เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 573

บทที่ 573 ไร้ความจงรักภักดี ไร้ความซื่อสัตย์

เมื่อถ้อยคำนี้หลุดออกมา สายตาของฉินเฟิงก็ดุดันขึ้นในทันที

สายตาที่เปลี่ยนไปในชั่วพริบตานี้ ตรงกับสิ่งที่โจวหมิงต้องการพอดี

โจวหมิงหันไปมองทุกคน ตะโกนประณามขึ้นมาเสียงดัง

“ในบรรดาบุตรหลานแห่งเมืองหลวง ใครบ้างไม่รู้ว่าอำเภอฝูอวิ้น ป๋อหลี่หลางกับฉินเฟิงเป็นพี่น้องร่วมสาบาน?”

“หลี่หลางรีบไปยังแนวหน้า ต่อสู้อย่างเลือดท่วมทุ่ง สุดท้ายก็ตายอยู่ในมือของเฉินซือ”

“ฉินเฟิงทำเป็นนำโลงศพของหลี่หลางกลับมายังเมืองหลวง อ้างว่าจะช่วยหลี่หลางกลับคืนสู่โถงบรรพบุรุษอีกครั้ง”

“ช่างมีน้ำใจและมีมิตรภาพเสียจริง!”

“แต่ผลลัพธ์เล่า? เผชิญหน้ากับฆาตกรที่สังหารหลี่หลาง ฉินเฟิงไม่เพียงไม่ช่วยหลี่หลางแก้แค้น กลับยังคบหากับศัตรูอย่างลับ ๆ”

“ฮ่า ๆ ๆ ช่างหน้าซื่อใจคดเสียนี่กระไร!”

“หากข้าเป็นบุรุษแห่งอำเภอฝูอวิ้น ข้าคงตายตาไม่หลับ!”

พ่อค้าและบุตรชายที่เริ่มพยายามเข้าใจฉินเฟิง ต่างพากันจ้องมองด้วยสายตาโกรธแค้น

พวกเขาไม่สนใจความแค้นระหว่างตระกูลหมิงอ๋องกับฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียง

พวกเขาจำได้แต่ว่า หลี่หลางอุทิศชีวิตเพื่อแผ่นดิน สู้จนลมหายใจสุดท้าย เป็นวีรบุรุษแห่งต้าเหลียง

ยิ่งไปกว่านั้น ที่หลี่หลางไปยังอำเภอเป่ยซีก็เพราะไว้ใจฉินเฟิง

การที่ฉินเฟิงคบหาสนิทสนมกับเฉินซือก็ไม่ต่างอะไรกับการหักหลังทรยศ ต้าเหลียงเป็นแคว้นแห่งจารีตและดนตรี จะยอมให้พวกที่ไร้ซึ่งความจงรักภักดีและความซื่อสัตย์เช่นนี้อยู่ต่อได้อย่างไร?!

“โจวหมิงพูดถูกต้องแล้ว! ฉินเฟิง เหตุใดเจ้าถึงได้คบหากับเฉินซือ?!”

“หลี่หลางต่อสู้อย่างกล้าหาญในสนามรบ นี่คือวิธีที่เจ้าตอบแทนเขาหรือ?”

“หน้าซื่อใจคด! หน้าซื่อใจคดสิ้นดี!”

“ฉินเฟิง เจ้าไม่สังหารเฉินซือ ข้าดูเจ้าผิดไปจริง ๆ!”

ฉินเฟิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ เมื่อเผชิญกับคำวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากทุกคน แต่เขาไม่มีความโกรธแค้นแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกลับเต็มไปด้วยความปลาบปลื้มและซาบซึ้งใจ

เหตุผลนั้นง่ายมาก ในเมืองหลวงแห่งนี้ไปจนถึงทั้วทั้งแคว้นต้าเหลียง ยังมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ยอมรับหลี่หลาง

ถือว่าหลี่หลางเป็นวีรบุรุษ

เพียงแค่จุดนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ฉินเฟิงสงบความแค้นและความโกรธทั้งหมดในใจไว้ได้

ฉินเฟิงไม่ลังเลใจ รีบคารวะอย่างฉับไว เสียงที่ดังกังวานเต็มไปด้วยพลัง ดังก้องไปทั่วทุกมุมของสถานที่

“ท่านทั้งหลายยังจดจำได้ว่าหลี่หลางอุทิศชีวิตเพื่อแผ่นดิน ปลอบประโลมวิญญาณของหลี่หลางที่อยู่บนสวรรค์ ข้าฉินเฟิง ขอบคุณอย่างหาที่สุดมิได้!”

ฉินเฟิงรีบโค้งคำนับลงทันที คารวะลงด้วยแรง

ผู้คนที่เมื่อครู่ยังโกรธเกรี้ยวจนหน้าแดง ต่างพากันอึ้งงัน

โจวหมิงเห็นดังนั้น ในใจสบถด่าอย่างเจ็บแค้น

ไอ้หมอนี่ ยังคงเก่งในการซื้อใจผู้คนจริง ๆ เหมือนอย่างที่เล่าลือกัน เจ้านี่ก็เป็นแค่ขุนนางไร้ยางอาย!

โจวหมิงย่อมไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ อย่างแน่นอน จึงฉวยโอกาสไล่ต้อนต่อไป

“ฉินเฟิง เจ้าอย่าได้หลบเลี่ยงคำถามข้า รีบตอบมาเดี๋ยวนี้ ทำไมถึงไม่ฆ่าเฉินซือเพื่อแก้แค้นให้หลี่หลาง”

“เจ้าคนเลวทรามที่ทรยศหักหลัง ยังจะมาทำท่าซื่อสัตย์อะไรอีก น่ารังเกียจสิ้นดี”

หญิงสาวผู้ดีดกู่ฉินที่ยืนอยู่ด้านข้างมองโจวหมิงที่กำลังคุกคามฉินเฟิง ในใจอดชื่นชมไม่ได้

ไม่คิดเลยว่าแค่บุตรชายจู่ซื่อธรรมดา ๆ กลับมีประโยชน์เกินคาดเช่นนี้

หากโจวหมิงสามารถทำลายชื่อเสียงของฉินเฟิงได้จริง ต่อให้ต้องมอบตำแหน่งขุนนางให้โจวหมิง แล้วจะเป็นอะไรไป

แต่นางไม่รู้เลยว่า สายตาของประชาชนนั้นแหลมคมยิ่งนัก

นอกจากคนบางส่วนที่มีเจตนาไม่ดี คนส่วนใหญ่ที่อยู่ในเหตุการณ์ล้วนไม่ใช่คนโง่

ทุกคนสัมผัสได้ถึงความจริงใจของฉินเฟิงที่มีต่อหลี่หลางจากแววตา

แต่ฉินเฟิงจำเป็นต้องให้คำอธิบายที่สมเหตุสมผล

ท้ายที่สุดแล้วมีสามเรื่องใหญ่ ๆ ในโลกมนุษย์ที่ก้าวข้ามไม่ได้

ความแค้นที่ฆ่าบิดามารดา ความแค้นที่พรากภรรยา ความแค้นที่ทรยศหักหลังพี่น้อง

ภายใต้สายตาคมกริบจากผู้คนมากมาย ฉินเฟิงค่อย ๆ ถอนหายใจ สายตาค่อย ๆ สงบนิ่งลง

“พวกท่านล้วนบอกว่าเฉินซือฆ่าหลี่หลาง เช่นนั้นข้าขอถามเถิดว่า ในฐานะแม่ทัพแดนเหนือ ข้าได้ฆ่าใครบ้าง?”

“ทหารของเป่ยตี๋ที่ตายด้วยน้ำมือข้ามีมากเพียงใด?”

“ไม่เพียงแต่ฮ่องเต้ รวมถึงขุนนางจากกรมพิธีการ สำนักไท่ฉาง และเสนาบดีจากกรมสมโภช รวมถึงกรมอื่น ๆ ด้วย”

“อย่าบอกนะว่า ตั้งแต่ฮ่องเต้ไปจนถึงขุนนางในราชสำนัก ล้วนเป็นพวกโง่เขลา มีแต่เจ้าคนเดียวที่วัน ๆ เอาแต่กินเหล้าเที่ยวผู้หญิงที่เป็นผู้มีปัญญาที่สุด?”

คำพูดนี้ถือว่าโจมตีโจวหมิงจนราบคาบ

หากยังโต้แย้งอีก ก็เท่ากับยอมรับว่าฮ่องเต้และขุนนางทั้งหลายนั้นโง่เขลา

โจวหมิงเงียบกริบ ใบหน้าซีดเผือด

บรรดาบุตรหลานตระกูลใหญ่ที่มาชุมนุมกันสำนึกได้ในทันใด

“ใช่แล้ว! แม้แต่ฮ่องเต้และขุนนางจากกรมพิธีการยังผลักดันให้ฉินเฟิงมีส่วนร่วมในการเจรจา”

“ฉินเฟิงต้องไม่มีปัญหาแน่นอน!”

“หึ โจวหมิง ข้าว่าเจ้าแค่จงใจทำลายชื่อเสียงของท่านฉินโหว!”

“โจวหมิง เจ้ารีบไสหัวไปซะ ท่านฉินโหวทุ่มเททั้งกายใจเพื่อการเจรจาสันติภาพระหว่างแคว้นมากเพียงใด”

“เจ้าไม่รู้จักสำนึกบุญคุณก็ช่างเถอะ แต่กลับยังกล้ามาทำลายชื่อเสียงของท่านโหวฉินอย่างไร้ยางอาย ช่างน่าโมโหจริง ๆ!”

“ตลกสิ้นดี คนไร้ประโยชน์ที่รู้แต่กินเหล้าเที่ยวผู้หญิงเล่นการพนันอย่างเจ้า จะมีสิทธิ์อะไรมาพูดถึงเรื่องบ้านเมือง?”

“ตอนท่านโหวฉินระดมทุนเพื่อค่าใช้จ่ายในการทำศึก ข้ายังบริจาคเงินไปถึงห้าพันตำลึงเงิน โจวหมิง แล้วเจ้าเล่าบริจาคไปกี่ตำลึง?”

ใบหน้าของโจวหมิงแดงก่ำ หายใจหอบถี่

เมื่อครู่พ่อค้าและบุตรหลานขุนนางในงานยังช่วยเหลือตนเองกันอยู่เลย

แต่เหตุใดพอหันหลังให้ ทิศทางลมกลับเปลี่ยน ต่างก็ไปอยู่ข้างฉินเฟิงกันหมดแล้ว

หญิงสาวผู้ดีดกู่ฉินเห็นท่าไม่ดี ใบหน้าน้อย ๆ พลันซีดเผือดทันที ตะโกนเสียงใสว่า “เจ้ามันไร้ประโยชน์ ยังไม่รีบเข้าไปนั่งอีกรึ!”

โจวหมิงเช็ดเหงื่อเย็นที่ซึมออกมาบนหน้าผาก พยักหน้ายิ้มแย้ม กำลังจะเดินเข้าประตู แต่ไหล่กลับถูกคนคว้าไว้

หันไปมอง กลับเป็นฉินเสี่ยวฝู

ฉินเสี่ยวฝูยิ้มเย้ย หัวเราะเย็นชา “คุณชายโจวอย่าเพิ่งรีบไปสิ เรื่องของเจ้ากับนายน้อยของข้ายังไม่จบนะ”

ไม่ทันที่โจวหมิงจะได้ตอบโต้ เสียงของฉินเฟิงก็ดังขึ้นมาแล้ว

“เจ้าเพิ่งพูดว่า หลี่หลางเป็นคน…อำเภอฝูอวิ้น?!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ