บทที่ 641 เจ้าคู่ควรหรือไร?!
ถนนสู่ทางเหนือเงียบริบ
สายตาของทุกคนจับจ้องที่ฉินเฟิงกับจ้าวจ่าน
ตระกูลฉินกับตระกูลจ้าวปะทะกันแล้ว
และการปะทะกันของทั้งสองตระกูล เริ่มจากเหล่าคุณชาย
ฉากแบบนี้ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยนัก
คหบดีที่อยู่ในสถานที่ต่างพากันเหงื่อตก หัวเราะไม่ออก ร้องไห้ไม่ได้
แต่สำหรับชาวบ้าน สายตาแต่ละคู่ร้อนแรงนัก พวกเขาจ้องมองฉินเฟิงอย่างตื่นเต้น
ประชาชนหาใช่คนโง่
ใครเป็นพ่อค้าหัวใสที่ค้ากำไรเกินควร ใครเป็นผู้ยืนหยัดเพื่อชาวบ้าน ทุกคนต่างรู้แจ้งแก่ใจ
ทว่า ขณะที่จ้าวจ่านตั้งใจพร้อมจะต่อสู้จนตัวตายกับฉินเฟิง
ฉินเฟิงกลับพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจว่า
“บุตรชายคนโตของตระกูลจ้าว จ้าวลี่?”
จ้าวจ่านก็ถึงกับนิ่งอึ้งไป
หรือว่า…ฉินเฟิงมองไม่เห็นเขาที่เป็นคุณชายรองตระกูลจ้าวอยู่ในสายตา?
ฉินเสี่ยวฝูที่ยืนอยู่ด้านข้างมีสีหน้าเปื้อนยิ้ม กล่าวว่า “นายน้อย ท่านจำคนผิดแล้วขอรับ”
“คนผู้นี้คือคุณชายรองตระกูลจ้าว จ้าวจ่าน”
เพอได้ยินแบบนี้ ฉินเฟิงก็ร้อง “โอ้” ยาว ๆ ออกมา ก่อนจะส่ายศีรษะ พลางกล่าว “ข้าคิดว่าเป็นจ้าวลี่เสียอีก”
“ที่แท้ก็คือจ้าวจ่านหรอกหรือ?”
“เฮ้อ น่าเสียดาย ๆ”
“โหวหนิง ขัดปากให้เขาเสียหน่อยเถอะ”
“เป็นถึงบุตรชายตระกูลใหญ่ แต่มีปากสุนัข ประพฤติตนไร้มารยาท วันนี้ข้าจะสั่งสอน แทนตระกูลจ้าวให้เอง”
จ้าวจ่านเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ไม่คาดคิดว่า ฉินเฟิงจะอาจหาญเพียงนี้
เผชิญหน้ากับเขาที่เป็นคุณชายรองตระกูลจ้าว ไม่คิดเจรจาพูดคิด แต่กลับจะใช้กำลังแล้ว?
จ้าวจ่านถอยหลังไปหลายก้าวพลางตวาดลั่น “ฉินเฟิง เจ้ากล้าดีอย่างไร?!”
ฉินเฟิงไม่ได้ใส่ใจ บังคับม้าผ่านหน้าจ้าวจ่าน ตรงไปยังร้านค้าตระกูลฉิน
หนิงหู่พลิกกายลงจากหลังม้า ก้าวเท้าเพียงสามก้าว แล้วกระชากคอเสื้อของจ้าวจ่าน
ก่อนจะฟาดมือลงบนใบหน้าจ้าวจ่านไปสิบครั้ง
เพียะ!
เพียะ!
เพียะ!
ถนนทั้งสายเงียบกริบ มีเพียงเสียงตบเป็นจังหวะดังก้อง ทุกคนต่างกลั้นหายใจ มองดูฉากน่าสะพรึงกลัวตรงหน้าด้วยความตะลึง
คุณชายรองตระกูลจ้าวถูกตบหน้าต่อหน้าธารกำนัล ทั้งยังตบไม่ยั้งจนเลือดกบปาก
ตอนนี้ทุกคนถึงได้เข้าใจแจ่มแจ้ง
ตระกูลจ้าวอะไรนั่น ไม่ใช่คู่มือของนายน้อยฉินเลยสักนิด
หรือจะกล่าวว่า ฉินเฟิงไม่เห็นตระกูลชั้นสองเช่นนี้อยู่ในสายตา คู่ต่อสู้ของเขาก็มีเพียงตระกูลมั่งคั่งอย่างตรกูลหลินเท่านั้น
แม้จ้าวจ่านจะเที่ยวไปตามชนบท ไม่ได้ทำตัวสุขสบายเป็นคุณชายเจ้าสำอาง
แต่เดิมทีเขาก็ยังเป็นคุณชาย แล้วเขาจะทานทนกับการโจมตีของหนิงหู่ได้อย่างไร
จ้าวจ่านถูกตบจนฟันกระเด็นไปเจ็ดแปดซี่ เลือดไหลไม่หยุด
ในหูอื้ออึง ศีรษะมึนงง ภาพเบื้องหน้าพร่ามัว
ความตั้งมั่นที่รวบรวมมาอย่างยากลำบาก ถูกหนิงหู่ฉีกทำลายอย่างง่ายดาย
น่าขันนัก!
เพราะข้าเป็นบุตรชายคนรอง ในสายตาของฉินเฟิง ข้าเลยไร้ค่าเพียงนี้เชียว?
แม้แต่จะลงมือเองก็ไม่คู่ควร ส่งแค่ลูกน้องมาก็จัดการข้า
หนิงหู่คลายมือออก
จ้าวจ่านทรุดลงกับพื้น เลือดไหลเต็มปาก
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเจ็บจนชาไปทั้งร่าง หรือเป็นเพราะโกรธจนเลือดขึ้นหน้า
จ้าวจ่านจ้องฉินเฟิงที่กำลังลงจากหลังม้าด้วยสายตาอาฆาต
เขาพูดออกมา เลือดกระจายเต็มพื้น
“ฉินเฟิง! ข้าจะฆ่าเจ้า!”
อย่าว่าแต่จ้าวจ่านไม่นับเป็นอะไรเลย กระทั่งตระกูลจ้าวทั้งหมด ต่อให้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อเอาชนะฉินเฟิง ก็ยังเกรงว่าจะทำไม่ได้ง่าย ๆ
ดวงตาของจ้าวจ่านสงบลงครู่หนึ่ง แล้วเขาก็เงยหน้าขึ้นมากะทันหัน
แม้ไม่อาจเทียบฉินเฟิง แต่เขาก็จะไม่ยอมแพ้อย่างง่ายดาย
ความอัปยศในวันนี้ เขาจะเอาคืนแน่นอน
จ้าวจ่านลุกจากพื้น วิ่งเข้าไปกลางฝูงชนราวกับหนี เพียงพริบตาก็หายลับไป
แม้แต่จ้าวจ่านยังถูกจัดการอย่างง่ายดาย เหล่าพ่อค้าธัญพืชของอำเภอเหยียนโซ่วที่เหลือ ย่อมไม่กล้าหืออืออะไรอีก
ลิ่นจื่ออี๋พลันเย็นยะเยียบไปถึงกระดูกสันหลัง
“นี่…นี่คือความแข็งแกร่งของนายน้อยฉิน”
“แม้แต่คุณชายรองตระกูลจ้าว ก็ไม่คู่ควรให้นายน้อยลงมือด้วยตัวเอง”
ขณะที่นางลิ่นจื่ออี๋ยังตกตะลึง ฉินเฟิงก็ลงจากหลังม้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าแล้ว
ฉินเฟิงยิ้มอย่างอ่อนโยน แต่สายตาเฉียบคมจ้องมองลิ่นจื่ออี๋อย่างพิจารณา
สัมผัสได้ถึงแววตาสุขุมลุ่มลึกแต่แฝงไปด้วยความเฉียบคมของฉินเฟิง…
หัวใจของนางลิ่นจื่ออี๋เต้นระรัว ใบหน้าร้อนผ่าว นางรีบค้อมศีรษะลง
“ข้าน้อย ลิ่นจื่ออี๋ คารวะนายน้อยฉินเจ้าค่ะ”
ฉินเฟิงยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย “ลิ่นจื่ออี สกุลลิ่น? ช่างเป็นสกุลที่หาได้ยากจริง ๆ”
“ข้าจำได้ว่าผู้จัดกสารร้านค้าตระกูลฉินสาขาเหยียนโซ่านามว่าลิ่นฉีไห่ไม่ใช่หรือ?”
ลิ่นจื่ออี๋ค้อมศีรษะต่ำ ไม่กล้าสบตาฉินเฟิง นางตอบอย่างระมัดระวัง
“ท่านกล่าวถูกต้องเจ้าค่ะ ลิ่นฉีไห่คือบิดาของข้าเอง”
“เพียงแต่ช่วงที่ผ่านมา ตระกูลจ้าวทั้งบีบทั้งขวาง ใช้วิธีต่ำช้าทุกอย่าง บิดาของข้าชรามากแล้ว ไม่อาจทนแรงกดดันไหว จนล้มป่วยไปเจ้าค่ะ”
“ข้าเลยจำต้องรับช่วงต่อจากบิดา ประคับประคองร้านค้าตระกูลฉินอย่างยากลำบาก”
เป็นเช่นนี้นี่เอง
ฉินเฟิงเองก็ไม่ได้รู้จักกับลิ่นฉีไห่ ด้วยตอนสร้างร้านค้าธัญพืชในเหยียนโซ่ว เป็นหลิ่วหงเหยียน คุณหนูรองตระกูลฉินเป็นคนจัดการ
ฉินเฟิงจึงรู้เพียงว่า ผู้จัดการร้านค้าสาขาเหยียนโซ่วชื่อลิ่นฉีไห้
ไม่คิดว่า ลินฉีไห่จะมีบุตรสาวงดงามเพียงนี้
ฉินเฟิงเอามือไพล่หลัง ท่าทีสบาย ๆ เขาถามขึ้นว่า “เจ้าศึกษาเรื่องการค้ามาจากที่ใด?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ