บทที่ 615 การสอบสวนฉุกเฉินยามวิกาล
ยามค่ำคืน ภายในคุกของศาลต้าหลี่ ฉินเฟิงนอนหลับสนิทอยู่บนกองฟาง
นับตั้งแต่ถูกจับกุมเข้าคุก ฉินเฟิงก็ได้ใช้ชีวิตสุขสบาย ‘กิน ๆ นอน ๆ’
ทุกวันนอกจากกินข้าวก็มีแต่นอน แม้แต่เซี่ยปี้ยังทนดูไม่ได้ บังคับให้ฉินเฟิงออกไปเดินเล่นหลายรอบ กลัวว่าฉินเฟิงจะเป็นง่อยเปลี้ยไปเสีย
ตอนนั้นเอง ผู้คุมวิ่งเข้ามาอย่างร้อนรน ครั้นเปิดประตูได้ก็ตะโกนบอก “นายน้อยฉินนี่ไม่ใช่เวลานอน ใกล้จะถึงเวลาขึ้นศาลแล้วขอรับ”
ฉินเฟิงพลิกตัว อ้าปากหาวหวอดใหญ่ แล้วก็นอนต่อ ไม่สนใจสิ่งใด
เซี่ยปี้ขมวดคิ้ว “ดึกดื่นปานนี้ ศาลต้าหลี่แทบไม่เคยสอบสวนกลางคืน วันนี้เกิดอะไรขึ้น หรือมีเรื่องผิดปกติกระไร”
ผู้คุมส่ายศีรษะ “ข้าน้อยเป็นแค่ผู้คุม หารู้เรื่องภายในขอรับ”
“แต่ได้ยินเจ้าหน้าที่ที่มาแจ้งข่าวบอกว่า องค์ชายรองกับไท่เป่าหลินก็ถูกเรียกตัวมาที่ศาลต้าหลี่ด้วย”
“แม้แต่องค์ชายเจ็ดก็มา”
“ดูท่าทางแล้ว ไม่น่าจะเป็นการขู่ขวัญ คดีนี้คงจะได้ข้อสรุปในคืนนี้”
พอพูดถึงตรงนี้ ผู้คุมก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ ตาเป็นประกาย
“ใช่แล้ว วันนี้องค์หญิงทรงเสด็จเข้าพระราชวังแล้ว”
ทั้งต้าเหลียงมีองค์หญิงเพียงเดียวที่ ‘สืบสายเลือดจากฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน’ นอกจากหลี่เซียวหลานแล้วจะเป็นใครได้อีก
ฉินเฟิงที่เมื่อครู่ยังทำทีเป็นหลับ ไม่ยอมลุก พลันลุกขึ้นนั่ง
ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง ดวงตาเปล่งประกายวาววับ
“พี่หญิงสามกลับมาแล้วหรือ ดีจริง ๆ”
“ก่อนหน้านี้ ข้าส่งจดหมายไปอำเภอเป่ยซี สั่งให้จ้าวอวี้หลงนำกองทหารม้าทมิฬคุ้มกันพี่หญิงสามกลับเมืองหลวง”
“ผ่านมานานขนาดนี้แล้ว จ้าวอวี้หลง เจ้าหมอนั่น ไยไม่รู้จักมาเยี่ยมข้าบ้างเลย ช่างไร้น้ำใจจริง ๆ”
เห็นฉินเฟิงมีชีวิตชีวา ผู้คุมหัวเราะไม่ออก
“ใครบอกว่าไม่มา พอมีเวลาก็รีบมาทันที แต่โดนกันกลับไปขอรับ”
“ใต้เท้าเฉิงมีคำสั่ง เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหา ห้ามผู้ใดมาเยี่ยมนายน้อยฉิน”
“รอจนกว่าคดีสิ้นสุด ถึงตอนนั้นอยากจะสนุกอย่างไร ก็ไม่มีใครว่าท่าน”
เมื่อครู่ฉินเฟิงแกล้งหลับไม่ยอมลุกขึ้น ก็เพราะไม่แน่ใจว่าการสอบสวนยามวิกาลครั้งนี้ จะเอาจริงเอาจังหรือขู่ขวัญเล่น
ตอนนี้รู้ว่าหลี่เซียวหลานเข้าวังแล้ว อีกทั้งผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ยังสั่งห้ามเยี่ยม นี่พิสูจน์แล้วว่า การพิจารณาคืนนี้เป็นของจริง
ผ่านศึกลานประหารมาแล้ว ฉินเฟิงก็ไม่กังวลว่าจะมีเหตุไม่คาดฝันใดเกิดขึ้น
แต่ถึงอย่างไร การสอบสวนยามวิกาลก็เป็นการดวลกันครั้งสุดท้ายระหว่างฉินเฟิงกับ หลี่เฉียน
เมื่อเทียบกับตัวเอง ฉินเฟิงอยากจะเห็นจุดจบของหลี่เฉียนมากกว่า
ฉินเฟิงเรียบเรียงความคิดเล็กน้อย แล้วไม่ลังเลอีก เขาลุกขึ้นเดินตามผู้คุมออกจากคุก
ขณะเดียวกัน
ศาลาว่าการศาลต้าหลี่
ผู้บัญชาการศาลต้าหลี่นั่งประจำตำแหน่งประธาน หลี่ยงกับหลี่เฉียนนั่งในตำแหน่งถัดลงมาทางซ้ายและขวา ถัดลงมาคือไท่เป่าหลิน
ตอนนี้เพียงแค่รอให้ ฉินเฟิงกับเซี่ยปี้ถูกนำตัวขึ้นศาลเท่านั้น
ผู้บัญชาการศาลต้าหลี่มองไปที่หลี่เฉียนเงียบ ๆ
“องค์ชายรอง คดีเซี่ยปี้สมรู้ร่วมคิดกับศัตรู เป็นคดีที่พระองค์เปิดเผย”
“คดีนี้จึงเกี่ยวข้องกับองค์ชาย ตามกฎแล้วควรให้สำนักขุนนางฝ่ายในเป็นผู้ตรวจสอบ”
“แต่จนตอนนี้ สำนักขุนนางฝ่ายในยังไม่ได้ส่งคนมา”
“สำนักขุนนางฝ่ายในอาจติดภารกิจจนลืมเรื่องนี้ ข้าน้อยจะส่งคนไปแจ้งให้ทราบอีกครั้ง”
เมื่อเผชิญกับคำเตือนของผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ หลี่เฉียนโบกมือ แสดงว่าไม่จำเป็นต้องเสียเวลา
ไม่ว่าสำนักขุนนางฝ่ายในจะส่งคนมาหรือไม่ก็ไม่สำคัญ
ฉินเฟิงมองไปที่ ‘อาเฉิง’ ผู้ทรงอำนาจ ไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกตึงเครียด กลับยังเชิดหน้าชูคอ ใบหน้าเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
แทบจะประกาศออกมาโต้ง ๆ แล้วว่า ผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ คืออาห่าง ๆ ของเขา
กระทั่งผู้บัญชาการศาลต้าหลี่จ้องดุ ฉินเฟิงจึงค่อย ๆ ลดท่าทีลง
ท่าทางที่ฉินเฟิงกับผู้บัญชาการศาลต้าหลี่สบตากัน หลี่เฉียนเห็นทั้งหมด ในใจอดสงสัยไม่ได้
ไม่ใช่ว่าฉินเฟิงกับ ผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ มีความเกี่ยวข้องกันหรอกใช่หรือไม่?
เป็นไปไม่ได้! ผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ เป็นขุนนางผู้ใหญ่แห่งต้าเหลียง มีตำแหน่งสูงส่ง นิสัยซื่อสัตย์และซื่อตรงมาตลอด จะไปพัวพันกับฉินเฟิงได้อย่างไร?
ก่อนที่หลี่เฉียนจะได้คิดให้รอบคอบ เสียงของผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ก็ดังขึ้น เริ่มการพิจารณาคดี
“คืนนี้ฮ่องเต้ต้าเหลียงมีพระบรมราชโองการให้สอบสวนคดีเซี่ยปี้ทรยศแผ่นดินใหม่ เริ่มการพิจารณาคดี!”
“ผู้ต้องหาเซี่ยปี้ ก่อนเริ่มการพิจารณา ท่านมีอะไรจะพูดหรือไม่?”
เซี่ยปี้คุกเข่าลงกับพื้น ลำตัวตรงผึงผาย แม้จะตกเป็นนักโทษ แต่บุคลิกห้าวหาญก็ไม่ลดลงสักนิด
“เรียนใต้เท้า ความจงรักภักดีของข้าที่มีต่อแผ่นดินต้าเหลียง ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เป็นพยาน”
“เรื่องที่ว่าทรยศ ขายแผ่นดิน เป็นเพียงแค่การใส่ร้ายป้ายสีจากผู้ไม่ประสงค์ดีเท่านั้น”
“ฟ้าดินเป็นใหญ่ ย่อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของข้าเอง”
ผู้บัญชาการศาลต้าหลี่พยักหน้า กำลังจะเปิดบันทึกคดี แต่ในจังหวะนี้ฉินเฟิงกลับส่งเสียงร้องลั่นขัดขึ้นมาเสียก่อน
“ใต้เท้า ท่านลืมข้าไปได้อย่างไร? ข้าก็มีเรื่องจะพูดเหมือนกันขอรับ”
ผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ขมวดคิ้ว สายตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ
“ฉินเฟิง ศาลต้าหลี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อย่าส่งเสียงดัง”
“เจ้ากับเซี่ยปี้ จะรุ่งก็ร่วมรุ่ง เสื่อมก็ร่วมเสื่อม ยามนี้เพียงต้องตรวจสอบให้ชัดเจน จะมีชีวิตหรือตาย จะปล่อยหรือคุมขัง”
ฉินเฟิงยิ้มประจบ “ใต้เท้า ท่านกังวลเกินไปแล้ว ข้าแค่อยากถามว่าท่านรับประทานอาหารเย็นแล้วหรือยังขอรับ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ