บทที่ 604 จับตัวประกัน
ขณะที่องครักษ์หลวงและทหารรักษาพระราชวังมาถึงตรงหน้าของฉินเฟิง ทุกคนต่างก็ใจหายวาบ จู่ ๆ ก็มีเสียงตะโกนดังสนั่นไปทั่วลานประหาร
“อย่าได้คิดทำร้ายพี่ฉินเด็ดขาด!”
“หนิงหู่มาแล้ว!”
หนิงหู่ขี่ม้าศึกควบอย่างห้าวหาญ กระโดดข้ามรั้วมุ่งตรงมาหาฉินเฟิง
เมื่อหนิงหู่ปรากฏตัว องครักษ์หลวงตกใจมาก ตะโกนเสียงต่ำว่า “รีบสังหารฉินเฟิง ต้านหนิงหู่!”
เทียบกับฉินเฟิงที่เป็นเพียงนักรบครึ่ง ๆ กลาง ๆ หนิงหู่เป็นนักรบตัวจริง ไม่ต้องพูดถึงภัยคุกคามที่เขาจะสร้างให้กับองครักษ์หลวง
แทบจะทันทีที่หนิงหู่ปรากฏตัว เขาก็กลายเป็นจุดสนใจของทุกคนแล้ว
องครักษ์หลวงสี่คนถือแหลนเดินไปขวางทางหนิงหู่ แต่ยังไม่ทันได้ยกแหลนขึ้น ก็ได้ยินเสียงม้าร้องอย่างน่าสะพรึงกลัว
หนิงหู่กระตุกบังเหียนแรง ๆ ม้าศึกยืนสองขา ยกขาหน้าขึ้น
หนิงหู่ที่นั่งอยู่บนหลังม้า มือถือแหลนม้า แทงลงมาจากด้านบน เข้าที่ลำคอขององครักษ์หลวงซึ่งเป็นจุดที่ป้องกันได้ยากที่สุด
เสียงหนึ่งดังขึ้น
แหลนม้าแทงทะลุเกราะป้องกันลำคอ เสียบคอขององครักษ์หลวงทะลุ ตายคาที่
ขณะเดียวกัน องครักษ์หลวงอีกคนก็ยกแหลนขึ้น พุ่งใส่หนิงหู่
หนิงหู่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วยิ่ง เขาปล่อยแหลนม้า ชักดาบสั้นจากเอว ฟันแหลนที่พุ่งเข้ามาขาดสะบั้น
“ไป!”
หนิงหู่ตะโกนเสียงต่ำ บีบท้องม้าศึก ม้าศึกพุ่งชนองครักษ์หลวงตรงหน้า
ปัง!
องครักษ์หลวงที่สวมเกราะหนักถึงสองร้อยชั่ง ถูกม้าศึกชนกระเด็นออกไปไกลกว่าหนึ่งจั้ง ก่อนจะล้มลง กระอักเลือด และไม่ลุกขึ้นมาอีก
หนิงหู่ไม่ลังเลใด ๆ กระทุ้งท้องม้าศึก พุ่งเข้าไปเหยียบย่ำองครักษ์หลวง
เกราะหนักที่องครักษ์หลวงภาคภูมิใจนัก เมื่อเผชิญกับการเหยียบย่ำอย่างบ้าคลั่งของกีบเท้าม้า กลับไม่อาจต้านทานได้แม้แต่น้อย เพียงพริบตา องครักษ์หลวงผู้นั้นก็ถูกเหยียบจนตายคาที่
ทั่วทั้งที่เกิดเหตุเงียบสงัดราวทันที ทุกคนเบิกตากว้าง มองหนิงหู่ด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ
เพียงชั่วพริบตาเดียว ก็กำจัดองครักษ์หลวงได้ถึงหนึ่งคนแล้ว?!
พลังของรองแม่ทัพแห่งอำเภอเป่ยซีช่างน่ากลัวนัก
แม้แต่เสนาบดีกรมยุติธรรมก็ยังตกใจจนขนหัวลุก
“หนิง…หนิงหู่! เจ้าคนสารเลวชั่วช้า หรือเจ้าอยากให้ตระกูลหนิงต้องตายไปพร้อมกับเจ้าด้วย?”
เห็นหนิงหู่ดุดันเกินกว่าจะต้านทาน เสนาบดีกรมยุติธรรมจึงเริ่มโจมตีทางจิตใจทันที
“ยังมีโอกาสกลับตัวกลับใจอยู่ อย่าได้หลงผิดมัวเมาเลย!”
เผชิญกับการขู่และหารโน้มน้าวให้จำนนของเสนาบดีกรมยุติธรรม หนิงหู่มิเพียงเพิกเฉย เขาหยิบธนูกับลูกธนูจากอานม้า เล็งไปที่เสนาบดีกรมยุติธรรม แล้วยิงธนูออกไปหนึ่งดอก
ฉึก!
ลูกธนูพุ่งผ่านศีรษะของเสนาบดีกรมยุติธรรม ปักลงบนแผ่นป้ายด้านหลัง
เสนาบดีกรมยุติธรรมตกใจ ตัวสั่นเทิ้ม รีบมุดเข้าไปหลบใต้โต๊ะ สูญเสียความน่าเกรงขามในฐานะขุนนางไปหมดสิ้น
ผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ มองด้วยสายตาดูแคลน “ท่านเสนาบดี อย่าทำให้ชื่อเสียงขุนนางแปดเปื้อนอีกเลย”
เสนาบดีกรมยุติธรรมตวาดเสียงแหลมว่า “บ้าไปแล้ว บ้ากันหมดแล้ว!”
ผู้บัญชาการศาลต้าหลี่จ้องมองหนิงหู่ที่กำลังต่อสู้อยู่ในลานประหาร แล้วตะโกนเสียงดัง
“โหวหนิงผู้กล้าหาญ เก่งกาจไร้เทียมทาน ไยท่านไม่ภักดีต่อต้าเหลียง หากท่านคบค้ากับฉินเฟิงเช่นนี้ ก็มีแต่ต้องทิ้งชีวิตเท่านั้น!”
หนิงหู่เก็บแหลนม้าขึ้นมา แล้วใช้แหลนแทงองครักษ์หลวงที่ขวางทางอยู่ข้างหน้า สองแขนออกแรงยกขึ้น แล้วเหวี่ยงอย่างแรง
องครักษ์หลวงที่หนักถึงสองร้อยชั่ง ถูกเหวี่ยงไปข้างแท่นประหาร กระแทกลงตรงหน้าผู้บัญชาการศาลต้าหลี่
เมื่อองครักษ์ค่ายเทียนจีเข้าร่วมต่อสู้ สถานการณ์การต่อสู้ก็เสียสมดุลทันที
องครักษ์ค่ายเทียนจีไม่ได้เข้าต่อสู้ประชิดตัวกับองครักษ์หลวงและทหารรักษาพระราชวัง แต่ใช้วิธีโจมตีด้วยลูกธนูที่แม่นยำ โจมตีลักษณะกองโจร
และลูกธนูที่พวกเขาใช้ ก็เป็นเป็นลูกธนูเจาะเกราะทั้งสิ้น
เพียงไม่กี่ลมหายใจ องครักษ์หลวงตายไปกว่าครึ่ง
ทหารค่ายเทียนจีกับหนิงหู่บุกเดินหน้าจนถึงตัวฉินเฟิง ช่วยกันประคองฉินเฟิงขึ้นจากพื้น
พอเห็นฉินเฟิงบาดเจ็บที่ไหล่ เลือดไหลไม่หยุด หนิงหู่ตาเบิกโพลง คำรามเสียงต่ำ “พี่ฉิน เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?!”
ฉินเฟิงส่ายหน้า ถึงแม้ใบหน้าจะซีดเซียวเพราะเสียเลือด แต่น้ำเสียงยังคงหนักแน่น
“แค่บาดเจ็บเล็กน้อย จะเป็นกระไร”
พอเห็นพ่อลูกตระกูลเซี่ยหลบหนีออกมาได้ ภายใต้การคุ้มกันของทหารค่ายเทียนจี ฉินเฟิงก็ถอนหายใจโล่งอก เขาตะโกนสั่ง “บรรลุเป้าหมายแล้ว ถอยทัพ!”
ตามคำสั่งของฉินเฟิง ทหารค่ายเทียนจีและทหารเป่ยซีแยกย้าย หลบหนีออกนอกลานประหารทันที
รองผู้บัญชาการองครักษ์หลวงเห็นเช่นนั้น ก็โกรธจนตัวสั่น
ไม่เพียงสังหารฉินเฟิงไม่ได้ ตระกูลเซี่ยยังถูกชิงตัวไปอีก สำหรับองครักษ์หลวง นี่ถือเป็นความอัปยศอย่างยิ่ง
“ฆ่าพวกมันให้หมด! ห้ามปล่อยให้ฉินเฟิงและพวกกบฏหนีออกจากเมืองหลวงได้!”
รองผู้บัญชาการคว้าคันธนู วิ่งไล่ตาม พร้อมกับยิงธนูไปด้วย
เมื่อเทียบกับเกราะหนาที่ฉินเฟิงสวมใส่ เกราะของทหารเป่ยซีไม่อาจต้านทานลูกธนูขององครักษ์หลวงได้
เผชิญกับการไล่ล่าอย่างบ้าคลั่งขององครักษ์หลวง ทหารเป่ยซีถูกสังหารไปไม่น้อย
ขณะเดียวกัน ทหารรักษาพระราชวังเริ่มฟื้นตัว เคลื่อนไหวจากปีกซ้ายขวา หมายปิดล้อมพวกฉินเฟิงและคนอื่น ๆ ไว้ในลานประหาร
การหลบหนีถูกจำกัด ฉินเฟิงจึงตัดสินใจทันที “องครักษ์ค่ายเทียนจีฟังคำสั่ง สังหารองครักษ์หลวง จับกุมเจ้าหน้าที่ควบคุมการประหาร!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ