เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 255

บทที่ 255 ท่านอยากอุ้มหลานหรือ?

สีหน้าฉินเฟิงกลับตาลปัตร ชายหนุ่มหัวเราะแห้ง ๆ อย่างคนมีชนักติดหลัง “หากท่านลุงมีธุระกับหลาน ส่งบริวารมารายงานเป็นพอ หลานย่อมเตรียมของกำนัลนานัปการเพื่อไปเยี่ยมเยียนถึงจวน”

เมื่อเห็นหน้าตาพะเน้าพะนอของฉินเฟิง เซี่ยปี้ก็แค่นเสียงและเหยียดยิ้ม “เจ้าพูดได้ไพเราะกว่าการขับร้องเสียอีก! ฝ่าบาทพระราชทานงานแต่งงานมาจนป่านนี้ เจ้าหาได้เคยเหยียบเข้าจวนตระกูลเซี่ยของข้าไม่”

“หรือเจ้าเห็นว่าตระกูลเซี่ยของเราไม่เข้าตา ถึงได้จงใจหมางเมิน”

ยามรับรู้ถึงมือใหญ่แรงเยอะของเซี่ยปี้ ฉินเฟิงก็คิดในใจ …หากตนกล้าพูดว่า ‘ใช่’ น่ากลัวว่าคงต้องตายตกอยู่ตรงนี้แล้วกระมัง?!

นายน้อยเจ้าสำราญรีบปั้นสีหน้าจริงใจเหลือแสน กล่าวด้วยท่าทางสัตย์จริง “ท่านลุงเข้าใจหลานผิดแล้ว ได้ครองคู่กับคุณหนูเซี่ยถือเป็นวาสนาที่หลานสั่งสมบุญมาตั้งแต่ชาติปางก่อน ไม่สิ สั่งสมมาแต่สิบชาติก่อน ที่มิได้ไปเยี่ยมเยียนที่จวนเสียทีเพราะมีกิจพัวพันมากมาย ยากจะแยกร่างไปได้ขอรับ”

เมื่อเอ่ยมาถึงตรงนี้ ฉินเฟิงก็ทำหน้าตาขมขื่น “ใช่ว่าท่านลุงไม่รู้ หลานถูกเนรเทศไปยังเมืองเป่ยซี ตกระกำลำบากมาไม่น้อย…”

เซี่ยปี้แค่นเสียงในใจ …แสดงสิ แสดงอีก!

หากหลงเชื่อเจ้าแม้แต่ตัวอักษรเดียวก็ถือว่าข้าแพ้

รอจนฉินเฟิงระบายความตรอมตรมจบ เซี่ยปี้ก็ลากคอเสื้อเขาออกจากประตูวังหลวง ประหนึ่งคุมนักโทษ แล้วโยนเข้าไปในรถม้า

ฉินเฟิงสะท้านไปทั้งใจ รีบแหกปากร้องลั่น “ช่วยด้วย! หนิงกั๋วกงข่มเหงรังแกผู้อื่น!”

เซี่ยปี้หน้าดำคร่ำเครียด ตวาดกราดเกรี้ยว “ขืนเจ้าปากไม่มีหูรูดอีก ข้าจักตกรางวัลให้เจ้าสักหมัด! เจ้าประกาศว่าพึงพอใจในการแต่งงานครานี้มากมิใช่หรือ? แล้วจะมัวเฟ้นหาวันมงคลไปไย มิสู้ได้วันไหนเอาวันนั้นเลยเล่า วันนี้เจ้าตามข้ากลับจวนเถิด เราพ่อตาลูกเขยจะได้สนทนาพาทีกันให้หนำใจ!”

เมื่อต้องเจอกับหมัดเหล็กของเซี่ยปี้ ฉินเฟิงก็หนาวสะท้านไปทั้งสันหลัง

ได้แต่ตามเขามุ่งหน้าไปยังจวนหนิงกั๋วกงโดยสะกดความขุ่นเคืองเอาไว้

ขณะเดียวกัน หลิ่วหงเหยียนยืนอยู่หน้าจวนตระกูลฉิน มองออกไปด้วยใจรอคอย และพึมพำออกมาอย่างอดมิได้ “นี่ก็เที่ยงเข้าไปแล้ว ไยจึงยังไม่เห็นฉินเฟิงกลับมาอีก”

เวลานั้นเอง ฉินเสี่ยวฝูก็วิ่งกระหืดกระหอบกลับมา เมื่อเห็นหลิ่วหงเหยียนก็ครวญครางเสียงดัง “คุณหนูรอง แย่แล้วขอรับ!”

หัวใจหลิ่วหงเหยียนกระตุกวูบ รีบคาดคั้นอย่างรวดเร็ว “เกิดอันใดขึ้น?! เจ้ารีบบอกมาเร็วเข้า!”

ฉินเสี่ยวฝูไม่ทันได้หายใจให้ทั่วท้องก็เอ่ยขึ้นอย่างร้อนรน “ข้าน้อยรออยู่นอกประตูวัง เห็นกับตาว่านายน้อยถูกหนิงกั๋วกงลักพาตัวไปขอรับ”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ หัวใจหลิ่วหงเหยียนก็กลับไปเต้นดังเดิม นางมองค้อนฉินเสี่ยวฝูพลางพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ทำข้าตกอกตกใจหมด เจ้าบ่าวรับใช้เดนตาย! ไปเอาอย่างผู้ใดมากัน จะรายงานอันใดไยต้องเว้นจังหวะเช่นนี้? หนิงกั๋วกงผู้นั้นเป็นพ่อตาในอนาคตของฉินเฟิง ใช่การลักพาตัวที่ไหน? เจ้าไปรออยู่ที่จวนตระกูลเซี่ยเถอะ หากเห็นนายน้อยออกมาแล้วจงรีบพาตัวกลับ อย่าให้เขาไปเพ่นพ่านที่อื่นอีก”

“อุตส่าห์กลับมาถึงเมืองหลวงทั้งที จนป่านนี้ยังไม่โผล่หน้า เหลือเกินจริง ๆ!”

หลิ่วหงเหยียนแอบผิดหวังในใจ หมุนกายกลับจวน เมื่อเข้ามาเห็นเสิ่นชิงฉือและจิ่งเชียนอิ่งตั้งตาคอยจึงถอนหายใจ ยิ้มเฝื่อนด้วยท่าทางละเหี่ย “ยามนี้เฟิงเอ๋อร์มีกิจพัลวัน เพิ่งออกจากวังต้องห้ามก็ถูกหนิงกั๋วกงเรียกตัว ข้าดูแล้วคงมิได้พบหน้าเขาก่อนฟ้ามืดเป็นแน่”

เสิ่นชิงฉือภาคภูมิต่อความสำเร็จของฉินเฟิงในวันนี้มาก กระนั้นปากกลับไม่ยอมแพ้ นางสบถออกมา “เป็นเพียงนายอำเภอขั้นเก้าต๊อกต๋อย หาใช่ตำแหน่งยิ่งใหญ่อันใด เหอะ!”

ณ จวนหนิงกั๋วกงตระกูลเซี่ย

ในห้องโถงใหญ่ ฉินเฟิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยท่าทางไม่เป็นตัวเอง

เขาจึงทำท่าจะปฏิเสธ แต่ก็กลับถูกเซี่ยปี้มองตาขวางด้วยแววตาคม วาจาที่กำลังจะออกจากปากจึงจำต้องกลืนกลับเข้าไปอีกหน ชายหนุ่มยิ้มฝืดเฝื่อนพลางเอ่ย “ท่านลุงมีน้ำใจเช่นนี้ ไฉนเลยหลานจะกล้าปฏิเสธ”

เซี่ยปี้วางถ้วยชาลง เอ่ยด้วยน้ำเสียงกระแนะกระแหน “นี่เจ้ามิยอมเรียกข้าว่าพ่อตาเชียวหรือ?”

ฉินเฟิงไม่พอใจเป็นหนักหนา แตงที่ฝืนบิดไม่หวาน อีกฝ่ายไม่เข้าใจหรือไร?

แต่เมื่อคำนึงว่าตนเข้ามาในถ้ำเสือแล้ว จะสามารถมีชีวิตรอดออกจากตระกูลเซี่ยได้หรือไม่นั้นยังไม่รู้ จึงได้แต่ทักทายบรรพชนของเซี่ยปี้ในใจ แล้วเอ่ยเรียกเสียงแหบแห้งอย่างไม่เต็มใจ “ท่านพ่อตา…”

เซี่ยปี้ผู้มีสีหน้าขึงขังเมื่อครู่พลันเบิกบานใจ “ฮ่า ๆ ประเสริฐ! ในเมื่อเจ้าเรียกข้าว่าพ่อตา พวกเราพ่อตาลูกเขยย่อมเปิดอกกันตรงไปตรงมาได้ พ่อขอถามเจ้า งานแต่งของเจ้ากับอวิ๋นเอ๋อร์จะจัดเมื่อใด”

พับผ่าสิ! เผลอไผลคราเดียวได้พ่อมาเพิ่มแล้ว!

ฉินเฟิงเซ็งจนอยากตาย ทว่าด้วยความน่ากลัวของเซี่ยปี้ ชายหนุ่มจึงทำได้แต่กัดฟันอธิบาย “ท่านพ่อตาก็รู้ว่าศึกระหว่างแคว้นใกล้ปะทุแล้ว ข้ามีภาระต้องฝึกซ้อมทหารใหม่ ยากจะแยกร่างได้จริง ๆ โบราณว่าไว้ มีแผ่นดินก่อนแล้วจึงมีครอบครัว รอจนข้าขับไล่คนเถื่อนไปได้เมื่อใด ค่อยหารือเรื่องแต่งงานยังไม่สาย นี่เป็นความเห็นอันตื้นเขินของลูกเขยผู้นี้”

เซี่ยปี้หรี่ตา “ในเมื่อเจ้ากล่าวเช่นนี้แล้ว พ่อยอมไม่ฝืนทำให้เจ้าลำบากใจ เพียงแต่เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดพ่อถึงรีบร้อนในงานแต่งงานของเจ้าถึงเพียงนี้?”

เหอะ!

ฉินเฟิงบ่นกะปอดกะแปดในใจ …มิใช่เพราะบุตรีของท่านชอบใช้กำลังเกินไปจนมิมีผู้ใดกล้าแต่งงานกับนาง จึงกลัวว่านางจะเสียอนาคตในมือตัวเองหรอกหรือ?

แน่นอนว่าบ่นส่วนบ่น วาจาเยี่ยงนี้มิอาจพูดออกไปได้แน่ มิฉะนั้นคงได้โดนเซี่ยปี้ทุบตีตาย

ฉินเฟิงแสร้งทำครุ่นคิด แล้วถามหยั่งเชิงออกไป “ท่านพ่อตา… อยากอุ้มหลานหรือ?”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ