บทที่ 250 ข่าวชัยชนะส่งมาถึงเมืองหลวง
ดวงตาของฮ่องเต้ต้าเหลียงเย็นชา ทุกคำพูดแฝงความเจ็บใจที่ไม่สามารถหลอมเหล็กให้กลายเป็นเหล็กกล้าได้ “เขาช่วยเหลือตัวเองไม่ได้หรือ? เขามีความสามารถมิใช่หรือไร? เมื่อเผชิญหน้ากับการกดดันของฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง เหตุใดจึงไม่มีแม้แต่ความกล้าหาญที่จะต่อต้านเสียเล่า? ไม่ใช่เจิ้นไม่รู้ว่าราษฎรในเมืองเป่ยซีกำลังทุกข์ทรมาน ถึงเวลานั้นอย่างไรเจิ้นก็จะส่งขุนนางไปจัดการเรื่องยุ่งวุ่นวายนี้อยู่แล้ว”
“เจิ้นต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองเพื่อสนับสนุนเขาอย่างนั้นหรือ? ครานี้เจิ้นจะไม่ยุ่งเกี่ยว อยากจะเห็นนัก ว่าเขาจะมีความสามารถแค่ไหนในการจัดการกับวิกฤติครั้งนี้ หากเจ้าหนูฉินเฟิงไร้ประโยชน์ เขาก็ไม่คู่ควรกับความสนใจของเจิ้น!”
เมื่อเห็นว่าฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงดูเหมือนจะโกรธมาก เพราะ ‘ความใจดีที่ผิดที่ผิดทาง’ ของฉินเฟิง หลี่จ้านก็ไม่กล้าพูดอะไรมั่วซั่ว แม้ว่าเขาจะต้องการปกป้องเด็กนั่นก็ตาม
ทันใดนั้นเอง ขันทีน้อยพลันพุ่งเข้ามา “กราบทูลฝ่าบาท เสนาบดีกรมกลาโหมขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงแค่นเสียงเย็นในใจ …ไม่ว่าฉินเฟิงจะสามารถปีนขึ้นมาจากแม่น้ำแห่งความตายในเมืองเป่ยซีได้หรือไม่ ล้วนขึ้นอยู่กับความสามารถของเขาเอง ไม่มีใครสามารถขอร้องแทนได้ แม้แต่ฉินเทียนหู่ก็เช่นเดียวกัน!
ฮ่องเต้ตรัสอย่างไม่สบอารมณ์ทันที “ให้เข้ามา!”
ฉินเทียนหู่ถือจดหมายเดินเข้ามา ใบหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น คุกเข่าถวายบังคมอย่างรวดเร็ว “กระหม่อมสมควรตายหมื่นครั้งที่บังอาจมารบกวนฝ่าบาทกลางดึกพ่ะย่ะค่ะ”
สมควรตายหมื่นครั้งหรือ?
ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงเหลือบมองฉินเทียนหู่ พลันก็เห็นว่าใบหน้าของตาเฒ่าเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ไม่มีความรู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย
เหอะ!
พ่อลูกผลิตออกมาจากแหล่งเดียวกันที่แท้เป็นเยี่ยงนี้
ฮ่องเต้ต้าเหลียงแสร้งตรัสอย่างไม่แยแส “ใต้เท้าฉินไม่จำเป็นต้องถือสา แค่บอกมาว่าท่านมีเรื่องอะไรก็พอ”
ฉินเทียนหู่ไม่ได้อ้อมค้อม เขาอดกลั้นต่อความรู้สึกภาคภูมิใจ และกราบทูลการอย่างตื่นเต้น “บุตรสุนัขฉินเฟิง ส่งจดหมายมาพ่ะย่ะค่ะ… “
ทันทีที่ได้ยิน พระเนตรของฮ่องเต้ต้าเหลียงก็มืดมนลงทันที “ใต้เท้าฉิน เจ้าต้องการวิงวอนให้ฉินเฟิงย้ายกลับมาที่เมืองหลวงกระมัง? หากไม่มีผลงาน เรื่องเลื่อนตำแหน่งจักต้องพิจารณาในระยะยาว อย่างไรก็ตามการจัดการความเป็นอยู่ของราษฎรไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน รอให้เมืองเป่ยซีกลายเป็นอำเภอท้องถิ่นที่เข้มแข็งก่อนค่อยว่ากันเถอะ”
ในความเห็นของฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียง ฉินเฟิงเลือกเคลื่อนไหวในทางที่โง่เขลาที่สุด ในเมื่อเขาเลือกจัดการชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ก็ต้องทำงานอย่างขยันขันแข็งเพื่อให้ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง และถูกย้ายกลับมายังเมืองหลวง
ฉินเทียนหู่สัมผัสได้ถึงความพิโรธในน้ำเสียงของฮ่องเต้ต้าเหลียง ทว่าเขารู้สึกมีความสุขแทนที่จะกังวล เห็นได้ชัดว่าพระทัยของฮ่องเต้ยังคงอยู่ที่ฉินเฟิง
เสนาบดีกรมกลาโหมรีบอธิบายอย่างรวดเร็ว “ฝ่าบาทเข้าพระทัยผิดแล้วพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมมาถวายรายงานข่าวทางทหารพ่ะย่ะค่ะ”
“ฝ่าบาทคงได้ยินมาแล้วว่า ครั้งนี้ฉินเฟิงไปถึงเมืองเป่ยซีและได้ประมือกับทหารพรานเป่ยตี๋ และเมื่อสี่วันก่อน ฉินเฟิงได้นำทหารองครักษ์ล้อมและปราบปรามกองกำลังศัตรูที่เหลือ ในที่สุดก็ทำลายล้างพวกมันทั้งหมดได้ แม่ทัพของศัตรูถูกตัดศีรษะ และศีรษะก็ได้ถูกส่งมาพร้อมกับจดหมายด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“แม้ว่าน้ำแข็งที่ใช้แช่ศพจะละลายแล้ว และศีรษะมีสัญญาณของการเน่าเปื่อย แต่เรายังสามารถบอกได้จากรูปร่างหน้าตาว่าบุคคลนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากแม่ทัพจงหลิงแห่งเป่ยตี๋”
ทันทีที่ฮ่องเต้ได้ยินชื่อ ‘จงหลิง’ ใบหน้าก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ดวงตาพลันเต็มไปด้วยความตกตะลึง “เจ้าเพิ่งพูดว่ากระไรนะ? ใครคือแม่ทัพที่ถูกตัดศีรษะ?!”
ฉินเทียนหู่ไม่สามารถข่มความภาคภูมิใจต่อได้ เขาตอบเสียงดัง “จงหลิงพ่ะย่ะค่ะ!”
ฮ่องเต้ต้าเหลียงสูดหายใจลึก จ้องฉินเทียนหู่เขม็ง “แม่ทัพในตำนานที่รู้จักกันในนามหมาป่าแห่งเป่ยตี๋น่ะรึ?”
ฉินเทียนหู่พยักหน้าอย่างหนัก “ถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงเดินไปหาฉินเทียนหู่ ยื่นพระหัตถ์ออกไปพยุงเขา ความตื่นเต้นในพระเนตรยากที่จะปกปิด “ชายแดนต้าเหลียงเราถูกทหารพรานเป่ยตี๋คุกคามมานานหลายปี เรียกได้ว่าทุกข์ทรมานแสนสาหัส โดยเฉพาะจากจงหลิงผู้นี้! ผู้ที่เสียชีวิตด้วยน้ำมือของเขาคือพลเรือนและทหารหลายพันคนเป็นอย่างน้อย อีกทั้งเขายังสังหารขุนนางชั้นสูงที่ขนส่งเสบียงของเราไปหลายคนด้วย ขุนนาง นายกอง และแม่ทัพชายแดนต่างถูกสังหารไปมากมายจนไม่อาจนับไหว”
“แม่ทัพตัวเล็ก ๆ นั่น แม้กระทั่งเจิ้นก็ยังเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเขา!”
“เจิ้นยังไม่อยากจะเชื่อ คนที่ตายด้วยน้ำมือของฉินเฟิง คือจงหลิงจริง ๆ หรือ?”
ฉินเทียนหู่กุมหมัด และหายใจถี่กระชั้นเพราะความตื่นเต้น
ตอนเขาได้รับข่าวครั้งแรก ฉินเทียนหู่แทบไม่อยากเชื่อเช่นกัน จนกระทั่งเห็นศีรษะจึงได้มั่นใจ
ฉินเทียนหู่ไม่ได้อธิบาย หันกายไปตะโกนสั่งทันที “เอาศีรษะของจงหลิงเข้ามา!”
ไม่นานขันทีน้อยก็ถือกล่องน้ำแข็งมายังเบื้องพระพัตร์ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียง
“ใต้เท้าฉิน เมืองหลวงได้ตอบกลับจดหมายแล้วขอรับ พูดให้ถูกก็คือ เป็นพระราชโองการขอรับ!”
ฉินเฟิงกำลังนั่งไขว่ห้างและ ‘เล่นไพ่โป๊กเกอร์’ กับรองนายอำเภอคนใหม่ และตอนนี้เขาก็ชนะอีกฝ่ายไปแล้วเจ็ดแปดตำลึงเงิน ทันทีที่ได้ยินคนส่งสารกล่าวเช่นนั้น เขาก็กระโดดข้ามโต๊ะและคว้าพระราชโองการมาทันที
เมื่อเห็นบนนั้นเขียนไว้ว่า ฉินเฟิงถูกเรียกตัวกลับเมืองหลวงเพื่อรับรางวัล แต่ไม่มีการระบุว่าเป็นรางวัลอะไร ฉินเฟิงก็เบ้ริมฝีปาก คว้า ‘เงินพนัน’ บนโต๊ะ แล้วโยนใส่มือคนส่งสาร “เอาล่ะ ข้าเข้าใจแล้ว ลำบากเจ้าแล้ว”
เมื่อรู้ว่าฉินเฟิงต้องเดินทางกลับไปยังเมืองหลวง เจ้าหน้าที่ทางการชุดใหม่ของศาลาว่าการก็เริ่มคร่ำครวญ
“ใต้เท้าฉิน ท่านถูกย้ายกลับไปที่เมืองหลวงแล้วหรือ?! มันไม่เร็วไปหน่อยรึ? ท่านเพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้ไม่กี่วันเท่านั้นเอง?”
“ใต้เท้าฉิน ท่านจะไปไม่ได้นะขอรับ หากท่านจากไป ความหวังทั้งหมดที่ผู้คนในเมืองเป่ยซีได้จุดอย่างยากลำบากจะมอดดับลง”
เมื่อเผชิญกับความพยายามที่จะเหนี่ยวรั้งของทุกคน ฉินเฟิงก็เบ้ริมฝีปาก สีหน้าดูไม่พอใจนัก “พวกเจ้าอย่าทำร้ายข้าเลย! ครอบครัว สหาย และทรัพย์สินของข้าทั้งหมดอยู่ที่เมืองหลวง ข้าติดอยู่ในอำเภอเล็ก ๆ ที่ไกลปืนเที่ยงแห่งนี้ ไม่แน่ว่าสุดท้ายแล้วทรัพย์สินของครอบครัวยังจะตกไปอยู่ในมือของผู้ใด”
“อีกอย่าง กิจของทางการเกี่ยวอะไรกับระยะเวลาที่ข้าดำรงตำแหน่งกัน?”
“ข้าใช้เวลาสองสามวันจัดการงานทั้งหมดในตำแหน่งขุนนางที่เฉินลี่ใช้เวลาทั้งชีวิตก็จัดการไม่ได้ แล้วพวกเจ้ายังจะคร่ำครวญอันใดอีก”
ตั้งแต่ฉินเฟิงกับจงหลิงประมือกันครั้งแรก ชายหนุ่มก็เข้าใจทันทีว่า เขาจะสามารถย้ายกลับไปยังเมืองหลวงได้หรือไม่นั้น ล้วนขึ้นอยู่กับศีรษะของคนผู้นี้
ท้ายที่สุดแล้วหากต้องการออกจากเมืองเป่ยซี มีเพียงวิธีเดียวคือต้องได้เลื่อนตำแหน่งเท่านั้น
ทว่าวิธีการที่จะทำให้ได้เลื่อนตำแหน่งนั้นล้วนยาวนานมาก
เช่นนั้นหากต้องการเลื่อนตำแหน่งในช่วงเวลาสั้น ๆ เขาก็จำต้องทำความดีความชอบขั้นพิเศษ เพื่อให้ถูกฮ่องเต้เรียกพบ
ศีรษะของจงหลิงเป็นหินให้เหยียบชั้นดีสำหรับฉินเฟิงที่จะปีนกลับไปยังเมืองหลวง
ถึงกระนั้น นายน้อยเจ้าสำราญก็ไม่ได้วางแผนที่จะปล่อยมือจากเมืองเป่ยซี…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ