บทที่ 421 เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ตกที่นั่งลำบาก
ฮ่องเต้ได้มอบสมรสพระราชทานมาระยะหนึ่งแล้ว อย่างไรก็ตาม ถ้าต้องการทำให้งานแต่งสมบูรณ์จริง ๆ ก็ต้องรอจนกว่าสงครามแคว้นจะสิ้นสุดลง ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลากี่เดือนกี่ปี ทุกคนรู้ว่าเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์มีสัญญาหมั้นหมายกับฉินเฟิง รู้เพียงว่าเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ควรภาคภูมิใจ แต่พวกเขากลับไม่รู้ความลำบากในใจของนาง
ตั้งแต่นางมีสัญญาหมั้นกับฉินเฟิง เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ก็ไม่มีอิสระเสรีเหมือนก่อน ได้แต่อยู่ในจวนทั้งวันทั้งคืน แทบไม่มีโอกาสได้ออกไปเที่ยวข้างนอกเลย แม้จะออกไป บุตรหลานในเมืองหลวงก็พากันหลีกเลี่ยงนาง ด้วยเกรงว่าจะปะทะกันจนทำให้ตระกูลฉินและตระกูลเซี่ยขุ่นข้องหมองใจ
แม้แต่การเดินเที่ยวไปเรื่อยก็ยังน่าเบื่อยิ่งนัก
ถ้าฉินเฟิงน่าตายผู้นั้นใส่ใจนางมากกว่านี้หน่อยก็ยังพอว่า
แต่…
เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์รู้สึกว่านางเทียบไม่ได้แม้แต่สาวใช้คนหนึ่งด้วยซ้ำ
คุณหนูเซี่ยอยากบอกบิดาของนางให้ยุติงานแต่งอยู่หลายครา แต่นางก็กลืนคำพูดนั้นลงไปตลอด ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจเรื่องใหญ่เช่นนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนาง
ฉีหยางจวิ้นจู่เหมือนจะมองเห็นความไม่สบายใจในดวงตาของเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์จึงพูดด้วยสีหน้าเฉยชา “อวิ๋นเอ๋อร์ เจ้าบอกความจริงมาเถอะ เจ้าฉินเฟิงผู้นั้นละเลยเจ้าใช่หรือไม่?”
“ถ้าเป็นเรื่องจริง ข้าจะไม่ไว้ชีวิตเขา!”
ทันทีที่สิ้นประโยค สายตาของคุณหนูทั้งหลายที่มองเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ก็เปลี่ยนไปทันที
“ไม่ใช่กระมัง รูปโฉมของอวิ๋นเอ๋อร์ ฉินเฟิงมีแต่จะชื่นชอบ จะถูกละเลยได้อย่างไร?”
“ถูกต้อง ในบรรดาสตรีในเมืองหลวง มีกี่คนที่งดงามได้เท่าอวิ๋นเอ๋อร์?”
“หรือฉินเฟิงคิดว่า… บุคลิกของอวิ๋นเอ๋อร์ตรงไปตรงมาเกินไป ขาดความอ่อนช้อยอย่างหญิงสาว ถึงได้…”
“เฮ้อ! ผู้ชายพวกนั้นล้วนชอบผู้หญิงอ่อนแอ อวิ๋นเอ๋อร์ เจ้าก็ควรเปลี่ยนเสียบ้าง”
บรรดาคุณหนูพูดคุยกัน ใบหน้าเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ร้อนผ่าว
แม้ผลงานของฉินเฟิงจะน่าชื่นชม แต่นางเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์เกี่ยวข้องอะไรด้วยเล่า? ไม่มีอะไรน่าภูมิใจสักนิด กลับกันมันเต็มไปด้วยความคับข้องใจเสียมากกว่า
ตอนเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์กำลังนั่งอย่างอยู่ไม่สุขนั้นเอง สาวใช้ก็วิ่งกระหืดหระหอบเข้ามาพลางกล่าว “คุณหนู องค์ชายหกมาเจ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว “องค์ชายหกมาทำอะไรที่นี่? ไปบอกท่านว่าท่านพ่อไม่อยู่และไม่สะดวกที่ข้าจะพบ เชิญองค์ชายหกกลับวัง”
เกือบจะทันทีที่นางพูดจบ เสียงหัวเราะก็ดังมาจากด้านนอกเรือน
“อวิ๋นเอ๋อร์ ไยเจ้าถึงใจร้ายเพียงนี้เล่า?”
องค์ชายหกสวมชุดสีขาวมือถือพัด ผลักเปิดประตูเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มประดับบนใบหน้า
เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ขมวดคิ้วแน่น ลุกขึ้นยืนตรงด้วยความระมัดระวัง “ในจวนไม่มีญาติบุรุษอยู่ด้วย องค์ชายบุกเข้ามาในเรือนชั้นในอย่างเปิดเผย นี่ไม่เหมาะสมกระมัง?”
เมื่อเผชิญกับคำถามของเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ องค์ชายหกไม่เพียงแต่ไร้ความเกรงใจ ทว่ายังเดินตรงไปนั่งลงบนม้านั่งหิน โบกพัดเบา ๆ ด้วยท่าทีสบายใจ “ฉีหยางจวิ้นจู่และคุณหนูอีกหลายคนก็อยู่ เจ้าจะกลัวอะไร ต่อให้องค์ชายอย่างข้าอันตรายแค่ไหนก็คงกินพวกเจ้าทั้งหมดไม่ไหวหรอก ฮะฮ่าฮ่าฮ่า”
อย่าว่าแต่เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์เลย แม้แต่ฉีหยางจวิ้นจู่ก็มีสีหน้ารังเกียจ
ในบรรดาองค์ชายแห่งวังหลัง แม้แต่องค์ชายที่สูญเสียอำนาจก็ยังประพฤติตนด้วยความสง่างาม
เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณต่อมารดาขององค์ชายหกที่เสี่ยงชีวิตช่วยฮ่องเต้ พระองค์ได้ให้สิทธิพิเศษแก่องค์ชายหกไว้ เว้นแต่ว่าเขาจะแตะต้องราชวงศ์ ก่อให้เกิดอันตรายต่อใต้หล้า มิฉะนั้นจะไม่ตำหนิความผิดใด ๆ ของบุตรผู้นี้
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ตราบใดที่องค์ชายหกไม่ทำการชั่วช้าผิดต่อกฏเกณฑ์ก็ไม่มีใครทำอะไรเขาได้
คุณหนูที่นั่งอยู่ เกรงว่าจะชักภัยใส่ตัว จึงไม่มีใครกล้าพูดแทนเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์
ฉีหยางจวิ้นจู่ต้องการช่วยแต่นางก็ช่วยไม่ได้ ท้ายที่สุดแล้ว ต่อให้องค์ชายหกประพฤติตัวแย่ แต่ก็เป็นเสด็จพี่ของนางเช่นกัน ไม่ใช่คราวของฉีหยางจวิ้นจู่ที่จะสั่งสอนบทเรียนให้เขา
มุมปากขององค์ชายหกยกขึ้น จ้องมองเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์อย่างเปิดเผย “ข้าจะอธิบายให้เจ้าฟังเพื่อที่เจ้าจะได้ไม่เข้าใจผิด ข้ามาที่นี่วันนี้ก็เพื่อล้างแค้นให้น้องสิบเอ็ด น้องสิบเอ็ดไม่เพียงแต่เป็นน้องชายของข้า แต่เรายังสนิทกันที่สุด ตอนนี้น้องสิบเอ็ดถูกขังอยู่ที่สำนักขุนนางฝ่ายใน สิ้นหวังหมดสภาพ ข้ารู้สึกเจ็บใจนัก”
ขณะพูด ดวงตาขององค์ชายหกก็แสดงความโลภอย่างไม่มีที่สิ้นสุด “อวิ๋นเอ๋อร์ ข้าไม่เหมือนเจ้าฉินเฟิงนั่น ข้าทนไม่ได้ที่จะละเลยเจ้า ข้าอยากจะทะนุถนอมเจ้าไว้ในมือและดูแลเจ้าอย่างดี”
สำหรับเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์คำพูดเหล่านี้เท่ากับความอับอายและความอัปยศอดสูอย่างถึงที่สุด
แม้ฉินเฟิงจะละเลยนาง แต่เขาก็ยังคงเป็นสามีในอนาคตที่ถูกต้องตามกฎหมาย จะถูกคนดูแคลนได้อย่างไร? แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นองค์ชายก็เถอะ!
เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ดึงแส้ออกจากเอวพลางกัดฟันกรอด “หากองค์ชายยืนกรานจะได้คืบเอาศอก แม้ข้าจะต้องตาย ข้าก็จะขอรักษาความบริสุทธิ์ไว้โดยไม่ลังเล!”
เมื่อเห็นว่าเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์โกรธ ฉีหยางจวิ้นจู่ก็รีบเอื้อมมือไปหยุดนาง “อวิ๋นเอ๋อร์ ใจเย็น ๆ อย่าตกอยู่ในแผนการของคนผู้นี้ เขาแค่อยากทำให้เจ้าโกรธ ถ้าเจ้าทุบตีองค์ชายจริง ๆ ตระกูลเซี่ยจะลำบากไปด้วย ถึงตอนนั้นอาจเกี่ยวโยงไปถึงตระกูลฉิน”
เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์มีหรือจะไม่เข้าใจหลักการนี้ เพียงแต่… นางไม่สามารถกล้ำกลืนความอดสูลงไปได้จริง ๆ
เมื่อเห็นเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์โกรธเกรี้ยวแต่ก็ทำอะไรไม่ถูก องค์ชายหกก็อดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ย “ฉินเฟิงไม่ได้เพิ่งสร้างผลงานหรอกหรือ ข้าอยากจะดูนักว่า เมื่อแส้ของเจ้าฟาดลงมาแล้ว ฉินเฟิงจะสามารถใช้ความดีทดแทนความผิดได้หรือไม่!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ