บทที่ 513 ทหารราบกองพลพญาอินทรี
ใช้เวลาไม่นานนักก็ได้รู้สถานการณ์ ทหารส่งสารรีบวิ่งกลับมาหาเขา
“ท่านแม่ทัพ มีสหายคนหนึ่งก้าวพลาดตกลงไปติดกับดักหนาม”
ดวงตาของเฉินผิงเผยเจตนาสังหาร เขาสั่งให้ชะลอความเร็วลงและระวังจุดที่จะก้าวเท้าลงไป
เฉินผิงคาดเอาไว้แล้วว่าจะต้องมีกับดักบนภูเขา ดังนั้นเขาจึงไม่ถูกเรื่องนี้รบกวนสมาธิมากนัก
ทว่ากองพลพญาอินทรีสองพันนายที่ถูกจัดตั้งเป็นแนวหน้ากับกองกำลังหลักห้าพันนายที่อยู่เบื้องหลังพวกเขา รวมทั้งหมดเจ็ดพันคนหลั่งไหลเข้าสู่ภูเขาชิงอวี้
แม้แนวหน้าจะลดความเร็วช้าลงแล้วแต่ก็ต้องใช้เวลาพอสมควรในการส่งคำสั่งไปทางด้านหลังทำให้ความเร็วของกำลังหลักยังไม่ชะลอลง ระยะห่างระหว่างแนวหน้าและกองกำลังหลักสั้นลงเรื่อย ๆ
ที่ด้านหลัง คนทั้งสองกลุ่มค่อย ๆ เบียดตัวเข้ามา ระยะห่างไม่ถึงห้าสิบก้าว
เมื่อเห็นกองทหารหนาแน่นอยู่ข้างหลังเขา เฉินผิงก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว “เรียกทหารส่งสารมา!”
เมื่อทหารส่งสารมาถึง เฉินผิงก็ชักดาบออกมาโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาคำรามเสียงต่ำ “เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำให้คำสั่งทหารล่าช้ามีความผิดอะไร”
ผู้ส่งสารหน้าซีดด้วยความหวาดกลัว สีหน้าเผยความลำบากใจ “ท่านแม่ทัพ พวกเราทั้งหกคนกระจายคำสั่งไปพร้อมกัน ไม่ได้จงใจทำให้ล่าช้าแต่อย่างใด ตอนที่ท่านเรียกข้ามาพบ ข้าเกือบจะไปถึงท้ายขบวนแล้วขอรับ ไม่ใช่ข้าน้อยที่ทำให้คำสั่งทหารล่าช้า แต่… ทหารรักษาการณ์พวกนั้นไม่เชื่อฟังคำสั่งเลยแม้แต่น้อย!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เฉินผิงก็หลับตาลง สูดหายใจเข้าลึก เก็บดาบลงไปเงียบ ๆ แล้วให้ทหารส่งสารออกไป ในขณะเดียวกันก็เรียกหม่าหนิงให้มาหา
“กองทัพค้นหาและปราบปรามเหล่านี้ไร้ประโยชน์กว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก พวกเขาคุ้นเคยกับการลาดตระเวนในเมือง ไม่สามารถรับมือกับการต่อสู้ภาคสนามได้เลย ไร้ประโยชน์กว่าทหารรักษาการณ์แคว้นต้าเหลียงด้วยซ้ำ!”
“เมื่อกองทัพทั้งสองปะปนกัน ศัตรูก็จะใช้ประโยชน์จากความวุ่นวายลอบโจมตี”
“เพื่อป้องกันไม่ให้พวกไร้ประโยชน์เหล่านี้มาขวางทาง เจ้าอยู่ที่นี่พร้อมกับกำลังหลัก ข้าจะเดินหน้าต่อไป หากการโจมตีล้มเหลวจะส่งคนลงมาขอความช่วยเหลือ”
แม้ว่าหม่าหนิงจะไม่อยากอยู่ร่วมกับทหารรักษาการณ์ที่ไร้ประโยชน์เหล่านี้ แต่เพื่อป้องกันไม่ให้พวกสวะขัดขวางการโจมตีภูเขา เขาจึงจำใจทำตามคำสั่งของเฉินผิง
เมื่อทิ้งกองกำลังหลักไว้ที่บริเวณหนึ่งของทางขึ้นภูเขา เฉินผิงก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขานำแนวหน้าเดินต่อเรื่อย ๆ แต่ว่าความเร็วของการก้าวเดินลดลงอย่างมาก ขณะที่ระวังสภาพแวดล้อมโดยล้อมพร้อมกับมองหากับดัก ทั้งยังต้องป้องกันอันตรายจากกับดักคานไม้ที่อาจเกิดขึ้นเหนือศีรษะตลอดเวลา
ต่อให้อยากเร่งรีบแต่ก็ไม่สามารถเร่งความเร็วขึ้นได้แล้ว
เมื่อแนวหน้าไปถึงสองในสามของไหล่เขา แทนที่กับดักหนามแหลมบนพื้นจะลดลงกลับเพิ่มขึ้น!
เนื่องจากเข้าใกล้ไหล่เขามากขึ้นพื้นก็แข็งยิ่งขึ้น ประกอบด้วยหินเป็นส่วนใหญ่ทำให้การขุดกับดักหนามเป็นเรื่องยากลำบาก
ด้วยเหตุนี้ กับดักเหล่านี้จึงไม่ค่อยดีนัก มันถูกทำโดยการงัดหินบนพื้นจนเป็นรู จากนั้นก็สอดไม้แหลม ๆ ลงไปที่ด้านล่าง
ส่วนการปกปิดกับดักนั้นน่าขบขันยิ่งกว่า!
พื้นมีแต่ก้อนหินแต่ตรงกับดักนั้นเต็มไปด้วยกิ่งไม้ ตราบใดที่ไม่ตาบอดก็สามารถระบุตำแหน่งของกับดักได้อย่างรวดเร็ว
เฉินผิงไม่สนใจที่จะตรวจสอบและทำลายกับดักง่าย ๆ เหล่านี้ เขาเพียงให้กองทัพแนวหน้าหลีกเลี่ยงและเดินหน้าต่อไป
หลังจากก้าวไปสามสิบก้าว กับดักก็หนาแน่นมากขึ้น มีกับดักเกือบทุกห้าถึงหกก้าว
เฉินผิงอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าสิ่งเหล่านี้สามารถขัดขวางการโจมตีได้จริงหรือ?
หรือว่าทหารค่ายเทียนจีเสียสติไปแล้วเลยกังวลจนทำอะไรเละเทะไปหมด?
“ไม่! ไม่ใช่แน่นอน! ทหารค่ายเทียนจีเหล่านี้ เป็นกองกำลังที่แม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังต้องกลัดกลุ้มพระทัย”
ขณะที่เฉินผิงกำลังไตร่ตรองถึงจุดประสงค์ของกับดักง่าย ๆ เหล่านี้ เสียงนกหวีดแหลมก็ดังขึ้น
ในขณะนี้เองเสียงกลองก็ดังกึกก้อง ‘ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง’ จากเหนือศีรษะ
หนิงหู่หันไปทางหอสังเกตการณ์ ตัดสินคำสั่งของฉินเฟิงจากความยาวของเสียงกลองแล้วตะโกนบอกทหารที่อยู่ข้าง ๆ ทันที “ไม่ต้องสนใจพลธนูทหารราบศัตรูแล้ว ทหารทุกนายจงฟังคำสั่ง ยิงสกัดกั้นแนวหน้าของศัตรู!”
ทหารหนึ่งร้อยนายที่ซ่อนตัวอยู่หลังก้อนหิน เล็งลูกธนูทั้งหมดไปที่แนวหน้าของศัตรู
เนื่องจากการยิงอย่างอิสระ ประกอบกับผลกระทบของภูมิประเทศ แม้ว่าจะมีคนเพียงหนึ่งร้อยคน แต่ความหนาแน่นของลูกธนูก็ค่อนข้างสูง
เมื่อกองหน้าที่ถือแหลนต้องเผชิญกับห่าธนูจึงไร้ความสามารถในการป้องกัน เพียงไม่กี่ลมหายใจก็สูญเสียกำลังพลไปหลายสิบคน
กองทัพแนวหน้าต่อสู้อย่างหนัก ในที่สุดก็สามารถหลุดพ้นจากบริเวณกับดักได้และเริ่มรุดหน้าไปยังฐานที่มั่นซึ่งเป็นที่ตั้งของทหารค่ายเทียนจี
ในเวลานี้เอง เสียงกลองก็ดังขึ้นอีกครั้ง
หนิงหู่วางธนูลงแล้วตะโกน “หน่วยที่หนึ่ง ขว้างก้อนหิน!”
ทหารหนึ่งร้อยนายถูกแบ่งเป็นสองหน่วย หน่วยละห้าสิบคน
หน่วยที่สองยังคงโจมตีแนวหน้าของศัตรูและยิงธนูต่อ ในขณะที่หน่วยที่หนึ่งยกก้อนหินขนาดใหญ่ที่เก็บไว้ในฐานที่มั่นแล้วใช้แรงผลักมันออกไปภายใต้การนำของหนิงหู่
ภูมิประเทศบนไหล่เขาค่อนข้างชันอยู่แล้ว
เมื่อหินกลิ้งลงมาตามส่วนโค้งของภูเขาจึงพุ่งไปทางแนวหน้าของศัตรูพอดี
กองหน้าหลายสิบคนที่เพิ่งหนีจากกับดักไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหลบซ้ายหลบขวาหลีกก้อนหินที่กลิ้งมา แต่กองหน้าที่อยู่ข้างหลังพวกเขาน่าอนาถมาก เพราะถูกจำกัดด้วยกับดักหนามอันหนาแน่นรอบตัวจึงไม่สามารถหลบได้ เมื่อเผชิญหน้ากับก้อนหินที่กลิ้งลงมาจึงมีคนถูกทับตายไปไม่รู้กี่คน
เมื่อเห็นว่ากองทัพแนวหน้าได้รับบาดเจ็บหนัก เฉินผิงจึงออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด “พลธนูทหารราบ เคลื่อนที่ไปข้างหน้า!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ