บทที่ 431 คนชั่วต้องโดนลงโทษจากคนชั่ว!
ในแถบเจียงหนาน การเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงจะเร็วกว่าทางเหนือครึ่งเดือน
ในฐานะที่เป็นพื้นที่ผลิตธัญพืชสำคัญที่สุดในต้าเหลียง เวลานี้แถบพื้นที่เจียงหนานจึงเจริญรุ่งเรือง ชาวบ้านทุกคนล้วนทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับทุ่งนา รอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าของพวกเขา
ท้ายที่สุดแล้ว สำหรับคนในท้องถิ่น ไม่ว่าราคาขายธัญพืชจะอยู่ที่เท่าใด อย่างน้อยราคาธัญพืชที่พ่อค้าธัญพืชในท้องถิ่นรับซื้อก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
ยามนี้เมืองถังชี ตระกูลหลินใช้กำลังเกือบทั้งหมด เริ่มดำเนินการกว้านซื้อธัญพืชจำนวนมาก
พ่อบ้านชราของตระกูลหลินออกเดินทางพร้อมกับกลุ่มรับซื้อธัญพืชด้วยตนเอง เมื่อผ่านร้านค้าตระกูลฉินก็พบว่าประตูร้านปิดแน่น ไม่ได้เป็นที่นิยมเช่นในวันวานอีกต่อไป
พ่อบ้านชราอดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ย “ฮึ ดูเหมือนว่าข้าจะกังวลมากเกินไป”
“ตอนนี้ตระกูลฉินได้ย้ายไปอำเภอเป่ยซีแล้ว ร้านค้าทั้งหมดในถังชีถูกปิดลง เกรงว่าพวกเขาจะไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงเรื่องในเจียงหนานได้อีกต่อไป หากไม่มีการสนับสนุนจากร้านค้าในถังชี ครั้นร้านค้าธัญพืชตระกูลฉินต้องการขยายไปทางใต้ก็จะยากยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์ แม้ว่าจะมาจริง ๆ ก็พลาดเวลาที่ดีที่สุดในการซื้อธัญพืชไปแล้ว”
พ่อบ้านชราอารมณ์ดี ตระกูลหลินเป็นเจ้าของที่ดินมากกว่าหนึ่งแสนหมู่ แค่เก็บค่าเช่ารายปีก็เพียงพอที่จะทำให้ตระกูลหลินเป็นพ่อค้าธัญพืชรายใหญ่ที่สุดในเจียงหนาน นอกจากนี้ ทุกปีกองคาราวานของตระกูลหลินจะต้องออกไปซื้อธัญพืชให้ได้มากที่สุด อาจกล่าวได้ว่าธัญพืชแถบใต้ทั้งหมดของต้าเหลียงอยู่ในกำมือของตระกูลหลินอย่างมั่นคง
หากตระกูลหลินพอใจจะจัดหาเสบียงเข้าคลัง หากตระกูลหลินไม่พอใจ ต่อให้เป็นเง็กเซียนฮ่องเต้ก็หิวโซต่อไปเถิด
ตราบใดตระกูลหลินยังเป็นตระกูลร่ำรวยทางเจียงหนาน ตำแหน่งของไท่เป่าหลินและกุ้ยเฟยจะมั่นคงอย่างยิ่ง!
ในตอนที่พ่อบ้านชรากำลังภูมิใจ กลับเห็นบ่าวรับใช้คนหนึ่งวิ่งปรี่เข้ามาอย่างรวดเร็ว
“พ่อบ้าน แย่แล้วขอรับ กองทหารม้ากำลังเข้ามาถังชีด้วยท่าทีแข็งกร้าว”
พ่อบ้านชราตะคอกเบา ๆ “ตื่นตระหนกอันใด? หรือกองกำลังเจียงหนานกำลังฝึกซ้อมทางทหารอยู่?”
“แต่ต่อให้เป็นกองกำลังเจียงหนานก็ยังต้องดูสีหน้าระกูลหลินของเรา ไม่จำเป็นต้องสนใจ”
บ่าวรับใช้เช็ดเหงื่อบนหน้าผากแล้วตะโกน “ไม่ใช่ทหารทั่วไปขอรับ บ่าวมองดูเสื้อผ้าของพวกเขาแล้ว พบว่าล้วนเป็นทหารจากทางเหนือขอรับ”
“อะไรนะ?! ทหารม้าจากทางเหนือ?!” หัวใจของพ่อบ้านชราเต้นผิดจังหวะ
ก่อนหน้านี้ฉินเฟิงส่งหนิงหู่มาตั้งกระโจมพักแรมที่นอกเมืองถังชี อาศัยข้ออ้างว่าเพื่อ ‘ปันส่วนเสบียงทหาร’ จนขโมยอาหารไปไม่น้อย! แม้แต่อำเภอชางผิงก็ยังได้ประโยชน์จากมันมาก เมื่อเห็นร้านค้าตระกูลฉินปิดตัวลง กอปรกับหนิงหู่นำกองทหารออกไป พ่อบ้านชราคิดว่าในที่สุดเขาก็จะได้อยู่อย่างสงบสุขสักสองสามวัน แต่การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของกองทหารทางเหนือเป็นการปลุกให้พ่อบ้านชราตื่นขึ้นจากฝัน
“เร็ว! รีบกลับเร็วเข้า ยกเลิกแผนการซื้อธัญพืชวันนี้”
“นอกจากนั้น จงเร่งไปแจ้งผู้บัญชาการทหารสูงสุดให้ส่งกองกำลังไปควบคุมกองทหารทางเหนือ อย่าให้กองทหารเหล่านั้นเข้าไปในเมือง!”
ขณะที่พ่อบ้านชรากำลังออกคำสั่งก็มีเสียงกึกก้องดังมา
“ตาเฒ่าคนนี้ ถังชีอยู่ภายใต้การปกครองของฮ่องเต้ ใช่เรื่องที่เจ้าจะตัดสินใจได้เสียที่ไหน? ข้าอยากเข้าก็เข้า อยากจะไปก็ไป!”
สิบเหวินต่อหนึ่งถัง เทียบเท่ากับการซื้อธัญพืชจากชาวบ้าน ไม่มีกำไรเลยสักนิด
สิบถังมีค่าเท่ากับหนึ่งต้าน หนึ่งต้านเท่ากับหนึ่งร้อยยี่สิบชั่ง ห้าแสนต้านเท่ากับหกสิบล้านชั่ง นี่เกือบจะเทียบเท่ากับผลผลิตของพื้นที่เจียงหนานทั้งหมดในหนึ่งปี ยิ่งไปกว่านั้นจะต้องส่งไปทางเหนือภายในครึ่งเดือนรึ? นี่ถือเป็นงานที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ฉินเฟิงจงใจทำให้ตระกูลหลินลำบากอย่างชัดเจน!
หนิงหู่ขมวดคิ้ว เบิ่งตาจ้องมอง ไม่ให้โอกาสพ่อบ้านชราได้ปกป้องตัวเอง “เจ้าร้องครวญครางไปเถอะ หากในครึ่งเดือนไม่มีเกวียนบรรทุกขนเสบียงอยู่บนถนน ข้าจะตัดหัวเจ้าเอง!”
หนิงหู่ทิ้งคำพูดที่โหดร้ายไว้ จากนั้นก็ดึงบังเหียนอย่างแรง ไม่สนใจเสียงครวญครางของพ่อบ้านชรา ก่อนจะหันหลังออกจากเมืองถังชี ท้ายที่สุดแล้วทหารม้าต่างถิ่นก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเมือง นี่เป็นกฎ ต้องตั้งกระโจมอยู่ห่างจากตัวเมืองเท่านั้น
ส่วนปัญหาที่ยกให้ตระกูลหลิน ฉินเฟิงเรียกมันว่า ‘ทฤษฎีหน้าต่างแตก’
ก่อนอื่น ให้งานที่เป็นไปไม่ได้แก่ตระกูลหลิน ตระกูลหลินเจ้าเล่ห์มีไหวพริบ ย่อมลดการจัดซื้อธัญพืชให้น้อยที่สุดอย่างแน่นอน แม้ว่าจะสามารถบรรลุได้เพียงหนึ่งในสิบของแผน แต่ก็เพียงพอที่จะให้แถบชายแดนเหนือได้บริโภคแล้ว
หนิงหู่เงยหน้าขึ้นและพูดอย่างภาคภูมิใจกับลูกน้อง “พี่ฉินบอกแล้วว่า พ่อค้าหน้าเลือดพวกนี้จะไม่ยอมจำนนเว้นแต่จะถูกจัดการให้ถึงตาย ตอนนี้สงครามกำลังใกล้เข้ามา เสบียงก็ตึงเครียด พ่อค้าหน้าเลือดสารเลวเหล่านี้ยังซื้อถูกขายแพง ทำให้แคว้นยากจน เป็นกลุ่มเศษสวะจริง ๆ อ้อ! ส่งคนไปลาดตระเวนรอบ ๆ ด้วย”
“พ่อค้าข้าวท้องถิ่นจะต้องซื้อข้าวจากชาวบ้านในราคายุติธรรม ถ้าใครอยากจะบีบราคาข้าวของชาวบ้านเพื่อส่งมอบเสบียงทหารก็ตัดหัวมันได้เลย ข้าไม่อยากเชื่อว่าใครจะกล้า”
รองหัวหน้าที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “หนิงเชียนฮู่ ไม่ว่าจะอย่างไรที่นี่ก็คือถิ่นตระกูลหลิน หากการทำการอุกอาจเกินไป เกรงว่าตระกูลหลินจะตอบโต้นะขอรับ”
หนิงหู่เบิกตาจ้อง “กลัวอะไร ทางกองกำลังเจียงหนานมีกองกำลังฮ่องเต้ควบคุมอยู่ ตระกูลหลินมีอำนาจ อาศัยกองทหารรักษาการณ์ต่าง ๆ ในตอนที่สงครามแคว้นอยู่เบื้อหน้า ใครจะกล้าทำผิด แม้ว่าอีกฝ่ายจะตายก็ทำได้แค่ส่งข้อความถึงไท่เป่าหลิน ให้เข้าวังไปฟ้องร้องก็เท่านั้น”
“คนชั่วก็ต้องได้รับการลงโทษจากคนชั่ว!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ