เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 581

บทที่ 581 คลื่นใต้น้ำในงานเลี้ยง

นับตั้งแต่แขกชุดขาวติดตามหลี่เฉียนมาก็ยังไม่เคยถูกหลี่เฉียนตำหนิมาก่อน

เสียงตำหนิในครั้งนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า กำแพงทางจิตใจของหลี่เฉียนกำลังถูกทำลายลงทีละน้อย จนกลายเป็นคนที่อ่อนไหวผิดปกติ

เรื่องใดก็ตามที่ไม่ถูกใจ ก็เพียงพอที่จะทำให้หลี่เฉียนโกรธเกรี้ยวได้

แขกชุดขาวเข้าใจได้เป็นอย่างดี ว่าการแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาทใกล้เข้ามาแล้ว หากพลาดพลั้งเพียงเล็กน้อย ก็อาจจะแพ้ราบคาบได้

“พระองค์หมายความว่า องค์ชายเจ็ดมาโดยไม่ได้รับเชิญ เพื่อจงใจทำให้พระองค์อับอายงั้นหรือ”

แขกชุดขาวก้มหน้าลงด้วยท่าทีนอบน้อมสุดขีด

เมื่อเห็นแขกชุดขาวทำท่าซื่อสัตย์จงรักภักดี หลี่เฉียนอดถอนหายใจไม่ได้

กลั้นโทสะในใจเอาไว้ ยื่นมือตบไหล่แขกชุดขาวเบา ๆ

“ลุกขึ้นมาเถอะ ไม่ใช่ความผิดของเจ้า”

แขกชุดขาวถอนหายใจอย่างโล่งอก ลุกขึ้นมองไปที่หลี่เฉียน แต่กลับเห็นสีหน้าของหลี่เฉียนดูเคร่งเครียด

หลี่เฉียนเอามือไพล่หลัง เดินไปที่หน้าต่างอย่างเชื่องช้า ผลักหน้าต่างเปิดออกเล็กน้อย มองดูแขกที่กำลังดื่มสุราพูดคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่ด้านนอก

ผ่านไปนานพอสมควร จึงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “หลี่ยง ไม่ใช่คนที่ชอบทำอะไรเกินจำเป็น”

“ที่เขามาโดยไม่ได้รับเชิญในวันนี้ ก็เพียงแค่กังวลว่าข้าจะอ้างเหตุผลเพื่อปราบปรามฉินเฟิง แต่ลับหลังกลับไปเกลี้ยกล่อมเขามาเป็นพวก”

“องค์ชายเจ็ดฉลาดกว่าที่เจ้าคิดไว้มาก”

“องค์ชายเคยประเมินองค์ชายเจ็ดไว้ว่า ฉลาดจนดูโง่ แม้ดูเหมือนไม่แสดงออก แต่จริง ๆ แล้วกลับมีความคิดมากมาย”

“เขาไม่ใช่ไม่ต่อสู้ แต่ใช้การไม่ต่อสู้เพื่อแลกกับการต่อสู้”

“ฉินเฟิงมีโอกาสติดต่อกับเขาน้อยมาก เป็นธรรมดาที่จะไม่สามารถมองทะลุเขาได้อย่างแท้จริง”

“ฉินเฟิงกล่าวว่า ข้าคล้ายกับเขายิ่งนัก แต่ไม่รู้เลยว่า…เขาต่างหากที่ได้รับการถ่ายทอดจากข้า ส่วนเรื่องนี้ ฉินเฟิงจะต้องเข้าใจในไม่ช้า!”

แขกชุดขาวครุ่นคิดชั่วครู่ จากนั้นจึงถามอย่างลองเชิง

“องค์ชาย เมื่อองค์ชายเจ็ดมาถึง สถานการณ์ก็เปลี่ยนไป พระองค์ควรจะออกไปก่อน…”

หลี่เฉียนส่ายหน้าขัดจังหวะก่อนที่แขกชุดขาวจะพูดจบ

สายตาที่มีความเคลื่อนไหวเล็กน้อยค่อย ๆ กลับสู่ความสงบ

ข้าจัดงานเลี้ยงนี้ขึ้นมาก็เพื่อกำจัดฉินเฟิงในคราวเดียว จะไม่ยอมให้แผนการถูกทำลายเพียงเพราะหลี่ยงปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน

ยิ่งไปกว่านั้น…

ที่ข้าไม่ยอมเข้าร่วมงานเลี้ยงเป็นเวลานาน นอกจากจะเป็นการทำลายความมุ่งมั่นของฉินเฟิงแล้ว ยังมีเหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่ง

นั่นคือ ตัวประกันที่จะใช้กำจัดฉินเฟิง ยังไม่ได้ถูกส่งมา

เวลานี้ห้ามเสียท่าเด็ดขาด ต้องอดทนให้ได้!

“ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็เป็นน้องชายแท้ ๆ ของข้า ในเมื่อมาแล้ว ข้าก็ไม่สะดวกจะไล่เขาไป ปล่อยเขาไปเถอะ”

“แผนการในวันนี้ ไม่ว่าใครก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้!”

เมื่อเห็นหลี่เฉียนมีความมั่นใจอีกครั้ง แขกชุดขาวก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ขณะที่กำลังจะหันหลังจากไป ก็ถูกหลี่เฉียนเรียกให้หยุดอีกครั้ง

หลี่เฉียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ถามเสียงเบาว่า “ฉีหยางกับฉินเฟิงมีความสัมพันธ์อะไรกัน”

เมื่อเทียบกับหลี่ยงแล้ว หลี่เฉียนกลับกังวลเรื่องฉีหยางจวิ้นจู่มากกว่า

ท้ายที่สุดแล้ว องค์หญิงใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังของฉีหยาง ก็เป็นตัวแทนพระราชโองการ

หากแม้แต่องค์หญิงใหญ่ยังเข้าข้างฉินเฟิง นั่นต่างหากที่จะเป็นปัญหาใหญ่

แขกชุดขาวไม่กล้าตอบอย่างชะล่าใจ จึงนึกย้อนถึงท่าทีและการกระทำระหว่างฉินเฟิงกับฉีหยางจวิ้นจู่

ท้ายที่สุด แขกชุดขาวก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “องค์ชายไม่ต้องกังวล ความสัมพันธ์เดียวระหว่างฉินเฟิงกับฉีหยางจวิ้นจู่ก็คือเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์”

เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เฉียนก็เหมือนกับกินยาระงับใจ

พยักหน้าเบา ๆ “ข้ารู้แล้ว เจ้าไปเถอะ”

พร้อมกับที่แขกชุดขาวจากไป หลี่เฉียนก็ยืนอยู่ข้างหน้าต่าง เงยหน้ามองท้องฟ้า

ส่วนแขกที่มาจากลานนอกนั้น ก็ล้วนแต่เป็นเพียงลูกสมุนตัวเล็ก ๆ ไร้ความสำคัญ ไม่มีคุณค่าใด ๆ ต่อการช่วงชิงบัลลังก์เลยสักนิด

ยิ่งไปกว่านั้น…

เพียงแค่ฉินเฟิงคนเดียวก็มากพอที่จะทำให้ปวดหัวได้แล้ว ตอนนี้ข้างกายยังมีฉีหยางจวิ้นจู่และองค์ชายเจ็ดเพิ่มเข้ามาอีก ช่างสูงศักดิ์ยิ่งนัก

ยังต้องรวมบุตรสาวของจวนกั๋วกงอีก

ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะมีคนน้อย แต่หากพูดถึงตำแหน่งและอำนาจแล้ว ก็เพียงพอจะทิ้งห่างขุนนางในลานในไปได้หลายช่วงตัว

จู่ซื่อแห่งกรมยุติธรรมแกล้งดื่มสุรา กระซิบเบา ๆ ใส่รองเสนาบดีกรมยุติธรรม

“ช่างประหลาด ฉินเฟิงนั้นหยิ่งทะนงในความสามารถของตน ใช้อำนาจบาตรใหญ่ จนทำให้เหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางโกรธเคืองไปทั่ว”

“ควรจะเป็นเหมือนหนูตกถังข้าวสาร ใครต่อใครต่างพากันตะโกนด่าทอและทำร้ายสิ”

“แต่ผลกลับเป็น… ฉีหยางจวิ้นจู่และองค์ชายเจ็ดต่างก็เข้าหาเขา”

“ข้าว่า วันนี้เรื่องนี้คงไม่จบง่าย ๆ แน่”

รองเสนาบดีกรมยุติธรรมจ้องมองอย่างเย็นชา “เจ้าจะรู้อะไร!”

“ดื่มเหล้าของเจ้าไปเงียบ ๆ เถอะ อย่าพูดมากไป!”

“ถ้าเจ้ารู้สึกว่ามีสิ่งที่ต้องทำพอแล้ว ก็ให้คนอื่นมาแทน มีเจ้าก็ไม่ได้มีสิ่งใดเพิ่ม ไม่มีเจ้าก็ไม่ได้มีสิ่งใดขาด”

“ไม่รู้หรือว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าวิพากษ์วิจารณ์แผนการใหญ่ขององค์ชายรองได้ รนหาที่ตายชัด ๆ!”

จู่ซื่อกรมยุติธรรมทำหน้าบึ้งตึง แล้วรีบก้มศีรษะลง

แม้ภายนอกจะยอมแพ้ แต่ในใจกลับยิ่งมั่นคงในความคิดมากขึ้น

รองเสนาบดีกรมยุติธรรมตอบสนองรุนแรงเช่นนี้ นั่นแสดงให้เห็นว่า พวกเขาหวาดกลัว!

ด้วยวิธีการทำงานของฉินเฟิง หากคืนนี้เกิดความผิดพลาด ไม่ต้องพูดถึงการจัดการกับเขา เกรงว่าฉินเฟิงจะหันกลับมาจัดการกับพวกฝ่ายองค์ชายรองให้เข็ดหลาบเสียมากกว่า

ท้ายที่สุดแล้ว ในคืนนี้จะเป็นการสถาปนาอำนาจอันยิ่งใหญ่ขององค์ชายรอง หรือจะเป็นฉินเฟิงที่จัดการทุกอย่าง ใครก็บอกไม่ได้!

[1] แม่น้ำจิงและแม่น้ำเว่ย (泾渭分明) ความหมายคือ แตกต่างอย่างชัดเจน เนื่องจากจิงเหอ คือแม่น้ำที่ใสสะอาด แต่เว่ยเหอ คือแม่น้ำที่ขุ่น พอถึงจุดที่แม่น้ำไหลมารวมกัน น้ำในแม่น้ำจะแยกออกเป็นสองสีชัดเจน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ