บทที่ 637 ตระกูลฉินเดือดร้อน
เรื่องแบบนี้ ไหนเลยต้องให้ฉินเฟิงอธิบายให้มากความ
แม้แต่ฉินเสี่ยวฝูที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ยังมองผลประโยชน์และหายนะออก
“ท่านโหวน้อยขอรับ อำเภอเหยียนโซ่วมิใช่สถานที่ธรรมดา”
“เดิมทีก็เป็นจุดศูนย์กลางขนส่งเสบียงอาหารระหว่างเหนือจรดใต้ ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าธัญพืชต้นน้ำหรือปลายน้ำ ล้วนต้องผ่านอำเภอเหยียนโซ่ว”
“อำเภอเหยียนโซ่วเล็ก ๆ แต่เป็นดินแดนที่พ่อค้าธัญพืชทั้งแดนเหนือ กระทั่งทั่วทั้งแผ่นดินต่างต้องแย่งชิง!”
“ร้านค้าของตระกูลฉินในเหยียนโซ่ว ย่อมไม่อาจให้มีข้อผิดพลาดใด ๆ”
ฉินเสี่ยวฝูติดตามเรียนรู้วิชาค้าขายจากฉินเฟิงมานาน
จากบ่าวไพร่ผู้รู้เพียงวิธีประจบสอพลอ ก็ได้กลายเป็นพ่อค้าผู้ชาญฉลาด
จิตใจของฉินเฟิงเบิกบานนัก เพราะกิจการของตระกูลยิ่งใหญ่ แม้มีร่างกายแข็งแกร่งดุจมีสามหัวหกแขนก็ไม่อาจดูแลได้ทั่วถึง
จำต้องมีคนช่วยแบ่งเบาภาระของข้า
“ครานี้ข้ามาเยือนเหยียนโซ่ว ก็มีธุระสำคัญที่ต้องจัดการ”
“จริง ๆ แล้วก็เพื่อสืบเรื่องตระกูลจ้าว”
“ว่ากันว่าตระกูลจ้าวมีอิทธิพลในจงหยวนหนุนหลัง พวกเราต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้สักหน่อย”
“ตระกูลจ้าวบังอาจไม่สนใจความเป็นอยู่ของชาวบ้าน กล้าลงมือกับร้านค้าธัญพืชตระกูลฉินของข้าอีก”
“ข้าจะดูสิว่า พวกมันคิดแผนชั่วร้ายอันใดไว้!”
ช่วงเวลาเดียวกัน ร้านค้าธัญพืชตระกูลฉิน
ผู้คนเบียดเสียดกันอยู่เต็มหน้าประตู
ไม่ใช่เพียงแค่พ่อค้าธัญพืชจากทางเหนือ แม้แต่คนจากบรรดาห้างร้านใหญ่ในเหยียนโซ่วก็หลั่งไหลเข้ามา
จ้าวจ่านเห็นว่าสามารถดึงดูดความสนใจของฝูงชนได้สำเร็จ ก็ยิ่งได้ใจและไร้ยางอายมากขึ้น
“พวกเจ้าเบิกตาให้กว้าง ดูให้ละเอียดถี่ถ้วน!”
“ร้านค้าธัญพืชตระกูลฉินทำเช่นนี้มาถึงตอนนี้”
“ก่อนหน้านี้พูดว่าจะรับซื้อธัญพืชในราคายุติธรรม ไม่มีการโกหกหลอกลวง”
“พ่อค้าวานิชทั้งหลายต่างเดินทางไกลนับพันลี้มาที่นี่ แต่พอถึงเวลา ร้านค้าตระกูลฉินกลับจำกัดการรับซื้อ”
“ทุกวันรับซื้อเพียงห้าพันชั่ง ปริมาณเพียงเท่านี้ ยังไม่พอแม้แต่จะใส่ซอกฟัน!”
“ข้าวที่พ่อค้าเอามาจากทุกที่ ต่อแถวตั้งแต่ถนนเหนือยาวไปจนถึงนอกเมือง รวบรวมกันแล้วไม่น้อยกว่าห้าหมื่นชั่ง หรืออย่างน้อยสามหมื่นชั่งแน่นอน!”
“กว่าร้านค้าธัญพืชตระกูลฉินซื้อหมดสิ้น ก็คงก็ปาเข้าไปหลายเดือน หากนานกว่านั้น เฮอะ คงต้องรอกันจนลิงกินเผือกเป็นแน่!”
“ร้านค้าธัญพืชตระกูลฉิน เล็งเห็นพวกเจ้าทนไม่ไหว ต้องยอมขายข้าวเปลือกราคาถูก พวกเจ้าคงไม่ขนข้าวเปลือกกลับไปหรอกกระมัง?”
คำพูดของจ้าวจ่านทำให้ผู้คนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์
ลิ่นจื่ออี๋โกรธจนหน้าแดงก่ำ นางเคยเจอคนหน้าด้านมามาก แต่ไม่เคยเจอคนหน้าด้านเท่านี้มาก่อน!
จ้าวจ่านช่างใส่ร้ายป้ายสีเก่งจริง ๆ
คำกล่าวเมื่อครู่นี้ร้ายกาจนัก หนำซ้ำยังเป็นเล่ห์กลสกปรกของตระกูลจ้าว คิดใส่ร้ายป้ายสีร้านค้าธัญพืชตระกูลฉิน
น่าเจ็บใจนัก…
ยังมีพ่อค้าที่ไม่รู้เรื่องราว หลงเชื่อคำโป้ปดนี้อีก
ชั่วพริบตา เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดุเดือดก็ดังขึ้นไม่ขาดสาย
“ไม่คิดเลยว่าร้านค้าธัญพืชตระกูลฉินจะไร้ยางอายถึงเพียงนี้!”
“พวกข้าเดินทางมาไกลแสนไกล แต่แท้จริงแล้วกลับเจอกลโกง”
“ไหนเลยจะแค่ไร้ยางอาย พวกมันชั่วช้าสามานย์นัก! ราคาข้าวในเมืองเหยียนโซ่ว พอจะทำให้ราคาข้าวในแคว้นต้าเหลียงครึ่งหนึ่งต้องผันผวน”
“ร้านค้าธัญพืชตระกูลฉิน คนหวังจะกอบโกยเหรียญทอง คิดบีบคนทั้งเมืองจนสิ้นหนทางเป็นแน่!”
“ถ้าคิดจะฉ้อราษฎร์กับเรื่องข้าวปลาอาหาร ไยไม่คิดบ้างว่าหากทางการส่งคนมาตรวจสอบจะเป็นอย่างไร?”
“คนของทางการหรือ? เหอะ! พวกเจ้าลืมไปแล้วกระมัง เบื้องหลังร้านค้าธัญพืชตระกูลฉินเป็นผู้ใด แม้แต่กรมโยธามาเอง ก็มิอาจทำสิ่งใดได้หรอก!”
“ร้านค้าธัญพืชตระกูลฉิน ช่างร้ายกาจนัจริง ๆ”
เหล่าพ่อค้าต่างพากันโกรธแค้น มองลิ่นจื่ออี๋ด้วยสายตาอาฆาต
ภาระหนักอึ้งจึงทับถมอยู่บนบ่าบอบบางของลิ่นจื่ออี๋
ลิ่นจื่ออี๋อึดอัดนัก คิดหลบหนีอยู่หลายครั้ง
ทว่าสุดท้ายก็ไม่ได้ทำ พยายามอดทนรับไว้ทั้งหมด
ไม่อาจทำให้ความไว้ใจที่ตระกูลฉินมอบให้ต้องมัวหมอง
“พวกเราตระกูลเฉิน นับแต่ร้านค้าธัญพืชตระกูลฉินมาเปิดที่อำเภอเหยียนโซ่ว พวกข้าก็เป็นลูกค้าประจำมาโดยตลอด”
“เจ้าควรรู้ไว้ ร้านค้าธัญพืชตระกูลฉิน ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่จ้าวจ่านกล่าวอ้าง”
เฉินคังหาได้โง่เขลา ย่อมรู้ดีว่าที่จ้าวจ่านกล่าวอ้างล้วนเป็นคำโป้ปด
หากไม่ใช่ฝีมือของตระกูลจ้าว อำเภอเหยียนโซ่วจะเกิดเรื่องวุ่นวายได้อย่างไร
เพียงแต่…
เฉินคังจะเชื่อหรือไม่ ก็มิสำคัญอันใดแล้ว
พ่อค้ารอนแรมเดินทางไกลนับพันลี้มายังอำเภอเหยียนโซ่ว ก็ล้วนหวังจะได้กำไรกลับไป
พ่อค้าส่วนมากล้วนนำทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่มี ลงทุนไปกับพืชพรรณธัญญาหาร
หากกลับไปมือเปล่า แม้จะน่าเศร้า แต่พวกเขาก็ยังสามารถเริ่มต้นใหม่ได้
แต่ถ้าเสียกระทั่งเงินลงทุน พวกเขาก็คงไม่อาจผ่อนกู้หนี้ได้อีกต่อไป
อย่าได้โทษว่าเหล่าพ่อค้าเป็นดั่งพืชที่เอนเอียงไปตามกระแสลมเลย เพราะครอบครัวของพวกเขาล้วนลำบาก เดิมทีก็มีทุนน้อย ไม่อาจแบกรับความเสี่ยงขนาดนั้นได้
“คุณหนูลิ่น เหตุใดพวกเจ้าจำกัดการซื้อเช่นนี้ ข้าไม่เข้าใจ”
“ถ้าบอกว่าร้านค้าธัญพืชตระกูลฉินไม่มีเงิน ข้าย่อมไม่เชื่อ!”
“เบื้องหลังร้านค้าธัญพืชตระกูลฉิน เป็นผู้ใดข้ารู้ชัดนัก”
ลิ่นจื่ออี๋มีทุกข์ใจนัก นางกับบิดาส่งสารไปยังเมืองหลวงหลายครั้งเพื่อแจ้งเหตุการณ์เร่งด่วน
ทว่ากลับเงียบหายไร้วี่แวว ไม่ได้รับคำตอบใด ๆ กลับมา
ครั้นพิจารณาเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงช่วงนี้ ลิ่นจื่ออี๋ก็กลัวว่าจะเอาเรื่องเล็กไปกวนใจตระกูลฉิน…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ