เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 570

บทที่ 570 ล้วนคือการวางแผน

ฉินเทียนหู่ที่กำลังดื่มชาให้ชุ่มคอ แทบจะสำลักตายแล้ว

เขากระแทกวางถ้วยชา โกรธจนหน้าแดงก่ำพลางตะโกนเสียงต่ำว่า “เจ้าเด็กสารเลว!”

“ที่ผ่านมาข้าไม่ลงโทษเจ้า จนเจ้าได้ใจเกินไปแล้ว!”

“เจ้าคิดว่าแค่สร้างความดีความชอบเล็กน้อยแล้วจะหยิ่งผยองใส่ใครก็ได้หรือ?”

“ถ้าเจ้ากล้าพูดจาเหลวไหลอีก ข้าจะฆ่าเจ้าเสีย!”

เจ้าเด็กตัวเหม็นนับวันยิ่งหาญกล้าขึ้นทุกที

โชคดีว่าไม่มีผู้อื่นอยู่ หากคำพูดของเจ้าเด็กนี่หลุดออกไป แล้วรู้ไปถึงในพระราชวัง

ถึงตอนนั้น ไม่ว่าจะสร้างคุณูปการไว้ใหญ่หลวงเพียงใด ราชวงศ์ทั้งหมดคงร่วมมือกันสังหารเขา

พวกเขาจะไม่นับว่าเป็นการพูดอย่างตรงไปตรงมา แต่จะมองว่าเป็นกบฏ!

ฉินเฟิงกล้าผยองเช่นนี้ก็เพราะอาศัยชื่อเสียงเกียรติยศ

ถ้าให้พูดก็คือ อาศัยผลพลอยได้จากความดีความชอบ

หากความดีความชอบของเขาไม่มีผลแล้ว ถึงตอนนั้นความตายย่อมมาเยือน

เมื่อเผชิญหน้ากับคำดุด่าของบิดา ฉินเฟิงไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย เขาทำท่าทีเจ้าเล่ห์

“ท่านพ่อ ท่านตระหนกเกินไปแล้ว ข้าไม่ได้บอกว่าจะกำจัดองค์ชายรองสักหน่อย”

“ตอนนี้แคว้นต้าเหลียง ใครจะได้เป็นฮ่องเต้ก็ล้วนไม่แตกต่างสำหรับตระกูลฉินเรา”

“ไม่ว่าใครจะได้ขึ้นนั่งบนบัลลังก์ ตระกูลฉินล้วนเป็นหนามยอกอกทั้งสิ้น”

“พวกเราอยู่รอดได้จนถึงวันนี้ ไม่ใช่เพราะความเมตตาของฝ่าบาท”

“ตอนนี้เหล่าองค์ชายต่างจับจ้องอยู่เพียงสองเรื่อง เรื่องแรกคือตำแหน่งรัชทายาท เรื่องที่สองก็คือข้า!”

ได้ยินเช่นนี้ ฉินเทียนหู่ก็ถุยน้ำลายออกมา แสดงสีหน้าดูถูกอย่างยิ่ง

ไอ้เจ้าเด็กสารเลวช่างกล้าป่าวประกาศคุณสมบัติของตัวเองจริง ๆ

ถ้าอนาคตต้าเหลียงขึ้นอยู่กับไอ้เด็กกระมัง เช่นนั้นต้าเหลียงก็ลำบากแล้ว

แม้จะสัมผัสได้ถึงสายตาดูถูกของฉินเทียนหู่ ฉินเฟิงก็ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขายังคงพูดออกมาหน้าตาเฉยว่า “ท่านพ่อ ท่านคิดว่าตั้งแต่ข้ากลับมาเมืองหลวง ข้ากลายเป็นคนยโสโอหังด้วยเหตุใด?”

ฉินเทียนหู่ไม่เสียเวลาคิดสักนิด โพล่งออกมาตรง ๆ ว่า “เพราะหลี่หลางน่ะสิ ทั้งแคว้นต้าเหลียงมีใครบ้างไม่รู้”

ฉินเฟิงอดหัวเราะออกมาไม่ได้

หากแม้แต่ฉินเทียนหู่ยังคิดเช่นนี้ก็แสดงว่าอุบายของเขาได้ผล!

ด้วยไม่มีผู้ใดจะรู้จักลูกมากไปกว่าพ่อแล้ว

ครั้นเห็นฉินเฟิงหัวเราะร่า ฉินเทียนหู่รู้ทันทีว่าเรื่องนี้มีลับลมคมใน

เขารีบถาม “หรือไม่จริงเล่า?”

ฉินเฟิงเชิดหน้าขึ้น แสดงท่าทีเย่อหยิ่งเต็มที่

จนฉินเทียนหู่คว้าถ้วยชา เตรียมจะปาใส่ เขาจึงได้ลดท่าทีลงเล็กน้อย นายน้อยหนุ่มตอบ

“แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเพราะหลี่หลาง แต่ก็มีเหตุผลอื่นด้วย…”

“หลังข้าทำตัวยโสโอหัง ทุกคนในเมืองหลวงก็ต่างมั่นใจแล้ว”

“พวกเขาเชื่อว่า เมื่อการเจรจาสงบศึกสิ้นสุดลง นั่นคือวันที่ข้าจะถูกคิดบัญชี พูดให้เข้าใจง่านก็คือ หลังต้าเหลียงสงบสุข นั่นคือวันตายของข้า”

“และตระกูลฉินทั้งหมดย่อมหนีไม่พ้นความทุกข์ยาก”

ประเด็นนี้ ฉินเทียนหู่รู้มานานแล้ว

นับแต่โบราณ ผู้ที่กล้าท้าทายฮ่องเต้ เคยมีผู้ใดรอดพ้นจุดจบอันเลวร้ายบ้างเล่า

กระนั้นฉินเทียนหู่ก็ยังคงเชื่อในตัวฉินเฟิง เขารู้ว่าเจ้าบรรพบุรุษตัวน้อยนี่ไม่มีทางเอาความเป็นความตายของตระกูลฉินมาล้อเล่น

ครั้นสบตากับฉินเฟิง ฉินเทียนหู่ก็ยิ่งมั่นใจ

“เลิกลีลาแล้วพูดออกมาเร็วเข้า นี่มันเรื่องกระไรกันแน่?!”

มาถึงขั้นนี้ ฉินเฟิงก็ไม่คิดปกปิด

มุมปากนายน้อยฉินยกยิ้มแฝงเล่ห์

ความยโสโอหัง การกระทำหยาบช้า ทั้งหมดล้วนเป็นการสร้าง ‘เส้นตาย’ ให้แก่ตัวเขาเอง

ทุกคนล้วนคิดว่า เจ้าเด็กตัวเหม็นนี่คงโลดแล่นอยู่ได้อีกไม่นาน

จึงเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะฉวยโอกาสหาประโยชน์สูงสุดจากฉินเฟิง ก่อนชายหนุ่มจะล้ม

และประโยชน์สูงสุดที่ว่านี้ก็คือ การเป็นบันไดเหยียบย่ำสู่ตำแหน่งรัชทายาท

ถึงฉินเทียนหู่จะเป็นขุนนาง ผ่านศึกในราชสำนักมานับไม่ถ้วน แต่เขากลับไม่ได้คาดคิดลึกซึ้งถึงเพียงนี้!

ยามนี้ จิตใจของฉินเทียนหู่ปั่นป่วนราวกับรถขนเครื่องปรุงพลิกคว่ำ อารมณ์ซับซ้อนเหมือนรสชาติเครื่องปรุงที่ผสมปนเป

เขาภาคภูมิใจ แต่ก็หวาดหวั่น

แต่ไหนแต่ไร เจ้าเด็กเสเพลพร่ำบอกว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมือง ทำตัวเป็นตัวตลกของเมืองหลวงมาตลอดแท้ ๆ

เนิ่นนานนักกว่าฉินเทียนหู่จะฟื้นสติจากความตกใจ

“เฟิงเอ๋อร์ การเป็นศัตรูกับองค์ชายรองไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เจ้าต้องคิดไตร่ตรองให้รอบคอบ”

ฉินเฟิงไม่ได้ใส่ใจ

“ท่านพ่อ ข้าไม่ได้อยากตั้งตัวเป็นศัตรูกับองค์ชายรอง แต่เป็นองค์ชายรองที่ต้องการใช้ข้าเป็นเครื่องสังเวยในการแย่งชิงอำนาจ”

“ครั้นข้าไม่ยินยอม เขาก็คิดฆ่าข้า”

“เช่นนี้แล้วข้าจะนอนรอให้เขามาเชือดคอได้อย่างไร ข้าจำเป็นต้องหาทางเอาตัวรอด ก่อนเขาจะสังหารข้า ข้าต้องจัดการเขาก่อน!”

“ต่อให้เป็นฮ่องเต้ หากคิดร้ายกับตระกูลฉินของข้าก็นับว่าเป็นศัตรูที่ไม่อาจให้อภัย!”

ฉินเทียนหู่เงียบอยู่นาน บุตรชายของเขาช่างเหมือนสัตว์ร้ายตัวน้อย

ยามปกติก็เกียจคร้าน ครั้นถูกดึงเข้าสู่วังวนแห่งความวุ่นวาย เขาก็จะระเบิดพลังเหนือความคาดหมายออกมา

แผนการของฉินเฟิง ถึงจะเสี่ยงอันตราย แต่ก็เป็นหนทางที่ดีที่สุดตอนนี้แล้ว

กระนั้นฉินเทียนหู่ก็ยังมีบางสิ่งที่ต้องเตือน

“เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ก็จะเข้าร่วมงานวันคล้ายวันพระราชสมภพขององค์ชายรองด้วย”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ