บทที่ 297 ตัดหัวแขวนประจาน
เช้าวันรุ่งขึ้น ยามตะวันเริ่มทอแสงรำไร ฉินเฟิงก็พาพี่หญิงทั้งสามตรงไปยังศาลาว่าการ
เขานำสมุดบัญชีที่เต็มไปด้วยฝุ่นหนาเตอะของศาลาว่าการออกมาส่งให้หลิ่วหงเหยียนคำนวณ
ในขณะเดียวกันก็สั่งให้ฉินเสี่ยวฝูวิ่งไปยังโรงเก็บธัญพืชอำเภอผิงเหยาเที่ยวหนึ่ง
จนกระทั่งยามซื่อ เวลาก่อนเที่ยงจึงนับภาษีที่ดินแต่ละรายการเสร็จ
เมื่อพิจารณาจากรายได้ภาษีในปีก่อนหน้า ส่วยธัญพืชของอำเภอผิงเหยาอยู่ที่ประมาณแสนต้าน
ทันทีที่ฉินเสี่ยวฝูกลับมาจากการตรวจสอบคลังธัญพืช ฉินเฟิงจึงได้รู้ว่าคลังธัญพืชถูกทิ้งร้างมานานแล้ว
ไม่มีแม้แต่ฝุ่นละอองอยู่ข้างใน
ฉินเฟิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเสียงเย็นและถอนหายใจ “ส่วยธัญพืชของอำเภอผิงเหยาขาดดุลเสียที่ไหน? เห็นได้ชัดว่าถูกถ่ายออกไป!”
“ในช่วงสิบปีที่ผ่านมานี้ ส่วยธัญพืชของอำเภอผิงเหยาเริ่มลดลงเรื่อย ๆ ในช่วงเจ็ดปีแรกเสบียงลดลงทั้งหมดสามแสนต้าน ในช่วงสามปีนับตั้งแต่ตำแหน่งนายอำเภอว่างลง ไม่ได้ส่งส่วยธัญพืช คำนวณจากหนึ่งแสนต้านต่อปี ตั้งแต่ต้นจนจบ แค่ลำพังในช่วงสิบปีนี้ก็สูญเสียส่วยธัญพืชไปทั้งหมดหกแสนต้านแล้ว”
“เสบียงเหล่านี้เพียงพอจะเลี้ยงได้หนึ่งกองทัพใหญ่ทีเดียว”
ขณะที่ฉินเฟิงกำลังทอดถอนใจ องครักษ์ค่ายเทียนจีพลันวิ่งเข้ามาในศาลาว่าการและประสานหมัดรายงาน “นายน้อย โจวอวี้ฝูถูกพาตัวออกไปนอกประตูแล้ว ส่วนพ่อบ้านจวนตระกูลเกาชิงฆ่าตัวตายเมื่อคืนนี้เพื่อหลีกหนีความผิด นอกจากนี้ทุกคนในจวนตระกูลเกาล้วนถูกควบคุมไว้แล้ว สามารถไต่สวนได้ทุกเวลาขอรับ”
ด้วยเหตุผลบางอย่าง ฉินเฟิงรู้สึกกระสับกระส่ายและจิตใจอ่อนแรงตั้งแต่เมื่อคืน
ทันใดนั้นเอง เสียงตะโกนของโจวอวี้ฝูก็ดังขึ้นจากนอกศาลาว่าการ
“ฉินเฟิง เจ้าใจกล้านัก เจ้าไม่เห็นมหาเสนาเกาอยู่ในสายตาจริง ๆ ใช่หรือไม่?!”
“ข้าเป็นคนสนิทของมหาเสนาเกา ถ้าเจ้าขยับเส้นขนข้าแม้แต่เส้นเดียว มหาเสนาเกาจะไม่มีวันปล่อยเจ้าไปแน่”
เดิมทีฉินเฟิงต้องการสอบสวนโจวอวี้ฝู แต่ทันทีที่ได้ยินเช่นนี้ ก็คร้านจะพูดมากความอีกต่อไป เขาทำเพียงโบกมือ “ไม่จำเป็นต้องไต่สวน ตัดหัวของโจวอวี้ฝูและพ่อบ้านตระกูลเกา แล้วแขวนประจานไว้ที่ประตูเมืองซะ”
“จริงสิ” ฉินเฟิงพลันนึกบางอย่างได้กะทันหัน เขาถามอย่างไม่ใส่ใจ “มีญาติสายตรงของเกาหมิงอยู่ในจวนตระกูลเกาหรือไม่?”
ทหารองครักษ์พยักหน้า “มีลุงเพียงคนเดียว ที่เหลือเป็นญาติห่าง ๆ ขอรับ”
เท่าที่ฉินเฟิงรู้ บิดามารดาของเกาหมิงเสียชีวิตไปนานแล้ว ส่วนภรรยากับลูก ๆ ของเขาอาศัยอยู่ด้วยกันในเมืองหลวง ในเมื่อในจวนมีลุงเพียงคนเดียว เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องส่งเขาไปเมืองหลวงเพื่อไต่สวน
ฉินเฟิงขยิบตาหนึ่งที องครักษ์ค่ายเทียนจีก็เข้าใจได้อย่างรวดเร็ว “ลุงของมหาเสนาเกาต่อต้านการจับกุมจึงถูกประหารชีวิตแล้ว”
เสิ่นชิงฉืออยู่ข้าง ๆ แม้จะไม่มีคุณสมบัติจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจของทางการ แต่เมื่อเห็นว่าฉินเฟิงจะสังหารลุงของเกาหมิง ภายในใจก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวล “ฉินเฟิง อย่างไรนั่นก็คือลุงของเกาหมิง ประหารก่อนแล้วรายงานทีหลัง เช่นนี้เกรงว่า…”
ก่อนที่เสิ่นชิงฉือจะพูดจบ ฉินเฟิงก็ขัดจังหวะเบา ๆ “เรื่องนี้ ข้าไม่ได้สังหารเขาโดยไม่ใคร่ครวญ”
ทาสรับใช้คนสนิทของมหาเสนาเกาถูกฟันคอเสียแล้ว ง่ายดายราวกับเชือดไก่เช่นนี้เลยรึ?
ขณะที่โจวอวี้ฝูและตัวการคนอื่น ๆ ถูกสังหารติด ๆ กัน ฉินเฟิงก็ส่งคนไปที่จวนตระกูลเกาเพื่อตรวจค้น
ช่วงเวลาเดียวกัน ณ ห้องทรงพระอักษรในพระราชวัง
องครักษ์ชุดดำถวายสมุดบัญชีให้ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงด้วยมือทั้งสองข้าง “กราบทูลฝ่าบาท ฉินเฟิงได้จัดการคดีนี้อย่างเหมาะสมในอำเภอผิงเหยา คืนวานนี้พ่อบ้านจวนตระกูลเกาต้องการทำลายสมุดบัญชี แต่ผู้ใต้บังคับบัญชาชิงสกัดกั้นไว้ได้ก่อนก้าวหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงรับสมุดบัญชีมาพลิกดู ตรัสถามอย่างสงบ “ทิ้งร่องรอยอันใดไว้หรือไม่?”
องครักษ์ชุดดำก้มศีรษะลง ดวงตาไร้สีสันใด ๆ ราวกับนักรบที่ตายไปแล้วก็ไม่ปาน “ข้าน้อยหักคอของชายคนนั้นแขวนไว้บนคาน แสร้งว่าเป็นการฆ่าตัวตายเพราะกลัวความผิด แม้ว่าองครักษ์ค่ายเทียนจีจะเชี่ยวชาญในการต่อสู้ ทว่าไร้ประสบการณ์ในการไขคดีฆาตกรรมจึงไม่สามารถหาเบาะแสได้พ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงพยักหน้ารับ ทอดมองการคดโกงที่บันทึกไว้ในสมุดบัญชี พลันก็หัวเราะอย่างเย็นชา รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปาก แค่นเสียง ‘หึ’ เบา ๆ แล้วกล่าวว่า “มหาเสนาเกาอุทิศตนให้กับราชวงศ์ต้าเหลียงมานานหลายทศวรรษ เมื่อเกษียณหลังสร้างคุณูปการ เดิมทีเขาควรจะอยู่ที่เมืองหลวงและได้รับการสนับสนุนจากชาวต้าเหลียง น่าเสียดายที่คนผู้นี้พออายุมากขึ้นก็เลอะเลือนง่ายนัก… เขาคิดจริงหรือว่าเจิ้นไม่รู้ว่า เขาคอยบงการทาสสุนัขเกี่ยวกับเรื่องที่ทำในอำเภอผิงเหยาเหล่านั้น?”
“เรื่องต่อต้านเจิ้นในราชสำนักนั้นช่างเถิด แต่ยังต้องการเหยียดหยามศักดิ์ศรีต้าเหลียงของเจิ้น ผูกสัมพันธ์กับพวกคนถ่อยแห่งเป่ยตี๋? คุณธรรมครั้งเก่าก่อนหายไปไหนสิ้นแล้ว?!”
“หึ เกาซงเองก็น่าผิดหวังนัก นับตั้งแต่ฉินเฟิงทำให้เขากลัวจนฝันร้าย ประตูใหญ่ไม่ออก ประตูรองไม่ย่างกราย เอาแต่อวดบารมีของตนต่อสาวใช้และบ่าวทาส มหาเสนาเกาอยากเก็บขยะประเภทนี้ให้มีชีวิตอยู่เพื่อจุดธูปตระกูลเกาในอนาคตก็แล้วไปเถิด เหตุใดต้องล้างแค้นให้เขาด้วย?!”
องครักษ์ชุดดำกระซิบสมทบ “เกาหมิงมีบุตรในยามชรา ย่อมตามใจเกาซงมากเกินไปพ่ะย่ะค่ะ”
ใบหน้าของฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงมืดทะมึน พลางกล่าวอย่างเย็นชา “ผู้เยาว์ไร้ความสามารถ ผู้ใหญ่ก็ไม่ได้ความ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ