เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 399

บทที่ 399 กลับมาคืนดี

จุดสำคัญที่สุดคือ ฉินเฟิงเอาชนะองค์ชายสิบเอ็ด แต่ฮ่องเต้กลับไม่โต้ตอบเลย นี่แสดงให้เห็นว่าฉินเฟิงมีอิทธิพลมากขึ้นแล้ว

ผู้ดูแลสำนักศึกษาหลวงชั่งน้ำหนักอย่างระมัดระวังและตอบอย่างรอบคอบ “ในเมื่อเจ้าคิดว่าตัวเองเป็นหลานชายก็ไม่จำเป็นต้องมากพิธี จากนี้ไปเราทุกคนล้วนเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่มีคำกล่าวว่า คบหาส่วนตัวง่าย แต่คบหาอย่างเปิดเผยยาก หากไม่มีข้ออ้างที่ดี เกรงว่าจะถูกวิพากษ์วิจารณ์”

ฉินเฟิงก็คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกัน

แม้ตลอดมา ชายหนุ่มจะไม่อยากเข้าร่วมกิจของทางการเป็นที่สุด แต่ตอนนี้เมื่อสถานการณ์ชัดเจน ทักษะการคานสมดุลของฮ่องเต้ก็เริ่มรุนแรงขึ้นทุกวัน

แม้แต่บิดาของเขาฉินเทียนหู่ซึ่งเป็นขุนนางดูแลการสงคราม ช่วงนี้ยามเข้าประชุมราชสำนักก็ยังต้องสงบปากสงบคำ

หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ครั้นฮ่องเต้สนับสนุนพรรคพวกใหม่ย่อมจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อตระกูลฉิน

ในเมื่อมิอาจหลีกเลี่ยงก็มิสู้วางแผนเอาไว้ล่วงหน้า!

ฉินเฟิงหรี่ตาลงและโพล่งออกมา “เราถือว่าการฟื้นฟูต้าเหลียงเป็นความรับผิดชอบ เป้าหมายหลักคือการฟื้นฟูแคว้น นอกจากนี้สำนักศึกษาหลวงและสำนักไท่ฉางยังเต็มไปด้วยศิษย์ที่หลากหลาย ได้รับความชื่นชมจากผู้รู้หนังสือทั่วใต้หล้า ควรก่อตั้งพลพรรคเถาหลินขึ้นเพื่อสร้างประโยชน์แก่เหล่าปัญญาชน ดังคำกล่าวที่ว่า ผู้รู้หนังสือรุ่งเรือง แคว้นเข้มแข็ง”

ผู้ดูแลสำนักศึกษาหลวงและผู้ดูแลสำนักไท่ฉางเดิมต้องการใช้ ‘แผนระยะยาว’

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ไม่นานหลังจากที่ฝ่ายเกาหมิงหมดอำนาจ ฉินเฟิงก็สร้างพรรคพวกใหม่ การเคลื่อนไหวนี้กล่าวได้ว่าทำให้ผู้คนตื่นตกใจ

แต่หลังจากได้พูดคุยกับชายหนุ่มแล้ว ผู้ดูแลสำนักศึกษาหลวงและผู้ดูแลสำนักไท่ฉางต่างก็เข้าใจทักษะอันล้ำเลิศของคนคนนี้ การแสดงความจริงใจในตอนนี้จะมีประโยชน์กว่ามากในอนาคต

หลังจากครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว ทั้งสองก็พยักหน้าอย่างเคร่งขรึมแล้วตอบพร้อมกัน “เช่นนั้นขอให้นายน้อยฉินเป็นผู้นำพลพรรค!”

พระราชวังต้องห้าม ห้องทรงพระอักษร

เคร้ง!

เสียงอันคมชัดดังขึ้น ตามมาด้วยถ้วยชาที่แตกกระจายเป็นเศษซาก พระเนตรของฮ่องเต้ต้าเหลียงดุร้ายกว่าที่เคยเป็นมา แม้แต่พระองค์ก็ไม่เคยคาดคิดว่าเด็กที่ทำให้ประหลาดใจในอดีตจะกลายเป็นคนที่รับมือยากในยามนี้ ฮ่องเต้ต้าเหลียงขุดหลุมพลางให้ฉินเฟิง แต่วางเขาผิดตำแหน่ง พอหันหลังอีกฝ่ายก็สะบัดหน้าไปร่วมมือกับสำนักไท่ฉางและสำนักศึกษาหลวงเพื่อก่อตั้งพลพรรคเถาหลิน เอาคืนฮ่องเต้ต้าเหลียง

“เจ้าฉินเฟิงตัวดี! คิดว่าเจิ้นไม่สามารถทำอะไรเจ้าได้จริง ๆ หรือ?”

เมื่อเห็นว่าฮ่องเต้ต้าเหลียงโกรธมาก จางซิ่วเย่ก็รีบเติมเชื้อเพลิงใส่เปลวไฟอย่างรวดเร็ว “ฝ่าบาท ฉินเฟิงเริ่มอาละวาดมากขึ้นเรื่อย ๆ หากเราไม่กำจัดในตอนนี้ ภายภาคหน้าจักต้องมีปัญหาไม่สิ้นสุดนะพ่ะย่ะค่ะ!”

ฮ่องเต้ต้าเหลียงจ้องมองจางซิวเย่ รู้สึกรำคาญในพระทัยนัก ในแง่ของความสามารถจางซิวเย่ผู้นี้เทียบไม่ได้กับหนึ่งในหมื่นของหลี่จ้านเลย

ทว่าหลี่จ้านมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับฉินเฟิงเกินไป ฮ่องเต้ต้าเหลียงจึงต้องกำจัดให้สิ้นซากและสนับสนุนจางซิวเย่​ที่รู้จักแต่การสร้างปัญหา

ทันใดฮ่องเต้ต้าเหลียงก็ตะคอกอย่างเย็นชา จางซิวเย่เข้าใจทันทีว่าฝ่าบาทไม่พอพระทัย จึงรีบถอยกลับอย่างรู้ความ

องครักษ์ชุดดำก้าวออกมาข้างหน้าช้า ๆ “ฝ่าบาท เจ้าเด็กฉินเฟิงค่อย ๆ เผยเขี้ยวเล็บแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”

ฮ่องเต้ต้าเหลียงพยักหน้า เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาเตือน เขาถามกลับว่า “เจิ้นไม่เข้าใจจริง ๆ ฉินเฟิงผู้นั้นเปลี่ยนไปเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร แม้แต่เจิ้นก็รับมือไม่ทันแล้ว”

องครักษ์ชุดดำก้มศีรษะลง เอ่ยตอบอย่างเคร่งขรึม “ฝ่าบาทโปรดยกโทษให้กระหม่อมด้วย”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฮ่องเต้ต้าเหลียงก็ยิ้มอย่างขมขื่น “เจิ้นมีลางสังหรณ์นานแล้ว เจิ้นอยู่แต่ในวัง คอยสอดส่องใต้หล้า ฉินเฟิงผู้นั้นก็อยู่ในเมืองหลวง แต่กลับรู้ข่าวในอำเภอเป่ยซีเป็นอย่างดี เจ้าเด็กคนนี้เป็นดั่งแบบจำลองของเจิ้นชัด ๆ”

องครักษ์ชุดดำกล่าวเสริมว่า “ยังมีอีกเรื่องหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ ม้าที่ราบสูงหนึ่งพันตัวได้เข้าสู่อำเภอเป่ยซีแล้ว”

“โอ้?” พระเนตรของฮ่องเต้ต้าเหลียงสว่างขึ้นทันที หลายวันมานี้พระองค์มีแต่เรื่องให้หน้านิ่วคิ้วขมวด ในที่สุดก็ได้ยินข่าวดีเสียที “ไม่คิดว่าฉินเฟิงจะทำสำเร็จ นอกจากม้าที่ราบสูงหนึ่งพันตัวแล้ว ยังมีสิ่งอื่นอีกอีกหรือไม่?”

องครักษ์ชุดดำสบสายพระเนตรฮ่องเต้อย่างลึกซึ้ง “คนและม้าของฉินเฟิงล้วนระมัดระวังอย่างยิ่ง องครักษ์ชุดดำไม่กล้าเข้าใกล้เพื่อติดตาม ทำได้แค่มองจากระยะไกลเท่านั้น แคว้นที่ราบสูงอาจรับสินบนจากฉินเฟิง และ… ฉินเฟิงยังคงจัดกองคาราวานเพื่อไปยังแคว้นที่ราบสูง ขนส่งอาวุธและชุดเกราะ อีกทั้งยังมีทหารหลายนายจากค่ายเทียนจีไปด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้ต้าเหลียงเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เขาส่ายหัวและถอนหายใจ “เจิ้นเคยพูดไว้ว่าอย่างไรนะ แม้ฉินเฟิงจะใช้งานยาก แต่ตราบใดที่ใช้ให้ดีก็จะได้ผลลัพธ์เป็นสองเท่าด้วยความพยายามเพียงครึ่งเดียว พลังของคนหนึ่งคนสามารถควบคุมกองทัพเป่ยตี๋ได้ อีกทั้งยังสามารถติดสินบนแคว้นที่ราบสูงให้ขนาบตีเป่ยตี๋ คนผู้นี้ดีกว่าทหารพันนายหรืออาชาหมื่นตัวเสียอีก”

“ช่างเถิด ก่อนสิ้นสุดสงครามแคว้น เจิ้นจะอยู่ในราชสำนักเท่านั้น เพียงเพิ่มความควบคุมเล็กน้อย แล้วปล่อยให้ฉินเฟิงจัดการได้เต็มที่”

องครักษ์ชุดดำโค้งคำนับและก้าวถอยหลัง “ฝ่าบาททรงพระปรีชา”

ฉินเฟิงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ด้วยหลังจากขาดทุนไปเป็นเวลานาน ในที่สุดเขาก็เริ่มทำกำไรได้อีกครั้งแล้ว

ลูกกวาดกลายเป็นของโปรดขนิดใหม่ของปัญญาชนกับบรรดาขุนนางทางเจียงหนาน และค่อย ๆ ขยายเส้นทางการค้าไปทางเหนือตลอดจนถึงสามสิบหกอำเภอรอบเมืองหลวง

ครานี้ฉินเสี่ยวฝูติดตามกองคาราวานกลับมาที่เมืองหลวง ร้องห่มร้องไห้พลางกอดต้นขาของฉินเฟิง

“นายน้อย ข้าน้อยคิดถึงท่านมากเลยขอรับ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ