉินเฟิงมีสีหน้าภูมิใจ วางขวดไวน์ไว้ข้าง ๆ ก่อนจะยื่นที่เป่าให้ลู่หมิง เขาเช็ดเหงื่อยนหน้าผาก ยิ้มกว้าง แล้วพูดว่า “เจ้าได้เรียนรู้หรือยัง?”
ลู่หมิงรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยขณะถือท่อเป่า
วิธีการทำหลิวหลีนี้มีค่ามาก หากผู้ใดทำได้ คนผู้นั้นย่อมร่ำรวยจนสามารถเป็นศัตรูกับแว่นแคว้นได้ทีเดียว ทว่านายน้อยฉินกลับสอนวิธีการทำหลิวหลีตั้งแต่ต้นจนจบให้เขา ความไว้วางใจนี้ทำให้หลู่หมิงซาบซึ้งเป็นอย่างมาก
“นายน้อย ชั่วชีวิตนี้ได้อยู่ข้างกายท่าน ข้าน้อย…”
ก่อนหลู่หมิงจะพูดจบ ฉินเฟิงก็โบกมือขัดจังหวะ “เอาล่ะ ๆ พอแล้ว หยุดประจบข้าได้แล้ว แค่เจ้าฉินเสี่ยวฝูนั่นประจบสอพลอข้าตลอดทั้งวัน หูของข้าก็แทบจะมีรังไหมขึ้นแล้ว เอาล่ะ ข้าจะเขียนขั้นตอนให้ เจ้าทำแก้วหลิวหลีมาสักหกใบ เช่นนี้จึงจะกลายเป็นชุดอุปกรณ์สำหรับดื่มสุรา”
“เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นก็มอบของให้กับพี่หญิงใหญ่ของข้า เสิ่นชิงฉือ แล้วฝากบอกนางว่า โปรดส่งหน้าต่างหลิวหลีไปยังห้องทรงพระอักษร และส่งชุดดื่มสุราไปให้กับองค์หญิงใหญ่เพื่อส่งต่อให้กับฉีหยาง! จำไว้ ต้องให้องค์หญิงใหญ่ส่งมันไป อย่าได้มอบให้กับฉีหยางโดยตรงเด็ดขาด!”
หลู่หมิงไม่ทราบความหมายอันลึกซึ้งของฉินเฟิง แต่เขายังคงพยักหน้ารับราวกับว่ากำลังใคร่ครวญ
วิธีทำแก้วหลิวหลีนั้นง่ายมาก
ขั้นแรกเป่าหลอดหลิวหลีออกมา จากนั้นใช้กรรไกรตัดท่อนหลิวหลีเป็นท่อนสั้น ๆ หกท่อน หมุนและบดด้านล่าง และจัดรูปทรงอีกเล็กน้อย
หลู่หมิงเป็นช่างฝีมือมีทักษะ ตราบใดที่เขาจับแก่นได้ กระบวนการเล็ก ๆ เหล่านี้ย่อมไม่ใช่เรื่องยากอะไร
กว่าฉินเฟิงจะเดินออกมาจากโกดังผลิตหลิวหลี ท้องฟ้าก็เต็มไปด้วยดวงดาวแล้ว
เขาเพิ่งจะยืดบิดเอวคลายความเมื่อยล้า ฉินเสี่ยวฝูก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหา
[1] สุนัขจิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ : อาศัยบารมีของผู้อื่นในการกลั่นแกล้งหรือข่มขู่คน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ