เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 525

บทที่ 525 แย่งอำนาจทางการทหาร

ในเวลาเดียวกัน บรรยากาศในค่ายกองทัพค้นหาและปราบปรามศัตรูบนไหล่เขาก็ย่ำแย่อย่างมาก ทั้งค่ายเงียบกริบราวกับว่าทุกคนสูญเสียพลังงานไปแล้ว

ไม่มีใครจำได้ว่าตั้งแต่ทหารค่ายเทียนจีถอยกลับไปที่ภูเขาชิงอวี้ พวกเขาบุกโจมตีไปกี่ครั้ง มีผู้เสียชีวิตไปกี่มากน้อย

การต่อสู้ด้วยความสูญเสียที่ไม่สมส่วนนี้สูบพลังใจทั้งหมดของเหล่าทหารไป ความโกรธในตอนแรกพัฒนาไปสู่ความสิ้นหวังและสุดท้ายก็กลายเป็นอาการเฉยชาอย่างแท้จริง

สวี่เชียนที่อยู่ในกระโจมกุมหน้าผากอย่างหดหู่ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความคลางแคลงใจ

เขาไม่เข้าใจ บนภูเขามีคนเพียงสองร้อยคนเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่เขาก็พยายามอย่างดีที่สุดแล้ว แต่ไยยังไม่สามารถพิชิตมันได้อีก?

แม้ว่ากองกำลังศัตรูจะเป็นทหารชั้นยอด แต่เมื่อต้องเผชิญกับการบุกโจมตีอันดุเดือดอย่างต่อเนื่องก็ควรเหนื่อยจนตายไปได้แล้วกระมัง?

สวี่เชียนที่เคยมั่นใจในชัยชนะเริ่มสับสนมากขึ้นเรื่อย ๆ

กองทัพที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของเขาไม่เพียงแต่บาดเจ็บล้มตายเป็นเบือ แต่ขวัญกำลังใจก็ถดถอย ไม่สามารถมีพลังรบที่เต็มประสิทธิภาพได้อีกต่อไป หากยังคงฝืนให้โจมตีต่อก็มีแต่จะตายเท่านั้น

หรือว่าต้องโยกย้ายกำลังทหารจากอำเภอต่าง ๆ ต่อไปจริงหรือ?

“ใต้เท้า หลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ ศัตรูจะต้องได้รับบาดเจ็บหนักอย่างแน่นอน ไฟบนเนินเขาดับลงแล้ว เราควรโจมตีทันที อย่าปล่อยให้ศัตรูได้มีโอกาสหายใจ” หลิวชิ่งที่อยู่ด้านข้างโค้งคำนับแล้วเอ่ยเตือน

การบาดเจ็บล้มตายของทหารไม่มีความหมายต่อหลิวชิ่ง ตราบใดที่เขาสามารถสังหารศัตรูทั้งหมดบนภูเขาได้ อย่าว่าแต่ฆ่าศัตรูหนึ่งพันเราตายไปแปดร้อยเลย ต่อให้ฆ่าศัตรูหนึ่งพันเราตายหนึ่งหมื่น หลิวชิ่งก็ยินดีที่จะได้เห็นฉากนั้น

ชีวิตที่ต่ำต้อยของทหารตัวเล็ก ๆ เหล่านี้จะเทียบได้กับเส้นทางขุนนางของตัวเขาได้อย่างไรเล่า?

สวี่เชียนลังเล หากเขายอมแพ้การโจมตี ศัตรูก็จะได้พักหายใจ หากยังคงโจมตีต่อไป สิ่งที่สวี่เชียนต้องกังวลไม่ใช่ว่าเขาจะฆ่าศัตรูได้หรือไม่ แต่จะมีการกบฏหรือไม่ต่างหาก…

ท้ายที่สุดแล้ว นับตั้งแต่การโจมตีบนภูเขา จำนวนการก่อกบฏก็เริ่มถี่มากขึ้นเรื่อย ๆ ในตอนแรก เขายังสามารถพึ่งพาผู้คุมกองทัพเพื่อปราบปรามคนเหล่านั้นได้ แต่ตอนนี้แม้แต่คนจำนวนมากในกลุ่มผู้คุมกองทัพก็ยังกบฏ

ตอนที่สวี่เชียนกำลังสับสน ร่างหลายสิบร่างก็ปรากฏขึ้นที่ค่ายด้านหลังเชิงเขา

ทหารรักษาการณ์ค่ายสังเกตเห็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญเข้ามาใกล้และกำลังจะตะโกนเตือนพวกพ้อง แต่ก็ล้มเลิกความคิดนี้ไป เพราะคนเหล่านี้ล้วนเป็นทหารจากกองพลพญาอินทรี

“พวกเจ้าไม่ขึ้นเขาไปโจมตีศัตรูแต่วิ่งลงมาที่นี่ทำไม” ทหารรักษาการณ์เอ่ยถามด้วยสีหน้างุนงง

ขณะที่ทหารจากกองพลพญาอินทรีก้าวเข้ามาใกล้ก็เอ่ยตอบอย่างใจเย็น “การปราบศัตรูในแนวหน้าไม่สู้ดีนัก ใต้เท้าผู้คุมกองทัพสั่งให้เรามาขอความช่วยเหลือจากแม่ทัพเฉิน ขอกลยุทธ์ในการเอาชนะศัตรู”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทหารรักษาการณ์ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “ใต้เท้าไม่ได้ออกคำสั่งให้ทรมานแม่ทัพเฉินหรือ? ไฉนจู่ ๆ ก็เปลี่ยนคำสั่งเล่า แม่ทัพเฉินคงเกลียดเขาจนทนไม่ไหวแล้วกระมัง จะยอมยื่นมือช่วยได้อย่างไร?”

เมื่อรู้ว่าเฉินผิงได้รับการปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรม สายตาของทหารกองพลพญาอินทรีหลายคนก็ลุกเป็นไฟด้วยความโกรธ ขณะที่ก้าวเข้าใกล้ทหารรักษาการณ์ก็ชักดาบออกมา ก่อนจะกัดฟันแล้วตวัดดาบออกไป

ก่อนที่ทหารรักษาการณ์จะตอบสนอง ศีรษะก็ตกลงบนพื้นแล้ว ขณะที่ล้มลงพร้อมฆ้องในมือ ทหารรักษาการณ์ที่เหลือก็ตกใจ พวกเขาลนลานจะคลานไปคว้าฆ้องส่งสัญญาณ แต่ก็โดนทหารกองพลพญาอินทรีแทงตายก่อน

จากนั้นองครักษ์เสื้อแพรก็เปิดม่านเข้ามา

ทันใดนั้นดวงตาที่เฉื่อยชาของเฉินผิงก็เปลี่ยนเป็นดุร้าย “เหล่าพี่น้อง หากร่วมมือกับองครักษ์เสื้อแพรก็ไม่ต่างจากการขอหนังเสือจากเสือ ถ้าเจ้ายังเห็นว่าข้าเป็นสหายก็ฆ่าองครักษ์เสื้อแพรผู้นี้ซะ!”

ทหารทุกนายมองหน้ากัน ถ้าองครักษ์เสื้อแพรไม่ได้ติดต่อเขาอย่างลับ ๆ พวกเขาไหนเลยจะได้รู้ความทรมานที่เฉินผิงเผชิญ แต่ตอนนี้พวกเขากลับต้องตอบแทนบุญคุณด้วยความเกลียดชัง พวกเขาย่อมไม่สามารถลงมือทำได้!

เมื่อเผชิญหน้ากับเสียงตะคอกของเฉินผิง ใบหน้าขององครักษ์เสื้อแพรยังคงผ่อนคลาย “แม่ทัพเฉิน ความบ้าคลั่งของสวี่เชียนมากเกินจินตนาการของท่านแล้ว แม้แต่หน่วยนกฮูกราตรีที่พวกท่านภาคภูมิใจ สวี่เชียนก็ยังกล้าสังหาร เฉินซือได้ส่งทหารส่งสารมาพร้อมประกาศคำสั่งบอกให้ท่านฆ่าสวี่เชียนและแย่งอำนาจทางทหาร โดยเฉินซือจะเป็นคนรับผิดชอบเอง”

“หน่วยนกฮูกราตรีถูกคนของสวี่เชียนสังหารก่อนที่จะไปถึงขอบเขตของภูเขาชิงอวี้เสียอีก”

ขณะที่เขาพูดองครักษ์เสื้อแพรก็หยิบม้วนกระดาษออกมาจากแขนเสื้อแล้วโยนมันต่อหน้าเฉินผิง “คนของสวี่เชียนถูกข้าฆ่าไปแล้ว นี่คือประการคำสั่งของเฉินซือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ ท่านสามารถตัดสินได้ด้วยตัวเอง”

องครักษ์เสื้อแพรจากไปโดยไม่หันกลับมามอง

เฉินผิงหยิบกระดาษขึ้นมา กวาดตามองแวบหนึ่งก็จดจำลายมือของเฉินซือได้ทันที

เฉินผิงหลับตาแน่น สูดหายใจเข้าลึก เมื่อเขาลืมตาอีกครั้ง แววตาก็มั่นคงและเฉียบคมอย่างมาก “ติดต่อกับพี่น้องที่เหลือ ฆ่าสวี่เชียนและลูกน้องของมันเสีย!”

ทหารของกองพลพญาอินทรีรอช่วงเวลานี้มานานมากแล้ว พวกเขาต่างตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งจึงพากันหันหลังออกไป

มีเพียงเฉินผิงเท่านั้นที่มีความสุขไม่ออก เห็นได้ชัดว่าทั้งหมดนี้เป็นการจัดการขององครักษ์เสื้อแพร และ… ประกาศคำสั่งของเฉินซือระบุอย่างชัดเจนว่าผู้บัญชาการบนภูเขาชิงอวี้คือฉินเฟิงแห่งอำเภอเป่ยซี!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ