บทที่ 458 สอดประสานกัน
“บอกพวกเขาว่าหากศัตรูบุกเข้ามา สิ่งที่ต้องทำคือขว้างก้อนหินใส่กำแพงเมืองชั้นนอก เทน้ำมันร้อนและสิ่งปฏิกูลลงไป ในการต่อสู้ระยะประชิด ให้ทหารรักษาการณ์รับมือ”
หลินฉวีฉีไม่ได้หยุดฝีเท้า ไม่มีเวลาแม้แต่จะพูดคุยกับฉินเฟิง ชายหนุ่มหันหลังวิ่งกลับไป
หลี่จางที่อยู่ด้านข้างเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ในใจมีมวลอารมณ์หลากหลาย
ฉินเฟิงอยู่ที่เมืองหลวงเพื่อจัดการกับศัตรูทางการเมืองในราชสำนัก ตอนนี้ทันทีที่เท้าเหยียบอำเภอเป่ยซีก็ต้องเผชิญกับข่าวร้ายว่าเมืองของกองทหารชายแดนถูกทำลาย
นายน้อยเจ้าสำราญไม่เพียงแต่ไม่ตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย ทว่ายังออกคำสั่งหลายอย่างในคราวเดียว ทั้งยังครอบคลุมทุกด้าน
ถ้าไม่เห็นด้วยตาของตัวเอง หลี่จางคงไม่เชื่อว่าฉินเฟิงเพิ่งมาถึง ราวกับว่าเขาอยู่ในอำเภอเป่ยซี ทำการต่อสู้อย่างดุเดือดกับศัตรูมาตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้
มิฉะนั้น…
เขาจะรู้เกี่ยวกับสถานการณ์สงครามอย่างชัดเจนขนาดนี้ได้อย่างไร?
หลี่จางภาคภูมิใจในความสำเร็จทางทหารของตนเอง แต่ตอนนี้เมื่อเผชิญหน้ากับฉินเฟิง ในใจกลับเอ่อล้นไปด้วยความละอาย
เมื่อเห็นว่าดวงตาของหลี่จางดูเศร้าเล็กน้อย หมิงอ๋องจึงพูดอย่างจริงจัง “ถ้าจะกล่าวว่าใครในต้าเหลียงสามารถปะมือกับเฉินซือได้ก็คงมีเพียงฉินเฟิงเท่านั้น เจ้าเห็นหรือไม่ว่าเขาเพิ่งมาถึงอำเภอเป่ยซี ยังไม่ทันได้ยืนให้มั่นก็พยายามพลิกวิกฤติ ครั้งนี้เกรงว่าเฉินซือต้องเป็นฝ่ายเจ็บปวดบ้างแล้ว”
หลี่จางถอนหายใจ ไม่รู้ว่าควรชื่นชมหรือละอายใจดี ชายหนุ่มเพียงแค่ยิ้มอย่างขมขื่น “เมื่อเทียบกับพี่ฉิน ความแตกต่างระหว่างข้ากับพี่ฉินก็เหมือนกับความแตกต่างระหว่างดวงดาวกับพระจันทร์ที่สว่างไสว”
หมิงอ๋องตบไหล่หลี่จาง เอ่ยปลอบโยน “ฉินเฟิงมีสายตาเฉียบแหลม เขามองเจ้าออกนานแล้ว สิ่งที่เจ้าขาดตอนนี้ก็แค่ประสบการณ์ มิฉะนั้นฉินเฟิงจะมอบอำนาจทางทหารของอำเภอเป่ยซีให้เจ้าได้อย่างไร เจ้ารู้หรือไม่ว่าฉินเฟิงต้องเสี่ยงแค่ไหน หากฮ่องเต้รู้ว่าเจ้ามีอำนาจทหารในมือ เกรงว่าพระองค์คงจะกังวลพระทัยจนไม่อาจบรรทมสนิท”
จากคำชี้แนะดังกล่าว หลี่จางราวกับตื่นจากความฝัน สายตาที่มองฉินเฟิงเปี่ยมไปด้วยความชื่นชมและซาบซึ้งใจ
…
ยามนี้ค่ายแนวหน้าในเป่ยตี๋ ทหารส่งสารเข้ารายงานข่าวอย่างเร่งรีบ
“ท่านแม่ทัพ แนวรบด้านตะวันออกเกิดการต่อสู้อีกรอบแล้วขอรับ!”
เฉินซือเอามือไพล่หลัง มองไปยังเมืองชายแดนที่ลุกเป็นไฟ เอ่ยตอบอย่างสบาย ๆ “รู้แล้ว ถอยไปได้”
ทันใดนั้น ผู้บัญชาการแนวหน้าที่อยู่ด้านข้างก็เกิดความสงสัย “เฉินซือ หากแนวรบด้านตะวันออกถูกบุก แนวรบด้านตะวันตกก็จะถูกจำกัดเช่นกัน”
สายตาของเฉินซือยังคงแน่วแน่ “ก็แค่กลยุทธ์ล้อมเว่ยช่วยจ้าว กองทัพของเราได้บุกโจมตีเมืองชายแดนสำคัญของต้าเหลียงแล้ว ในเวลานี้กองกำลังแม่ทัพทหารม้ากำลังรุกคืบอย่างบ้าคลั่ง พยายามส่งกำลังเสริมมาช่วยกองทหารชายแดน กองทัพของเราต้านทานแม่ทัพทหารม้าไว้ ทั้งสองฝ่ายพัวพันไร้ช่องว่าง ไหนเลยจะมีกำลังเหลือไปสนใจแนวรบด้านตะวันออก ภารกิจสำคัญในตอนนี้ คือสกัดกั้นกำลังเสริมของแม่ทัพทหารม้า สังหารกองทหารชายแดนต้าเหลียงให้สิ้น”
“ส่วนแนวรบด้านตะวันออก แนวหน้ามีทหารราบหกพันนาย แนวหลังทหารม้าเกราะเบาสามพันนาย แม้จะไม่สามารถหยุดยั้งการบุกรุกของอำเภอเป่ยซีได้ แต่ก็เพียงพอจะซื้อเวลาให้เราเข้ายึดกองทหารชายแดน”
เฉินซือมั่นใจในชัยชนะ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ภายในไม่กี่ชั่วยาม ทหารรักษาการณ์หัวแข็งในเมืองจะถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก
ตราบใดชายแดนเหนือสูญเสียด่านหน้าอย่างกองทหารชายแดน สงครามก็จะลุกลามเข้าสู่ชายแดนทางเหนือของต้าเหลียงอย่างสมบูรณ์ แม้กองทัพของแม่ทัพทหารม้าและแม่ทัพรถม้าศึกทั้งสองกองทัพจะยังอยู่ แต่ไร้เมืองชายแดนให้ป้องกันก็ทำได้แค่ต่อสู้ภาคสนาม ถึงตอนนั้น กองทัพต้าเหลียงจะได้เข้าใจถึงความเกรียงไกรของกีบเหล็กแห่งเป่ยตี๋!
จากนั้นไม่นาน ทหารส่งสารก็มารายงานอีกครั้ง
“ท่านแม่ทัพ! กำลังเสริมของต้าเหลียงปรากฏทางฝั่งตะวันออก!”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เฉินซือก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “กำลังเสริม? ตอนนี้กำลังเสริมจะโผล่มาได้อย่างไร?”
“ท่านแม่ทัพ การปิดล้อมอำเภอเป่ยซีถูกสกัดกั้น ในเมืองมีทหารรักษาการณ์จำนวนมาก เนื่องจากโยกย้ายกำลังพลอย่างเร่งรีบ อุปกรณ์ปิดล้อมจึงไม่สามารถเข้าสู่สนามรบได้ กองทัพปิดล้อมไม่สามารถบุกผ่านกำแพงรอบนอก เราสูญเสียอย่างหนัก”
“ท่านแม่ทัพ ทหารม้าทมิฬของเป่ยซีเข้าโจมตีและล่าถอย เมื่อทหารม้าเกราะเบาของเราต่อสู้ พวกเขาก็ถอยตัวออกจากสนามรบในแนวรบด้านตะวันออก หลังจากพ้นระยะทหารราบแล้ว ก็เปิดฉากต่อสู้กับทหารม้าเกราะเบา ทหารม้าทมิฬมีเกราะแข็งแกร่งและการโจมตีที่ยอดเยี่ยม หากไม่ใช่กองพลพญาอินทรีก็ยากที่จะเอาชนะ ทันทีที่ทหารม้าเกราะเบาของเราถอย ทหารม้าทมิฬก็จะบุกโจมตีเข้ามาอีก”
“ท่านแม่ทัพ สถานการณ์ทางทหารเป็นเรื่องเร่งด่วน กองทัพเส้นทางที่สามซึ่งคอยสกัดกั้นกำลังเสริมของแม่ทัพทหารม้าถูกกำลังเสริมของแม่ทัพทหารม้าและกองกำลังของอำเภอเป่ยซีโจมตี ยามนี้เราถูกขนาบโจมตีจากด้านหลังและด้านข้าง สูญเสียอย่างหนัก แม่ทัพหลักจึงได้สั่งให้ถอยทัพ”
“ท่านแม่ทัพ กำลังเสริมของกองกำลังแม่ทัพทหารม้าและกำลังเสริมของอำเภอเป่ยซีกำลังเข้าใกล้เมืองชายแดนเต็มที…”
“ท่านแม่ทัพ กองทหารชายแดนถอยกลับไปจวนผู้คุมกองทัพ ต่อต้านอย่างดื้อดึง ถนนในเมืองจำกัดเฉพาะรถม้าเท่านั้น การขนย้ายอุปกรณ์ปิดล้อมเป็นเรื่องลำบาก กองทหารชายแดนในจวนปฏิเสธที่จะยอมจำนน…”
เดิมเฉินซือมั่นใจว่าจะชนะอยู่แล้ว บัดนี้เขากลับนั่งทรุดตัวลงบนเก้าอี้ ใช้มือข้างหนึ่งกุมหน้าผาก สีหน้าเศร้าหมอง
แม้ว่าหลี่จาง ซื่อจื่อแห่งต้าเหลียงจะเชี่ยวชาญศาสตร์แห่งสงครามแต่ก็ยังอ่อนด้อย ทว่าความเคลื่อนไหวในวันนี้ซับซ้อนยิ่งนัก นี่จักต้องเป็นฝีมือคนอื่นแน่!
เฉินซือลุกขึ้นยืนอย่างกะทันหัน ดวงตาเบิกกว้าง “ฉินเฟิง หรือว่าเจ้าจะมาแล้ว?!”
การโจมตีของทหารม้าทมิฬในแนวรบด้านตะวันออก ไม่ใช่การล้อมเว่ยช่วยจ้าวเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อให้เฉินซือมองทะลุปรุโปร่งด้วย ถึงตอนนั้นเฉินซือก็จะไม่ระดมกำลังทหารไปช่วยสนับสนุนอีก
ด้วยเหตุนี้ จากกำลังของทหารในแนวรบด้านตะวันออก หากคิดจะยึดเมืองเป่ยซีก็เป็นเรื่องยากมาก ในเวลาเดียวกัน กองกำลังเสริมได้ช่วยกำลังเสริมของแม่ทัพทหารม้า หลังจากรวมตัวกันก็เข้าสนับสนุนกองทหารชายแดน
ต่อให้กองทหารชายแดนตายหมดแล้ว ลำพังกองทัพเป่ยซีและกองกำลังแม่ทัพทหารม้าร่วมมือกันก็ยังสามารถโจมตีศัตรู ยึดเมืองสำคัญของกองทหารชายแดนกลับคืนได้ในคราวเดียว
“ฉินเฟิง! นี่ต้องเป็นฝีมือของเจ้าเป็นแน่!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ