บทที่ 320 กลยุทย์ลูกโซ่
เรื่องที่ไร้ยางอายที่สุดในการเป็นคน คือการใช้เงินทองของผู้อื่น
ข้อต้องห้ามสูงสุดในการเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา คือการดูหมิ่นศักดิ์ศรีของเจ้านาย
อย่าเห็นว่าเสนาบดีกรมยุติธรรมครองตำแหน่งสูงส่ง หากจะพูดให้ถูก ตระกูลเฉียนทั้งหมดหรือแม้แต่กรมยุติธรรมต่างก็เป็นสุนัขรับใช้ของตระกูลหลิน
ไท่เป่าหลินกับกุ้ยเฟย คนหนึ่งดูแลราชสำนัก คนหนึ่งดูแลวังหลัง อยู่ในเมืองหลวงจนเจริญรุ่งเรืองและร่วมมือกับตระกูลหลินที่ยึดมั่นอยู่ในเจียงหนาน
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ภายนอกแลดูราบรื่นแต่แท้จริงแล้วเป็นหัวข้อที่ละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง
ด้วยคำพูดของฉินเฟิง เขาเพียงต้องการแยกตระกูลหลินกับไท่เป่าหลินออกจากกันอย่างชัดเจน
ตระกูลหลินก็คือตระกูลหลิน และไท่เป่าหลินก็คือไท่เป่าหลิน
ฉินเฟิงไม่สนใจว่าผู้อื่นจะยอมรับหลักการนี้หรือไม่ ตราบใดที่ฉินเฟิงและฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงยอมรับก็เพียงพอแล้ว
ถึงเวลานั้น เมื่อฉินเฟิงลงมือกับตระกูลหลินจะช่วยลด ‘ขั้นตอน’ ได้เป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ฉินเฟิงจะกัดให้ตาย ตระกูลหลินในเจียงหนานล้วนเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีตำแหน่งราชการหรือบรรดาศักดิ์
สำหรับตัวตนพระญาตินั้น เขาไม่สนใจและฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงยิ่งไม่สนใจเข้าไปใหญ่!
นายน้อยฉินอยากได้ดินแดนอันเจริญรุ่งเรืองที่อุดมสมบูรณ์ทางเจียงหนานมานานแล้ว เขาอยากจะกลืนมันในคำเดียวและขุนตัวเองให้อ้วนกลมใจจะขาด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมเกลือที่ควบคุมโดยตระกูลหลิน ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะน้ำลายหกทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้
อย่าว่าแต่การลงมือผลิตเกลือด้วยตนเอง ตราบใดที่เขาดำเนินการแปรรูปและได้รับผลกำไรเล็กน้อยจากเกลือ นั่นก็เพียงพอที่จะสร้างรายได้มหาศาลให้เขาแล้ว
ฉินเฟิงและตระกูลหลินเป็นศัตรูกัน ภายนอกเป็นการช่วยฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงกำจัดปัญหาร้ายแรงในพระทัยฝ่าบาท
แต่ภายในมีจุดประสงค์ส่วนตัว คือการขยายธุรกิจ ขยายอำนาจ และล้างแค้นให้กับฮูหยินฉิน มารดาของเขาที่โดนลดขั้น!
ไม่ต้องเอ่ยถึงการที่ตระกูลหลินเป็นฝ่ายเริ่มยั่วยุฉินเฟิง ต่อให้น้ำบ่อจะไม่ยุ่งกับแม่น้ำคลอง แต่ฉินเฟิงก็จ้องจะกวน ‘บ่อน้ำ’ ตระกูลหลิน!
เฉียนเฉิงไม่เข้าใจหลักการนี้
ทว่าสาวใช้ซึ่งมักจะติดตามข้างกายกุ้ยเฟย ได้รับอิทธิพลจากนางจะไม่เข้าใจได้อย่างไร?
คนอื่น ๆ หลีกเลี่ยงตระกูลหลินแต่ฉินเฟิงไม่ เขากล้าเสี่ยงทำสิ่งที่ตรงข้ามกับคนทั้งใต้หล้า เพิกเฉยต่อแรงกดดันสองเท่าของไท่เป่าหลินและกุ้ยเฟย พลิกตระกูลหลินให้กลับหัวกลับหาง ประหารแล้วจึงรายงานตามอำเภอใจ จากนั้นก็รับส่งต่อกับฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียง ออกไปรับโทษสิบไม้นอกพระตำหนัก
สาวใช้มองดูชุดสุรา แล้วทำได้เพียงกัดฟันตอบรับ “ก็แค่หนึ่งแสนตำลึง…”
ก่อนที่จะพูดจบ ฉินเฟิงก็เปลี่ยนใจและปฏิเสธที่จะยอมรับ “ใครบอกเจ้าว่าหนึ่งแสนตำลึง? ก่อนหน้านี้ นายน้อยเฉียนใช้เงินหนึ่งแสนห้าหมื่นตำลึงประมูลชุดสุรา เขาเป็นลูกค้าดีเด่นในงานประมูลของเรา ข้าจึงมอบราคาพิเศษแก่เขา หากเจ้าอยากซื้อ? ก็ต้องจ่ายราคาเดิม!”
สาวใช้เป็นคนคิดคำนวณลึกซึ้งและฉลาดเฉลียว แต่เทียบไม่ได้กับคนที่อยู่บนเวที เมื่อพบกับอันธพาลไร้เหตุผลอย่างฉินเฟิง นางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องล่าถอยครั้งแล้วครั้งเล่า สาวใช้กัดฟันแล้วถามว่า “ราคาเดิมเท่าไหร่?”
ฉินเฟิงยักไหล่ โพล่งออกมาว่า “หนึ่งล้านตำลึงเงิน!”
เมื่อได้ยินราคาที่เรียกร้องสูงเกินเหตุนี้ ทั่วทั้งลานก็เต็มไปด้วยเสียงสูดหายใจเย็นเยียบ
ดวงหน้าของสาวใช้ซีดเผือด “หนึ่งล้านตำลึงเงิน! นายน้อยฉิน ท่านกำลังพยายามหาเรื่องกันชัด ๆ! อย่าว่าแต่บ่าว ต่อให้มองไปทั่วเมืองหลวง ผู้ใดจะสามารถนำเงินออกมาได้มากมายเช่นนั้น? อีกทั้งตอนนี้สงครามแคว้นกำลังใกล้เข้ามา ค่าใช้จ่ายทางทหารขาดแคลน ใช้หนึ่งล้านตำลึงเงินซื้อชุดสุรา หากฝ่าบาททรงทราบ พระองค์จะต้องพลิกแผ่นดินตรวจสอบอย่างแน่นอน”
ฉินเฟิงกางมือของเขาด้วยสีหน้าใสซื่อ “จะโทษข้าไม่ได้นะ เงินแลกกับสินค้า เดิมทีเครื่องเคลือบหลิวหลีนั้นล้ำค่าและหายาก ดังคำกล่าวที่ว่า ของหายากนั้นมีค่า”
“แต่…”
ฉินเฟิงเปลี่ยนเรื่อง “ถ้าเจ้าไม่สามารถจ่ายเงินมากมายเช่นนี้ได้ เจ้าสามารถจ่ายด้วยวิธีอื่นได้”
เขาเคยได้ยินความลึกล้ำในกลอุบายของฉินเฟิงมานานแล้ว จึงทำการบ้านและเตรียมการป้องกันมาไม่น้อย แต่เขาก็ยังตกอยู่ในกับดักของชายผู้นี้อยู่ดี
ลูกไม้ของฉินเฟิง ไม่เพียงแต่ป้องกันยากเท่านั้น แต่อีกฝ่ายยังวางหมากติดต่อกันอีกด้วย
เฉียนเฉิงผิดพลาดหนึ่งก้าว ก้าวต่อ ๆ ไปย่อมผิดพลาดหมด
วันนี้เขาไม่เพียงเสียหน้า แต่ยังสูญเสียศักดิ์ศรีอีกด้วย
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ ด้วยคำพูดที่ไม่ระมัดระวังของเขา เขาจึงเผลอลากตระกูลหลินเข้ามาพัวพันอย่างไม่คาดคิดแล้ว
ประเดี๋ยวนะ!
ทันใดนั้นเฉียนเฉิงก็นึกอะไรบางอย่างได้ เขาหันกลับและตะโกนไปทางประตูลานบ้าน “กลับมา! กลับมาเดี๋ยวนี้! ฉินเสี่ยวฝู รีบพาสาวใช้คนนั้นกลับมานะ ข้ายินดีจ่ายเงินจำนวนเท่าใดก็ได้!”
ทว่าช้าไป ฉินเสี่ยวฝูกับสาวใช้ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยนานแล้ว
ใบหน้าของเฉียนเฉิงซีดขาว เม็ดเหงื่อเย็นผุดพรายเต็มหน้าผาก เขารีบมองไปที่ฉินเฟิง แทบจะขอร้องวิงวอน “ฉินเฟิง ไม่สิ นายน้อยฉิน พี่ฉิน ข้าขอให้เจ้ายกมืออันสูงส่งของเจ้า ส่งสาวใช้นางนั้นกลับมา! เงินหนึ่งล้านตำลึงเงิน แม้ว่าจะต้องทุบหม้อและขายเหล็ก ข้าก็จะมอบให้เจ้าอย่างแน่นอน!”
ดวงตาของเฉียนเฉิงเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
สาวใช้คนนั้นคือสาวใช้ข้างกายกุ้ยเฟย ผีเท่านั้นที่รู้ว่านางเก็บความลับไว้มากมายเพียงใด
ตอนนี้สาวใช้อยู่ในมือของฉินเฟิงแล้ว นี่ไม่เท่ากับการบีบคอกุ้ยเฟยหรอกหรือ?
เมื่อเผชิญหน้ากับคำวิงวอนของเฉียนเฉิง ฉินเฟิงก็แคะหู เผยใบหน้าพ่อค้าหน้าเลือด “หนึ่งล้านตำลึงเงินเป็นราคาสำหรับการซื้อชุดสุรา ส่วนสาวใช้ ภายในเดือนหน้า สาวใช้นางนั้นเป็นของข้า เจ้าต้องการที่จะช่วยไถ่ตัวนาง ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้… วันละแสนตำลึงเงินเป็นอย่างไร? หนึ่งเดือนก็สามล้านตำลึงเงิน ตกลงหรือไม่?”
เฉียนเฉิงแทบจะพ่นเลือดออกมาเต็มปาก ต่อให้จะขายตัวเขาและจวนตระกูลเฉียนทั้งหมด แต่เขาก็ยังไม่สามารถหาเงินได้มากเพียงนั้น
เมื่อเห็นเฉียนเฉิงตัวสั่นเทา สีหน้าซีดเซียว ฉินเฟิงก็ถอนหายใจพลางกล่าวอย่างจนปัญญา “โทษที ข้าเป็นพ่อค้า สนใจแต่เรื่องเงินเท่านั้น ไม่เอ่ยถึงไมตรี”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ