เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 441

บทที่ 441 ไฟสงครามแผดเผา

ไท่เป่าหลินมองไปที่ฉินเฟิงด้วยสายตาเหลือเชื่อ แล้วตะโกนเสียงหลง “เปิดฉากโจมตีเป่ยตี๋รึ? เจ้ารู้รึไม่ว่าต้องสูญเสียกำลังพลของต้าเหลียงมากเพียงใด?!”

เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของไท่เป่าหลิน ใบหน้าของฉินเฟิงก็เปลี่ยนเป็นจริงจังอย่างมาก เขาตะโกนด้วยความโกรธ “ท่านคิดหรือว่าข้ายินดีให้ผู้คนไปเสี่ยงชีวิต ทั้งสองแคว้นกำลังเดิมพันทุกอย่างในศึกชี้ชะตา ชีวิตทหารในต้าเหลียงของเราคือชีวิต แต่ชีวิตทหารในเป่ยตี๋ไม่ใช่ชีวิตรึ? ศัตรูทุ่มกำลังทั้งหมด ต้าเหลียงของเราจะอ่อนแอหวาดกลัวเช่นนี้ได้อย่างไร!”

เมื่อเผชิญหน้ากับเสียงตะโกนอันโกรธเกรี้ยวของฉินเฟิง แม้ในใจไท่เป่าหลินไม่เต็มใจแต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

ฮ่องเต้ต้าเหลียงทอดพระเนตรฉินเฟิงอยู่นาน ในที่สุดก็ตัดสินใจได้ จึงยืนขึ้นก่อนจะตรัสเสียงดัง “ถ่ายทอดราชโองการ รวบรวมกำลังทหารและม้าศึกจากเจียงหนาน จงหยวน จัดกำลังเตรียมกองทัพเอาไว้ในกรณีฉุกเฉิน! คำสั่งระดมพลทั้งหมดในชายแดนเหนือทำตามคำสั่งของทูตพิเศษฉิน ในเมื่อเป่ยตี๋กำลังเดิมพันชะตากรรมของแคว้น พร้อมต่อสู้จนตาย ต้าเหลียงของเราย่อมพร้อมรับศึก!”

บนเนินดินสิบลี้นอกอำเภอเป่ยซี เฉินซือสวมชุดเกราะเบา แขนข้างหนึ่งจับดาบที่อยู่ตรงเอว จ้องมองไปทางอำเภอเป่ยซี

ในชั่วยามที่ผ่านมา ผู้ส่งสารแนวหน้ายังคงรายงานกลับมากว่าสิบครั้ง

“ท่านแม่ทัพ! ทหารรักษาการณ์อำเภอเป่ยซีออกจากเมืองแล้วขอรับ!”

“ท่านแม่ทัพ! ทหารรักษาการณ์อำเภอเป่ยซีกลับเข้าเมืองแล้วขอรับ”

“ท่านแม่ทัพ! ทหารรักษาการณ์อำเภอเป่ยซีออกมาอีกแล้วขอรับ”

“ถอยทัพเถิดขอรับ ท่านแม่ทัพ กำแพงเล็กรอบกำแพงเมืองอำเภอเป่ยซีง่ายต่อการป้องกัน ยากจะโจมตี หากบุกเข้าไปในกำแพงจะถูกล้อมรอบไปด้วยศัตรูจากทุกด้าน ถ้าไม่โจมตีเข้าไป ทหารรักษาการณ์อำเภอเป่ยซีก็จะพึ่งพากำแพงเมืองสูงตระหง่าน คันธนูและลูกธนูอันทรงพลัง ยิงลงมาจากที่สูง กองทัพของเราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องถอยหนี ทุกครั้งที่เราถอย ทหารม้าทมิฬแห่งเป่ยซีจะออกมาภายใต้การคุ้มกันของทหารม้าเกราะเบา ไล่ตามกองทัพของเราไม่หยุด ในตอนที่กองทัพของเรารักษาตำแหน่งที่มั่นคงพร้อมจะโต้กลับ ทหารม้าของอำเภอเป่ยซีก็จะถอยเข้าไปในเมืองทันที”

“การผลาญกำลังพลเช่นนี้ทำให้กำลังพลกว่าหมื่นนาย สูญเสียไปกว่าพันนายแล้วขอรับ!”

ใบหน้าของเฉินซือเคร่งขรึม แววตาไม่ได้สั่นไหวจากรายงานข่าวร้ายที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

หากกองทัพมากกว่าหมื่นนาย สูญเสียไปกว่าสองพันนาย ประสิทธิภาพการต่อสู้จะลดลงกว่าครึ่ง หากสูญเสียมากกว่าสามพันนาย โดยทั่วไปแล้วก็จะสูญเสียประสิทธิภาพการต่อสู้ ทำได้แค่เพียงถอยทัพ มิฉะนั้นปัญหาเช่นการดูแลผู้บาดเจ็บและขวัญกำลังใจทหารจะก่อตัวขึ้นซึ่งเป็นปัญหาที่อันตรายอย่างมาก

เป็นเวลาหกวันแล้วนับตั้งแต่เริ่มโจมตีอำเภอเป่ยซี แม้กองทัพจะแค่โจมตีลองเชิงมาโดยตลอด แต่พวกเขาก็ยังคงสูญเสียกำลังพลไปมากกว่าพันนาย

ความแข็งแกร่งของอำเภอเป่ยซีมีมากกว่าที่เฉินซือคาดเอาไว้ก่อนหน้านี้นัก

อาศัยกองกำลังทหารที่เฉินซือมีอยู่ในมือยามนี้ หากอยากยึดครองอำเภอเป่ยซีก็ไม่ต่างจากความฝัน แต่… นี่ไม่สำคัญ เดิมทีทหารมากกว่าหมื่นนายเป็นแค่หยื่อล่อ ชั่วขณะนี้ แนวหน้าก็ได้เริ่มโจมตีกองกำลังชายแดนแล้ว

อีกทั้งกองทัพหลังก็ยังค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปสนับสนุนแนวหน้า หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ภายในสิบวัน กองกำลังสามแสนนายจะรวมตัวกันเป็นแนวหน้า!

เฉินซือหรี่ตาลงเล็กน้อย “ตอนนี้กองทหารในชายแดนเหนือของต้าเหลียงพุ่งกำลังทั้งหมดไปกับการปกป้องอำเภอเป่ยซีและเมืองชายแดนที่สำคัญ ไม่สามารถดูแลชาวบ้านในการเก็บเกี่ยวช่วงฤดูใบไม้ร่วงได้ รอกองทัพเราเคลื่อนตัวลงใต้ ยึดเอาเสบียงอาหารทั้งหมดในชายแดนเหนือมา ไม่จำเป็นต้องพักกองทัพก็อาจเดินทัพไปที่จงหยวนได้โดยตรง!”

“ฉินเฟิง! ด้วยความสามารถของเจ้า ย่อมต้องทำนายการเคลื่อนไหวสองครั้งแรกของข้าได้ แต่เจ้าจะทำนายการเคลื่อนไหวสุดท้ายที่พร้อมเดิมพันทุกอย่างของข้าได้หรือไม่?”

เฉินซือออกคำสั่งทันที “ถ่ายทอดคำสั่งของข้า โจมตีอำเภอเป่ยซีต่อไป ห้ามถอยทัพ! อีกแค่สองวัน จะเริ่มการเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงที่ชายแดนเหนือต้าเหลียง ถึงตอนนั้นจะเป็นศึกชี้ชะตา!”

เพียงสิ้นเสียงเฉินซือออกคำสั่งเด็ดขาด ทหารส่งสารที่ทั้งร่างอาบไปด้วยเลือดนายหนึ่งก็ตกลงมาจากม้า กลิ้งตัวคลานไปเบื้องหน้าเขา

“ท่านแม่ทัพ! การโจมตีแนวหน้าของทัพใหญ่ล้มเหลว! กองทัพชายแดนของต้าเหลียงไม่ได้ปกป้องเมืองสำคัญ แต่ส่งกองกำลังมารับศึกอย่างแข็งขัน กองกำลังของแม่ทัพรถม้าศึกเข้าสนับสนุนจากปีกข้าง ร่วมโจมตีทัพใหญ่ในแนวหน้า ตอนนี้กองทัพกำลังตกสู่ภาวะชุลมุนวุ่นวาย”

นับตั้งแต่ที่ฉินเฟิงได้รับตำแหน่งทูตพิเศษดูแลการสงคราม มีอำนาจในการขยายกองทัพ ทหารรักษาการณ์อำเภอเป่ยซีก็ได้ขยายมาถึงจุดนี้แล้ว! โดยเฉพาะทหารม้าทมิฬในเป่ยซี เฉินซือก็ได้ยินมานานแล้ว แต่หากมีเพียงหนึ่งพันนาย ถึงเวลาก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ตอนนี้กลับเพิ่มจำนวนเป็นสามพันนาย!

ฉินเฟิงได้ม้าที่ราบสูงมากมายมาจากที่ใดกัน?!

หรือว่า…

ดวงตาของเฉินซือเบิกกว้าง “น่าตายนัก! ฉินเฟิงลอบสมคบคิดกับแคว้นที่ราบสูงอย่างนั้นรึ!”

ส่วนทหารรักษาการณ์ในเมืองจักต้องเป็นผู้ประสบภัยอดอยากที่หลั่งไหลเข้าสู่ในอำเภอเป่ยซีก่อนหน้านี้เป็นแน่ พวกเขาค่อย ๆ ได้รับการฝึกฝนจนกลายเป็นทหาร!

ถ้าเฉินซือไม่ได้รับบาดเจ็บจนต้องกลับไปรักษาตัวที่เมือหลวงเป่ยตี๋ เขาคงสั่งฆ่าผู้ประสบภัยพวกนี้จนหมดสิ้นแล้ว จะปล่อยให้อำเภอเป่ยซีมีจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้นเพียงนี้ได้อย่างไร!

อำเภอเป่ยซีในยามนี้ ยากต่อการโจมตียิ่งกว่าเมืองชายแดนสำคัญเสียอีก!

เมื่อตระหนักว่ากำลังจะพ่ายแพ้สงครามในอำเภอเป่ยซีแล้ว เฉินซือจึงไม่ลังเลใจ ออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด “ถอยทัพ! หลังทหารรักษาการณ์อำเภอเป่ยซีถอยกลับเข้าเมือง ให้ตั้งค่ายที่พื้นที่ห่างออกมาสามสิบลี้ จัดระเบียบกองทัพ คุมเชิงกับอำเภอเป่ยซีให้ได้ก็พอ นอกจากนี้ ให้ทหารส่งสารไปกองหลังโดยเร็ว ระดมกำลังทหารมาเสริมกำลัง อำเภอเป่ยซีและค่ายทหารชายแดนต้องใช้กำลังทั้งหมดเพื่อคุมเชิง เราต้องพยายามหาโอกาสให้กองทัพใหญ่บุกเข้าไปได้!”

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ใบหน้าของเฉินซือไม่น่ามองอย่างยิ่ง ฉินเฟิงผู้นั้นตัวอยู่ในเมืองหลวงห่างไกลพันลี้ แต่อำเภอเป่ยซีกลับมีฝีมือจัดการกองทหารราวกับว่าฉินเฟิงกำลังบัญชาการด้วยตนเอง

เฉินซือเอ่ยถามอย่างรวดเร็วว่า “รู้หรือไม่ว่าใครเป็นแม่ทัพทหารรักษาการณ์ของอำเภอเป่ยซี”

ผู้ส่งสารรายงานเสียงดัง “เป็นบุตรชายของหมิงอ๋อง ซื่อจื่อหลี่จางขอรับ!”

เมื่อได้ยินนามของหมิงอ๋องและหลี่จาง ใบหน้าของเฉินซือก็ซีดเผือดลงทันที มิน่าเล่า สามกองทัพแห่งชายแดนเหนือถึงถูกฉินเฟิงโยกย้ายได้ นั่นเป็นเพราะมีผู้มากความสามารถอย่างหมิงอ๋อง!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ