เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 475

บทที่ 475 บังคับให้สละอำนาจต่อหน้าธารกำนัล

เฉินปิ่งเทียนรู้สึกประหลาดใจ นับตั้งแต่ฉินเฟิงมายังอำเภอเป่ยซี ก็มีข่าวลือมากมายที่แสดงให้เห็นว่า ฉินเฟิงเป็นคนเข้าถึงได้ง่าย มีเมตตา โดยเฉพาะการปฏิบัติต่อผู้คน เรียกได้ว่าถึงขั้น ‘รักชาวบ้านดุจบุตรหลาน’

ด้วยเหตุนี้เอง เฉินปิ่งเทียนจึงกล้าเสี่ยงและถือโอกาสคุกคามฉินเชียนฮู่

แต่ตอนนี้ทุกการกระทำของฉินเฟิงเกินความคาดหมายของเฉินปิ่งเทียนโดยสิ้นเชิง

หรือว่าชายหนุ่มตรงหน้า แท้จริงแล้วเป็นเสือหน้ายิ้ม?

น่าเสียดาย เมื่อลูกธนูถูกยิงออกไปแล้ว ย่อมไม่อาจย้อนกลับ แม้จะรู้ว่าฉินเฟิงไม่ใช่คนที่จะหาเรื่องได้ง่าย ๆ แต่เขาก็ทำได้เพียงฝืนกัดฟันต่อไปเท่านั้น

เฉินปิ่งเทียนแสร้งทำเป็นสงบ หัวเราะเสียงดัง “เห็นกันแล้วใช่หรือไม่? นี่คือฉินเชียนฮู่ เขาพูดได้เก่งกว่าร้องเพลงเสียอีก เมื่อสัมผัสถึงผลประโยชน์ก็เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงทันที โอรสสวรรค์ทำผิดลงโทษเช่นประชาชนอันใดกัน ล้วนแต่เป็นเรื่องหลอกลวงผู้คนทั้งสิ้น!”

เมื่อเผชิญกับการยั่วยุซ้ำแล้วซ้ำเล่าของเฉินปิ่งเทียน ฉินเฟิงย่อมกระจ่างแจ้ง ชายหนุ่มเพียงเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้ม “เจ้าก็แค่พูดมาว่ากล้าเดิมพันหรือไม่! หากอาการบาดเจ็บของแม่ทัพใหญ่กองทหารชายแดนแย่ลง ข้าตาย แต่ถ้าอาการบาดเจ็บดีขึ้น เจ้าตาย!”

ฝ่ามือของเฉินปิ่งเทียนชื้นเหงื่อเล็กน้อย โดยเฉพาะเมื่อเห็นแววตาเปี่ยมความมั่นใจของฉินเฟิง เขาเองก็เริ่มไม่แน่ใจแล้ว หรือว่าคนผู้นี้จะสามารถรักษาแม่ทัพใหญ่กองทหารชายแดนได้จริง ๆ เล่า? ไม่อย่างนั้นเขาจะไปเอาความมั่นใจมาจากที่ใดกัน?

ไม่! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด

บาดแผลธนูของแม่ทัพใหญ่กองทหารชายแดนย่ำแย่ลง ไม่เช่นนั้นคงไม่หมดสติ

ใครก็ตามที่ได้รับบาดเจ็บจากลูกธนู เมื่อหมดสติก็อยู่ห่างจากความตายแค่เอื้อม

นอกจากนี้ฉินเฟิงไม่ใช่แม้แต่ลูกศิษย์ในโรงพยาบาลด้วยซ้ำ ไหนเลยจะมีทักษะทางการแพทย์ล้ำเลิศได้?

หลังจากครุ่นคิดเรื่องนี้ ความกังวลของเฉินปิ่งเทียนก็หายไป

“ได้! เดิมพัน! แต่ข้าจะไม่เดิมพันด้วยชีวิตของเจ้า!”

“หากเจ้าพ่ายแพ้ ต่อจากนี้ไปโรงพยาบาลเป่ยซีแห่งนี้ ข้าเฉินปิ่งเทียนเป็นผู้ตัดสินทุกอย่าง เจ้าจะไม่มีวันได้ใช้ฐานะเชียนฮู่มาแก้แค้นข้า ชาวบ้านเป่ยซีทุกคนเป็นพยาน!”

มุมปากของฉินเฟิงยกขึ้นเล็กน้อย เดิมพันกับข้าหรือ? เกรงว่าเจ้าจะไม่เคยเห็นความตายมาก่อน!

นายน้อยหนุ่มตอบตกลงโดยไม่ลังเล

ทันใดเฉินปิ่งเทียนก็โบกมือ ลูกศิษย์หนุ่มที่อยู่ข้าง ๆ หันกลับเข้าไปโรงพยาบาล หลังจากนั้นไม่นานก็เดินออกมา เมื่อเฉินปิ่งเทียนส่งสัญญาณ เขาก็ประกาศเสียงดัง “แม่ทัพใหญ่กองทหารชายแดนยังคงหมดสติและอาการบาดเจ็บของเขายังไม่ดีขึ้น!”

ทันทีที่สิ้นประโยค ชาวบ้านรอบ ๆ ต่างก็มองไปยังฉินเฟิง

แม้จะไม่มีใครตั้งคำถามต่อหน้า แต่ก็สามารถรับรู้ได้จากสายตาของผู้คนว่า ศักดิ์ศรีของฉินเฟิงกำลังถูกคุกคามอย่างรุนแรง

ช่วงเวลาเดียวกัน เสียงเยาะเย้ยของเฉินปิ่งเทียนก็ดังขึ้น

“ฉินเชียนฮู่ ตอนนี้เจ้ามีอะไรจะพูดอีกหรือไม่?”

ตอนแรกลูกศิษย์ในที่เกิดเหตุยังคงรอดูก่อน สุดท้ายแล้วสถานการณ์ยังไม่ชัดเจน หากรีบเลือกข้าง ก็อาจเป็นการชักไฟเข้าตัวได้ แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรต้องลังเลแล้ว ลูกศิษย์เจ็ดถึงแปดคนเริ่มตะโกนกล่าวหาฉินเฟิง

“ฉินเฟิง! หมอเถื่อนอย่างเจ้าทำร้ายคน ไยยังไม่ยอมรับอีก? การรักษาเป็นศาสตร์แห่งประสบการณ์ ใครจะกล้าเรียกตัวเองว่าหมอรักษาโรคได้โดยไม่ต้องมีประสบการณ์แปดปีสิบปี กระนั้นเจ้ากลับกล้าวินิจฉัยและรักษาบาดแผลจากลูกธนู ช่างน่าขันเสียจริง”

“ฮึ! ความสามารถทางการทหารและทักษะการค้าของเจ้ายอดเยี่ยม แต่การรักษาชีวิตผู้คนไม่ใช่การค้าหรือการรบ จะปล่อยให้เจ้าเล่นมั่วซั่วได้อย่างไร!”

“ยินดียอมรับความพ่ายแพ้เสียเถอะ จากนี้ไปหมอเฉินจะเป็นหัวหน้าโรงพยาบาลเป่ยซี!”

เมื่อไม้ได้กลายเป็นเรือแล้ว ซุนเฮ่อพลันถอนหายใจเบา ๆ

แม้ฉินเฟิงจะหยิ่งยโสไปบ้าง แต่เขาก็เป็นนายน้อยที่มีเมตตาแห่งเป่ยซี ตอนนี้ชื่อเสียงของฉินเฟิงถูกทำลาย นี่ไม่ใช่สิ่งที่ซุนเฮ่อต้องการเห็นแม้แต่น้อย หากบารมีของฉินเฟิงลดลง สำหรับผู้คนในเป่ยซีแล้วมีแต่จะก่อให้เกิดความเสียหาย ไร้ซึ่งประโยชน์ใด ๆ

ซุนเฮ่อไม่ต้องการจะซ้ำเติมชายหนุ่ม เขาจึงถามลูกศิษย์ในโรงพยาบาลว่า “ใครจะออกจากเป่ยซีไปพร้อมกับข้าบ้าง?”

หลังจากพูดจบ ฉินเฟิงก็โค้งคำนับให้ซุนเฮ่อต่อหน้าชาวบ้านอีกครั้ง

“การคำนับนี้ เพื่อขอร้องหัวหน้าซุนให้อยู่ต่อและทำประโยชน์ให้กับผู้คนของเป่ยซีสืบไป”

“หากอำเภอเป่ยซีตกไปอยู่ในมือของหมอเถื่อนอย่างเฉินปิ่งเทียน เงินในมือของประชาชน เกรงว่าไม่ช้าก็เร็วเขาคงดูดไปทั้งหมด”

ซุนเฮ่อเต็มไปด้วยความฉงน เขามองฉินเฟิงด้วยความประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง

เดิมทีที่ฉินเฟิงพูดหาเรื่องไปทั่วเมื่อวานเป็นเพียงละครเท่านั้นหรือ? ความตั้งใจจริงคือเพื่อแสดงแนวคิดทางการแพทย์ของเขาเท่านั้น?

แม้จะเกิดเหตุเพราะสถานการณ์คับขัน แต่อาการของแม่ทัพใหญ่กองทหารชายแดนก็แย่ลงจริง ๆ

ฉินเฟิงผู้นี้จะพลิกสถานการณ์ได้อย่างไร?

เมื่อเห็นว่าซุนเฮ่อลังเลใจ ฉินเฟิงจึงตีเหล็กตอนยังร้อน “หัวหน้าซุนไม่อยากเห็นว่าข้าจะลงโทษหมอเถื่อนอย่างเฉินปิ่งเทียนอย่างไรหรือ?”

คำพูดเหล่านี้พุ่งเข้าไปกลางใจของซุนเฮ่อทันที

เฉินปิ่งเทียนที่อยู่ด้านข้างอดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ย “หมอเถื่อน? ฉินเชียนฮู่พูดถึงข้าหรือ? โจรร้องให้จับโจร ช่างน่าขันนัก”

ฉินเฟิงเพิกเฉยต่อคำยั่วยุของเฉินปิ่งเทียน ชายหนุ่มเพียงไพล่มือไว้ด้านหลัง แล้วเอ่ยเบา ๆ ว่า “สืบชัดเจนแล้วหรือยัง?”

ทันทีที่สิ้นคำ ชายวัยกลางคนที่มีหน้าตาธรรมดาก็เดินออกมาจากฝูงชน เขาคือผู้ส่งสารขององครักษ์เสื้อแพร

ผู้ส่งสารคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ประสามหมัดคำนับแล้วกล่าวว่า “รายงานนายน้อย ลูกน้องของข้าได้ไปเยือนเมืองทางตอนเหนือในชั่วข้ามคืนและทราบตัวตนของแพทย์ทั้งสี่คนแล้วขอรับ”

เดิมเฉินปิ่งเทียนมั่นใจแล้วว่าจะชนะ สีหน้าเต็มไปด้วยความภาคภูมิ แต่จู่ ๆ ก็ซีดขาวลงทันตา

ชั่วขณะนี้เฉินปิ่งเทียนพลันตระหนักได้…นับตั้งแต่ฉินเฟิงมาโรงพยาบาลเขาก็อดทนอดกลั้น ที่แท้ก็เพื่อถ่วงเวลา!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ