บทที่ 643 ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง
ขณะที่จ้าวลี่กำลังลังเล บ่าวรับใช้ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงาน
“คุณชายขอรับ บรรดาพ่อค้าธัญพืชได้ยินว่านายน้อยฉินมาเยือน ต่างพากันมาขอถอนสัญญากับร้านค้าตระกูลจ้าวของพวกเราขอรับ”
“พวกมันว่าอย่างไรบ้าง” จ้าวลี่ถามอย่างร้อนใจ
“พวกมันบอกว่า พวกมันทำการค้าเล็ก ๆ ไม่กล้าตอแยกับนายน้อยฉินขอรับ”
“ไหนจะเรื่องที่คุณชายรองถูกนายน้อยฉินทำร้ายจนไม่กล้าแม้แต่จะผายลม พวกมันก็บอกว่าตระกูลจ้าวมีดีแต่เปลือก”
“ปกติคุณชายรองเย่อหยิ่งนัก แต่พอเผชิญหน้ากับนายน้อยฉิน ก็เปิดเผยธาตุแท้ออกมา”
จ้าวลี่โกรธมาก
เขาตบโต๊ะอย่างแรง
“ไร้สาระ!”
“ที่นี่คืออำเภอเหยียนโซ่ว หาใช่เมืองหลวง!”
“ฉินเฟิงกล้ามาเหยียบย่ำตระกูลจ้าวของข้าถึงที่นี่ คิดว่าตระกูลจ้าวของข้าอ่อนแอนักกระมัง?”
“ในเมื่อเจ้าคนแซ่ฉินต้องการ ข้าก็จะสู้กับมันใสห้รู้ดำรู้แดงกันไป!”
จ้าวหลี่ตัดสินใจแน่วแน่ แม้ต้องเสี่ยงอันตราย ก็สู้กับคนแซ่ฉินให้รู้แพ้ชนะ
หากตระกูลจ้าวพ่านแพ้ในเหยียนโส่ว ต่อจากนี้ไม่ว่าจะพยายามเพียงใด ตระกูลจ้าวก็จะเป็นได้แค่พ่อค้าชั้นสองในอุสาหกรรมการค้าธัญพืช
“ถ่ายทอดคำสั่งของข้า! ทำตามวิธีของน้องรอง ลดราคาธัญพืชลงอีก!”
“ต่อให้เจ้าคนแซ่ฉินมา ก็ไม่อาจให้เงินทุนสนับสนุนร้านค้าในอำเภอเหยียนโส่วได้เร็ว ๆ นี้แน่”
“อาศัยช่วงนี้เร่งกดดันพ่อค้าทางเหนือ เก็บสะสมเสบียงอาหารให้ได้มากที่สุด”
“ข้าจะทำให้ฉินเฟิงมีเงินก็ใช้ไม่ได้!”
…
บนกำแพงเมืองเหยียนโซ่ว จ้าวจ่านเลือดเต็มใบหน้า
เขารับผ้ามาจากบ่าวรับใช้ เช็ดคราบเลือดบนใบหน้าพลางตะโกนเสียงเหี้ยมใส่ชายชุดดำตรงหน้า
“ข้าอยากให้ฉินเฟิงตาย!”
“เจ้าเป็นนักฆ่าป้ายหยกของสมาคมรายนามสวรรค์ใช่หรือไม่? เรื่องเพียงเท่านี้ พวกเจ้าจัดการได้กระมัง”
เผชิญหน้ากับจ้าวจ่านที่กำลังคำราม ชายชุดดำอดจะหัวเราะออกมาไม่ได้
“เรื่องเพียงเท่านี้?”
“คุณชายรองตระกูลจ้าวช่าวอาจหาญจริง ๆ”
“ท่านไม่รู้หรือ แคว้นต้าเหลียงนี้ รองจากฮ่งเต้ต้าเหลียงแล้ว ก็มีเพียงฉินเฟิงที่สังหารได้ยากที่สุด”
“อยากจะลอบสังหารฉินเฟิง คุณชายรองคิดดีแล้วหรือ?”
ได้ยินแบบนี้ จ้าวจ่านก็โกรธจนแทบจะระงับไว้ไม่อยู่
เขาปาผ้าลงพื้น
กำหมัดแน่น กัดฟันกรอด “หนวกหู!”
“ตอนนี้ฉินเฟิงอยู่ในอำเภอเหยียนโซ่วแล้ว ขึ้นอยู่กับว่า เจ้ากล้าหรือไม่? หากไม่กล้า ข้าก็จะไปหาผู้อื่น”
ความโลภสะท้อนชัดในแววตาของชายชุดดำ
หากมิใช่ฉินเฟิงอยู่ในอำเภอเหยียนโซ่ว ต่อให้จ้าวจ่านจะให้เงินมากเพียงใด เขาก็จะไม่มีวันรับภารกิจนี้
แต่ในเมื่อฉินเฟิงกล้าทิ้งเมืองหลวงมา
ทั้งยังพาผู้ติดตามมาเพียงหนิงหู่กับฉินเสี่ยวฝูเท่านั้น นี่นับเป็นโอกาสทอง
เนื้อชิ้นโตมาถึงปาก เขาจะปล่อยให้หลุดไปได้อย่างไร
“ในเมื่อคุณชายรองจ้าวติดสินใจดีแล้ว ข้าเองก็ไม่มีปัญหา”
“ทว่าการสังหารฉินเฟิงก็มีราคาที่ต้องจ่ายมากกว่าผู้อื่น”
“คุณชายรอง หลายปีมานี้ พวกข้าช่วยเหลือตระกูลของท่านกำจัดปัญหาให้มากมาย”
“ความยากง่ายต่างกัน ราคาย่อมต่างกัน ท่านเข้าใจดีใช่หรือไม่”
จ้าวจ่านกำหมัดแน่น ตอนนี้เขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
มีเพียงฉินเฟิงตาย เขาจึงจะหัวเราะได้อีรครั้ง
ส่วนเรื่องเงิน…
สิ่งที่จ้าวจ่านไม่เคยขาด แน่นอว่าต้องเป็นเงิน
“เจ้าต้องการเท่าไหร่?!”
คนชุดดำหัวเราะชอบใจ “ฮ่า ๆๆ สมแล้ว!”
“เช่นนั้น สองแสนตำลึงเงินเป็นอย่างไร?”
“สังหารฉินเฟิง ก็เท่ากับต้องถูกกองทัพชายแดนเหนือตามล่าจนสุดขอบฟ้า”
“ต้องได้เงินเท่านี้ ถึงจะพอใช้จ่ายในชีวิตที่เหลือ”
สองแสนตำลึงเงิน…
องครักษ์เสื้อแพร?
ชายชุดดำไม่คุ้นชื่อ ‘องครักษ์เสื้อแพร’ เลยแม้แต่น้อย
แต่ก็แน่ใจอย่างหนึ่ง คนผู้นี้คือองครักษ์เงาของฉินเฟิง
รอบกายของฉินเฟิง นอกจากหนิงหู่ ยังมีผู้มีววิทยายุทธ์แฝงเร้นอยู่อีกมาก!
ชายชุดดำถอยหลังไปอีกก้าว สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“องครักษ์เสื้อแพร? ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน!”
“เจ้า…เจ้าคงไม่ใช่คนยอดเยี่ยมอะไร”
“ข้าคือ ผู้ถือป้ายหยกของสมาคมรายนามสวรรค์ มีพี่น้องมากมายอยู่รอบตัว เจ้ามาคนเดียว เกรงว่าคงอยากตายกระมัง”
นักฆ่าชุดดำหวังให้คนตรงหน้าหวาดกลัวถอยทัพ
แต่พอสบตากับหลิ่วหมิง ในใจกลับเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ด้วยแววตาของหลิ่วหมิงหาได้มีความหวั่นเกรง หนำซ้ำริมฝีปากยังแย้มยิ้มเย้ยหยัน
ราวกับว่า… หลิ่วหมิงรู้จักนักฆ่าชุดดำดี
“คนของเจ้าหรือ?” หลิ่วหมิงยกยิ้ม
“เหมือนจะถูกพวกพ้องของข้าสังหารไปหมดแล้วนะ”
“หากเจ้าไม่เชื่อ ลองก้มดูข้างกำแพงสิ”
ได้ยินแบบนี้ ชายชุดดำก็ค่อย ๆ ขยับไปด้านข้างอย่างระมัดระวัง และเหลือบมองลงไปด้านล่าง
เหงื่อเย็นเยียบเต็มแผ่นหลัง
นักฆ่ารายนามสวรรค์ที่มากับเขาถูกสังหารเป็นกองอยู่ล่างกำแพง เลือดสีแดงอาบทั่ว
ขณะเดียวกัน คนที่แต่งตัวเหมือนหลิ่วหมิงกว่าสิบคนกำลังเดินตรวจสอบ
พวกเขาเดินไปตามศพแล้วใช้ดาบแทงซ้ำ เพื่อให้แน่ใจว่าทั้งหมดตายแล้ว
ตอนนั้นเอง องครักษ์ชุกแพรพลันเงยหน้าขึ้นมองชายในชุดดำ ก่อนจะแย้มยิ้มเล็กน้อย พร้อมกับโบกมือทักทาย
ปราการในใจของนักฆ่าชุดดำพังทลาย
เขากระโดดลงอีกด้านของกำแพงราวกับสัญชาตญาณ
อาศัยฝีมือไม่ธรรมดา ไต่กำแพงลงไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยืนอย่างมั่นคงบนพื้น แล้ววิ่งตรงไปยังทุ่งรกร้าง
“อย่าวิ่งไปเลยน่า ข้างหน้าอันตรายนะ” หลิ่วหมิงตะโกนเตือนพลางแย้มยิ้ม ไม่คิดไล่ตามไปแม้แต่น้อย…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ