เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 636

บทที่ 636 สงครามราคาที่ชั่วร้าย

อำเภอเหยียนโซ่วเป็นอำเภอในเขตเมืองหลวง และเป็นเส้นทางขนส่งเสียงที่สำคัญ

กองคาราวานขนส่งเสบียงที่เดินทางมาจากทางเหนือ ล้วนต้องผ่านอำเภอเหยียนโซ่ว

ทำนองเดียวกัน เสบียงอาหารที่ขนส่งไปทางใต้ ก็ต้องข่นส่งผ่านอำเภอเหยียนโซ่วถึงเจ็ดในสิบส่วน

นับแต่โบราณ อำเภอเหยียนโซ่วจึงเป็นเส้นทางขนเสบียงที่สำคัญที่สุดทางตอนเหนือ

เหยียนโซ่วจึงได้รับการขนานนามว่า ‘คลังเก็บเสบียงอาหารของต้าเหลียง’ เพราะเหตุนี้เอง พ่อค้าธัญพืชทุกคนทางตอนเหนือจึงจำต้องหาที่ตั้งร้านค้าในอำเภอเหยียนโซ่ว

หากสามารถตั้งหลักในเหยียนโซ่วได้ ก็ย่อมได้เปรียบ สามารถขยับเข้าทางใต้หรือตั้งหลักที่ทางเหนือก็ได้ทั้งนั้น

ถนนมุ่งสู่ทางเหนือของอำเภอเหยียนโซ่วยาวเพียงหกสิบจั้ง แต่กลับมีร้านธัญพืชตั้งอยู่มากกว่าสิบแห่ง

และร้านธัญพืชเหล่านี้ ล้วนเป็นพ่อค้ารายใหญ่ที่มีชื่อเสียงในตอนเหนือ

ร้านธัญพืชตระกูลฉินเข้ามาตั้งรกรากในอำเภอเหยียนโช่วเป็นร้านสุดท้าย ทำเลดี ๆ ล้วนถูกร้านธัญพืชเจ้าอื่นจับจองไปก่อนแล้ว

ด้วยเหตุนี้ ร้านธัญพืชตระกูลฉินจึงตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกสุดของถนนทางเหนือ ถือว่าเป็นมุมอับ

แต่กิจการของร้านธัญพืชตระกูลฉินกลับเฟื่องฟูกว่าร้านอื่น ๆ รวมกันเสียอีก

ไม่ใช่เพราะสิ่งใด เป็นเพราะร้านธัญพืชตระกูลฉินรับซื้อข้าวในราคาเป็นธรรมและขายออกในราคาเป็นธรรม

เพียงแค่หวังผลกำไรเล็กน้อย ไม่กดราคาพ่อค้าคนกลางและชาวนาผู้ปลูกข้าว

ขนแกะย่อมมาจากตัวแกะ ไม่ว่าราคาธัญพืชจะสูงเพียงใด สุดท้ายแล้วชาวบ้านล้วนต้องเป็นผู้รับภาระ

“ทุกท่าน วันนี้ร้านค้าของเรารับซื้อธัญพืชเพียงห้าพันชั่ง ไม่จำกัดชนิด”

“ส่วนเจ้าของร้านที่มิได้เข้าแถว ต้องรีบมาแต่เช้าตรู่ในวันพรุ่งนี้แล้ว”

ร้านค้าตระกูลฉิน ลิ่นจื่ออี๋ ยืนอยู่หน้าประตูร้าน คอยควบคุมดูแลความเรียบร้อย

แม้นางจะอายุเพียงสิบเก้าปี แต่ลิ่นจื่ออี๋ก็เชี่ยวชาญในวิถีการค้า หากแต่ส่วนใหญ่มักเป็นเพียงความรู้ในตำรา เพิ่งได้ลองลงสนามจริงเพียงไม่กี่ครั้ง

นี่ก็เพราะเมื่อครึ่งเดือนก่อนลิ่นฉีไห่ล้มป่วย ร้านค้าตระกูลฉินไร้คนจัดการ ลิ่นจื่ออี๋จึงจำต้องแบกรับภาระหนักอึ้งนี้ไว้

โชคยังดีที่โรงบัญชีมีผู้มากประสบการณ์คอยช่วยเหลือ ภาระที่ลิ่นจื่ออี๋ต้องแบกรับจึงไม่หนักหนานัก

ลิ่นจื่ออี๋ทำเช่นเคย กำหนดวงเงินและกำหนดการซื้อขายอย่างเป็นระเบียบ

ทว่ากลับเกิดเหตุวุ่นวายขึ้นจนได้

พ่อค้าจากทางเหนือกลุ่มหนึ่งไม่พอใจมาก พวกเขาโวยวายเสียงดัง

“วานนู้นจำกัดหมื่นชั่ง วันก่อนแปดพันชั่ง วันนี้ยิ่งเกินไป เหลือเพียงห้าพันชั่งแล้ว”

“เพียงข้าคนเดียวนำข้าวมาก็เกินกว่าห้าพันชั่งแล้ว”

“หากไม่ได้ยินชื่อเสียงร้านธัญพืชตระกูลฉินว่า รับซื้อในราคาเป็นธรรม พวกข้าจะยอมเดินทางรอนแรมมาไกลถึงเพียงนี้หรือ?!”

“ร้านค้าตระกูลฉิน เฮอะสุดท้ายก็คิดเอาเปรียบพวกเรา!”

“พวกเรากลับกันเถอะ กลับไปบอกพ่อค้าคนอื่น ๆ ว่าอย่าได้มาค้าขายกับร้านธัญพืชตระกูลฉิน ไม่อย่างนั้นจะต้องโดนหลอกจนหมดตัว!”

ลิ่นจื่ออี๋จำได้ทันที พ่อค้าข้าวที่โวยวายอยู่ล้วนเป็นพ่อค้ารายใหญ่

ผู้นำเป็นชายวัยกลางคน เฉินคัง พ่อค้าข้าวรายใหญ่ของทางเหนือ

หากทำให้เฉินคังไม่พอใจ คงไม่มีทางค้าขายข้าวกับทางเหนือได้อีก

ลิ่นจื่ออี๋รีบสั่งให้ผู้ช่วยไปขวางเฉินคังกับพรรคพวกเอาไว้

“เจ้าของร้านเฉิน ท่านอย่าเพิ่งร้อนใจ มีเรื่องอันใด เชิญพวกเรามานั่งคุยกันดี ๆ เถิด”

เฉินคังหน้าตาบูดบึ้ง ผลักผู้ช่วยที่ขวางทางออก พลางตะโกนใส่ด้วยความโกรธ “ไม่มีต้องพูดอีกแล้ว!”

“ถ้าร้านค้าธัญพืชตระกูลฉินมีความจริงใจจริง ๆ ไยถึงปล่อยให้พวกข้ารอหลายวัน?!”

“ข้าคิดว่าร้านค้าธัญพืชตระกูลฉิน แท้จริงแล้วก็แค่ทำดีเอาหน้า”

ลิ่นจื่ออี๋รู้ดีว่าไม่อาจเป็นศัตรูกับเฉินคังได้เด็ดขาด

นางรีบออกมาต้อนรับ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“ท่านพ่อค้าเฉิน ท่านเป็นพ่อค้าธัญพืชที่ใหญ่ที่สุดของทางเหนือ แม้จะอวดดีอย่างไร ข้าก็ไม่กล้าเพิกเฉยต่อท่าน”

“เมื่อครู่มีคนมากมายจริง ๆ ข้าไม่ได้สังเกตเห็นท่าน ขอท่านเฉินให้อภัยด้วย”

“สำหรับเรื่องการจำกัดการซื้อธัญพืชครั้งนี้ ข้าถูกบังคับให้ทำจริง ๆ ขอท่านพ่อค้าเฉินโปรดเข้าใจ”

พอเห็นว่าลิ่นจื่ออี๋แสดงท่าทีจริงใจ ใบหน้าของเฉินคังก็ค่อย ๆ ดีขึ้นบ้าง

เช่นนี้แล้ว ไหนเลยจะซื้อข้าวเข้าร้านได้อีก

หากร้านค้าตระกูลฉิน ยอมกดราคาข้าวตาม ก็คงไม่เดือดร้อนอันใด แต่ผู้คนที่จะได้รับผลกระทด ก็คือชาวบ้านชาวนาผู้ปลูกธัญพืชซึ่งถือเป็นต้นน้ำ

ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่อาจกดราคาได้ ร้านค้าตระกูลฉินจึงทำได้เพียงลดปริมาณการรับซื้อข้าวลง

เหล่าพ่อค้าธัญพืชต้นน้ำมากมายต่างแบกรับภาระไม่ไหว จนยอมปล่อยขายในราคาต่ำให้แก่ร้านค้าของตระกูลจ้าวและร้านอื่น ๆ

จนถึงขั้นขาดทุนย่อยยับ

ตระกูลจ้าวรู้จุดอ่อนสำคัญของร้านค้าธัญพืชตระกูลฉินเป็นอย่างดี

ตราบใดที่ร้านค้าธัญพืชตระกูลฉินยังคำนึงถึงผลประโยชน์ของพ่อค้าต้นน้ำ ไม่ยอมกดราคา สงครามราคาก็จะดำเนินไปได้เรื่อย ๆ

ผลลัพธ์สุดท้าย ร้านค้าธัญพืชตระกูลฉินก็ต้องปิดกิจการอย่างแน่นอน

……

บนถนนหลวงที่ห่างจากอำเภอเหยียนโซ่วไม่ถึงยี่สิบลี้

ฉินเฟิงขี่ม้าเหยาะมาอย่างผ่อนคลาย มุ่งหน้ายังอำเภอเหยียนโซ่ว

หนิงหู่กับฉินเสี่ยวฝูติดตามมาด้วย

อีกทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังก็ยังมีองครักษ์ค่ายเทียนจีคุ้มกัน ในที่ลับก็มีองครักษ์เสื้อแพรเฝ้าระวัง

ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงที่มืดครึ้มมาหลายวัน ตอนนี้ไร้เมฆฝน แสงอาทิตย์ส่องสว่างนัก

แสงแดดอบอุ่นต้องผิวกาย บอกไม่ถูกเลยว่าสุขสบายเพียงใด

“พี่ฉิน เจ้าแค่สั่งการลงไปก็พอแล้ว”

“เหตุใดต้องลำบากไปเหยียนโซ่าด้วยตัวเอง”

หนิงหู่รู้สึกว่าการกระทำของฉินเฟิงออกจะมากไปหน่อย

ถึงร้านค้าะํญพืชตระกูลฉินในเหยียนโซ่วจะถูกโจมตีเสียหาย แต่ก็เป็นเพียงแค่สาขาเล็ก ๆ

ร้านค้าะัญพืชหลักของตระกูลฉิน แท้จริงตั้งอยู่ในเมืองหลวง

แม้จะไม่ได้กำไรมากมาย แต่รากฐานของร้านค้ามั่นคง ไม่มีผู้ใดสั่นคลอนได้โดยง่าย

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ