บทที่ 476 หัวใจของความเป็นหมอ
การรักษาพยาบาลในอำเภอเป่ยซีถือเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด มันเกี่ยวข้องกับสุขภาพของประชาชน หากจะพูดให้จริงจังขึ้นมาหน่อยก็เกี่ยวข้องกับความเจริญรุ่งเรืองของอำเภอเป่ยซี
เรื่องสำคัญเช่นนี้ ฉินเฟิงจะมอบให้กับคนที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าจัดการได้อย่างไร
ฉินเฟิงพยักหน้าเบา ๆ จากนั้นผู้ส่งสารก็อ่านรายละเอียดออกเสียงต่อหน้าทุกคน
“เฉินปิ่งเทียน บ้านเกิดชายแดนเหนืออำเภอฉี เมื่ออายุได้สิบสามปีเป็นลูกศิษย์ในร้านขายสมุนไพร ศึกษาวิชาแพทย์เป็นเวลาสามปี แต่เนื่องจากชอบลักเล็กขโมยน้อย มักขโมยของหลังร้าน หลังจากเขาถูกจับได้ก็ถูกไล่ออก”
“ตั้งแต่อายุสิบหกปี เฉินปิ่งเทียนก็เปิดร้านขายสมุนไพร สมรู้ร่วมคิดกับคหบดีท้องถิ่นดันราคาสมุนไพรจนสูงลิ่ว ขูดรีดประชาชน รักษาหนึ่งครั้งเก็บเงินหนึ่งตำลึงเงิน”
“นอกจากนี้ยังอาศัยว่าชาวบ้านไร้การศึกษาไม่รู้ตัวหนังสือ ไม่เข้าใจเรื่องสมุนไพร ตั้งราคาสมุนไพรสูงเกินเหตุ แม้จะเป็นสมุนไพรทั่วไปอย่างม่านถัวหลัวหรือที่เรียกกันทั่วไปว่าดอกลำโพงที่มีอยู่ตามภูเขาและที่ราบ แต่เขากลับขายให้ชาวบ้านในราคาห้าสิบเหวินต่อหนึ่งเฉียน เหอโส่วอูราคาเจ็ดสิบเหวินต่อหนึ่งเฉียน ต้นตำแยร้อยเหวินต่อหนึ่งเฉียน
“ด้วยพฤติกรรมที่ผิดจรรยาบรรณของพ่อค้าเช่นนี้ ในเวลาเพียงสามปี เฉินปิ่งเทียนจึงสะสมทรัพย์สมบัติได้มหาศาล แต่เพราะไร้ความเมตตา ภายในสิบปีจึงมีคดีความเกี่ยวกับสมุนไพรถึงยี่สิบเจ็ดครั้ง และทุกครั้งก็จะติดสินบนเจ้าหน้าที่ของศาลาว่าการเมืองฉี ทำให้เรื่องสงบ
“ครั้นมีชาวบ้านสองคนไปร้านขายสมุนไพรของเขาเพื่อทักท้วงถึงสมุนไพรที่ซื้อไป ทั้งสองคนก็ถูกพวกอันธพาลที่เฉินปิ่งเทียนจ้างทุบตีจนเสียชีวิตด้วยความแค้น”
“เมื่อสองปีก่อน พวกคนเถื่อนเป่ยตี๋บุกโจมตีชายแดนทางตอนเหนือ ร้านสมุนไพรของเฉินปิ่งเทียนถูกปล้น ต่อมานายอำเภอเมืองฉีถูกส่งไปรับโทษที่จวนว่าการมณฑลในข้อหาทุจริตและใช้กฎหมายในทางมิชอบ เฉินปิ่งเทียนจึงจำต้องปิดร้านสมุนไพรลง”
เมื่ออ่านหลักฐานความผิดทั้งหมดของเฉินปิ่งเทียนแล้ว ถนนทั้งสายก็ตกอยู่ในความเงียบงัน
คนที่เพิ่งสนับสนุนเฉินปิ่งเทียนต่างหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย พวกเขาจ้องมองด้วยสายตาโกรธแค้น
ยามนี้ใบหน้าของเฉินปิ่งเทียนซีดลง หลังชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น เขาไม่เคยคิดว่าฉินเฟิงจะสืบตัวตนของเขาได้อย่างชัดเจนในชั่วข้ามคืนเช่นนี้
เหมือนจะสัมผัสได้ถึงความคิดของเฉินปิ่งเทียน หลินฉวีฉีอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ “หมอเฉิน เจ้าคิดว่าอำเภอเป่ยซีนี้เป็นสถานที่แบบใดกัน? หรือคิดว่าสถานที่แห่งนี้เป็นเมืองฉีที่อนุญาตให้เจ้าวางแผนอะไรก็ได้?!”
“นี่เป็นอำเภอแรกของชายแดนเหนือ เป็นเมืองหน้าด่านสำคัญ สามารถต่อต้านการรุกรานของเป่ยตี๋ และยังสามารถรวมกำลังกองทัพทั้งสามแห่งชายแดนทางเหนือได้ ฉินเชียนฮู่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเจ้าต่อสู้ด้วยปัญญาอย่างกล้าหาญกับฮ่องเต้เป่ยตี๋ เฉินซือ รวมถึงหน่วยนกฮูกราตรี นายน้อยฉินใช้ประโยชน์จากทุกโอกาส จนคว้าชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของชายแดนเหนือมาได้เมื่อไม่นานมานี้”
“แต่เจ้ากล้าจะกระทำความคิดชั่วช้าต่อหน้าฉินเชียนฮู่หรือ? น่าขันนัก!”
เมื่อเผชิญหน้ากับถ้อยคำเสียดสีของหลินฉวีฉี ดวงตาของเฉินปิ่งเทียนหลุกหลิกไปมา ลังเลที่จะโต้แย้ง
ฉินเฟิงเพิกเฉยต่อเฉินปิ่งเทียน ส่งสัญญาณให้ผู้ส่งสารอ่านต่อ
“หมอรักษาโรค ฉีเฟิง เป็นชาวบ้านชายแดนเหนืออำเภอเทียนเหอ เมื่ออายุแปดขวบเริ่มฝึกวิชาแพทย์… เจ็ดปีก่อน เขาได้รับเงินยี่สิบตำลึงจากคหบดีในอำเภอเทียนเหอ ล่อลวงสาวใช้ที่ถูกคหบดีข่มขืนจนตั้งครรภ์ออกไปนอกเมืองเพื่อทำร้ายทารกในครรภ์ของนาง! มีชาวบ้านในอำเภอเทียนเหอแอบเห็นว่าฉีเฟิงใช้ตะขอตรึงมือและเท้าของสาวใช้ไว้ แล้วขูดเด็กออกมา ชั่วช้าเป็นอย่างยิ่ง!”
การทำร้ายทารกหรือการทำแท้ง ในแคว้นที่ภาคภูมิใจด้านจารีตประเพณีอย่างต้าเหลียง นับเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจและน่าละอายอย่างถึงที่สุด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบังคับทำแท้งทารกในครรภ์ของสาวใช้ นี่ถือเป็นการกระทำที่ชั่วร้ายหาใดเปรียบ
ชาวบ้านในที่แห่งนั้นไม่สามารถทนฟังได้อีก พวกเขาชี้ไปที่ฉีเฟิงพลางก่นด่าสาปแช่ง
“เจ้าเป็นสัตว์เดรัจฉาน สมควรถูกดาบแทงนับพันครั้ง!”
“ทุบมันให้ตาย!”
ชาวบ้านหยิบจับอะไรได้ก็พากันเขวี้ยงใส่ฉีเฟิง
ฉีเฟิงรีบซ่อนตัวอยู่ในโรงพยาบาลด้วยความตื่นตระหนก
ผู้ส่งสารยังคงอ่านต่อไป
“จ้าวเฉิงเจิน ชาวบ้านจากอำเภอถังเหอ แม้จะไม่เกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม แต่มักจะก่อเหตุร้ายอย่างลับ ๆ หลายครั้ง แม้แต่อาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยสมุนไพร เขาก็จงใจระงับหรือเปลี่ยนสมุนไพร ทำให้อาการเจ็บป่วยเล็กน้อยต้องรักษาเป็นเวลานานเพื่อให้ตนเองได้ผลประโยชน์ ชายคนหนึ่งจากอำเภอถังเหอเพียงแค่เป็นหวัดเพราะลมหนาว แต่เขาใช้เวลารักษาถึงสามเดือนกว่าจะหาย เงินค่ารักษาทั้งหมดคิดเจ็ดร้อยเหรียญ เกือบเท่ากับจำนวนเงินของครอบครัวสามคนที่สามารถใช้จ่ายได้นานกว่าครึ่งปี”
หมอสามคนที่กล่าวว่าตนรักษาคนด้วยมือที่มีทักษะล้ำเลิศและจิตใจเปี่ยมเมตตา ถูกองครักษ์เสื้อแพรแฉจนหมดเปลือก
ยามนี้พวกเขาเห็นแม่ทัพใหญ่กองทหารชายแดนจับกรอบประตูแล้วเดินออกมา เนื้อตัวสั่นเทา ใบหน้ายังคงซีดเซียว กระนั้ันดวงตากลับดูดุร้ายและสง่างามเช่นเดิม
“ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว มีแต่เสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายไม่จบสิ้น หนวกหูนัก! ที่นี่ที่ใดกัน? แม่ทัพชายแดนไปอยู่ไหนกันหมด? กองทัพเป่ยตี๋มีการเคลื่อนไหวหรือไม่?”
แม่ทัพใหญ่กองทหารชายแดนเหลือบมองชาวบ้านที่รวมตัวกันอยู่นอกประตูอย่างเย็นชา แม้จะยืนนิ่ง ๆ ก็ยังคงน่าเกรงขาม
เมื่อเผชิญกับไอความโหดร้ายที่สะสมจากสนามรบตามกาลเวลา ผู้คนรอบ ๆ พลันถอยออกไปโดยไม่รู้ตัว
ซุนเฮ่อก้าวยาว ๆ รีบวิ่งไปด้านข้างแม่ทัพใหญ่กองทหารชายแดนและตรวจดูอย่างระมัดระวัง หลังจากนั้นครู่หนึ่งก็อุทานเสียงหลง “ท่านแม่ทัพไม่เป็นอะไรแล้ว!”
โดยรอบพลันมีเพียงความเงียบงัน…
ดวงตาของทุกคนเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
ฉินเฟิง… สามารถรักษาแม่ทัพใหญ่กองทหารชายแดนได้จริง ๆ!
ใบหน้าของเฉินปิ่งเทียนไร้สีเลือด ดวงตาเหม่อลอย
เห็นได้ชัดว่าแม่ทัพใหญ่กองทหารชายแดนหมดสติไป ไฉนถึงสามารถลุกจากเตียงแล้วเดินออกมาได้ในพริบตาเล่า?
“ไม่! นี่มันเป็นไปไม่ได้!”
“ฉินเฟิงไม่ใช่หมอรักษาโรคด้วยซ้ำ เขาจะรักษาบาดแผลจากธนูที่ยากที่สุดได้อย่างไร?!”
เฉินปิ่งเทียนถามคำถามที่อยู่ในใจของทุกคน
หรือว่านอกเหนือจากกลยุทธ์การศึกและหัวการค้าแล้ว นายน้อยหนุ่มยังมีทักษะการแพทย์ล้ำเลิศอีกด้วย?!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ