บทที่ 651 ยกโทษพ่อค้า
ร้านค้าธัญพืชตระกูลฉิน เจ้าหน้าที่อดเยาะเย้ยไม่ได้
“เฮอะ ตอนนี้ละกลับมาหรือ? คราวก่อนพวกข้าอ้อนวอน ผู้จัดการลิ่นแทบจะกราบกรานอยู่แล้ว ผลลัพธ์เล่าเป็นเช่นไร?”
“พวกข้าก็บอกพวกเจ้าไปแล้ว ร้านค้าธัญพืชตระกูลฉินไม่มีทางล้ม”
“ไม่รู้หรืออย่างไรว่าเจ้าของร้านของพวกข้าคือผู้ใด?”
“ตระกูลจ้าวแม้แข็งแกร่ง แต่พอเผชิญหน้ากับนายน้อยฉิน ก็ไม่นับเป็นอะไรทั้งนั้น”
บรรดาพ่อค้าวาณิชหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
ในใจต่างตื่นตระหนก
ก่อนหน้านี้ตระกูลจ้าวแทบจะคุมเมืองเหยียนโช่ว
แม้แต่ร้านค้าตระกูลฉินในเหยียนโซ่วก็ยังถูกโจมตีอย่างรุนแรง
ทว่า…
เพียงนายน้อยฉินมาเยือนไม่ถึงวัน ตระกูลจ้าวก็ถอนตัวออกจากเหยียนโซ่ว
เรื่องนี้ช่างเหลือเชื่อนัก!
พวกพ่อค้าต่างพากันซุบซิบ
“นายน้อยฉินใช้วิธีใดกัน เอาชนะพี่น้องตระกูลจ้าวกัน”
“หรือจะเอาชนะด้วยเงินเล่า!”
“แต่ตอนฉินเฟิงเดินทางมาถึงอำเภอเยียนโซ่ว พวกเราก็เห็นกันอยู่ว่าเขามามือเปล่า ไม่ได้พกเงินติดตัวมาเลย”
“หรือจะเป็นตั๋วเงิน แต่ข้าก็ไม่เห็นได้ยินว่าฉินเฟิงให้คนไปโรงแลกเงินสักนิด”
ทุกคนต่างคาดเดากันไปต่าง ๆ นานาว่าฉินเฟิงใช้วิธีการเช่นไร เช้าวันรุ่งขึ้นตระกูลจ้าวถึงได้เก็บข้าวของ เตรียมตัวถอนตัวออกจากอำเภอเยียนโซ่ว
“ตระกูลจ้าวร่ำรวยมหาศาล ถึงขั้นที่ว่า ต่อให้ตระกูลใหญ่ลงมือก็ไม่อาจทำให้ตระกูลจ้าวล่มสลายได้ในคราวเดียว”
พ่อค้าวัยกลางคนจากแดนเหนือใบหน้าซีดเผือด แววตาตื่นตระหนก
ภายในใจหวาดกวั่น กระทั่งตระกูลผู้ค้ารายใหญ่อย่างตระกูลจ้าวยังไม่อาจต่อกรกับฉินเฟิงได้ เขาเป็นเพียงพ่อค้าตัวเล็ก ๆ จะทำอะไรได้กันเล่า
“ช่างน่ากลัวจริง ๆ”
“นี่คือความแข็งแกร่งของฉินเฟิงหรือ?”
ท่ามกลางความหวาดกลัวของพ่อค้าคนอื่น ๆ เฉินคังรู้สึกดีมาก โชคดีที่เขาไม่หลงไปตามกระแส ไม่ได้ไปขายธัญพืชให้แก่ตระกูลจ้าว ไม่อย่างนั้น เขาเองก็คงต้องล่มจมเช่นกัน
ตอนนี้เฉินคังจึงกลายเป็นที่พึ่งของทุกคน เขาเดินออกไปข้างหน้าตามคำแนะนำของพ่อค้ารอบ ๆ โค้งตัวให้ลิ่นจื่ออี๋เป็นการทักทาย
“ผู้จัดการลิ่น พวกเราไม่ได้มีเจตนาเมินเฉยต่อร้าน…”
“พวกข้าล้วนถูกบีบบังคับ ไม่อาจหลีกเลี่ยง ผู้จัดการลิ่นโปรดเห็นใจ”
“หากไม่ทำเช่นนั้นก็คงต้องขนข้าวกลับ จึงได้กระทำไปเพราะความจนตรอก”
“ขอเพียงผู้จัดการลิ่นลืมเลือนความขุ่นเคืองใจสักครั้ง พวกข้ายินดีทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ภายในสามเดือนนี้ ไม่ว่าราคาซื้อขายจะเป็นเช่นไร หรือจะมีร้านค้าอื่นมาแข่งขันด้วย พวกข้าก็จะขายธัญพืชให้ร้านค้าธัญพืชตระกูลฉินเป็นอันดับแรก”
พ่อค้าที่เหลือต่างพากันเห็นด้วย
“ผู้จัดการลิ่นโปรดเห็นใจ”
“พวกข้าหลงผิดไปจริง ๆ”
ลิ่นจื่ออี๋กำลังสับสน นับตั้งแต่รับหน้าที่เป็นเป็นผู้จัดการร้านของร้านค้าตระกูลฉินสาขาเหยียนโซ่ว นางไม่เคยได้รับความเคารพนบนอบจากพ่อค้ามาก่อน
แต่ลิ่นจื่ออี๋รู้ดี พ่อค้าพวกนี้ไม่ได้ทำเช่นนี้เพราะตัวนาง
พวกเขารู้ว่านายน้อยฉินอยู่ที่ร้านค้าตระกูลฉินต่างหาก
กระนั้น ลิ่นจื่ออี๋ก็ยังภาคภูมิใจอยู่ลึก ๆ
“พ่อค้าเฉิน โปรดรอสักครู่”
“เรื่องรับซื้อธัญพืชข้าตัดสินใจคนเดียวไม่ได้ ต้องให้เจ้านายของพวกข้าเป็นคนตัดสินใจ”
ได้ยินแบบนี้ เฉินคังใจหายวาบ
ไม่ว่าใครก็ล้วนรู้ว่า ฉินเฟิงเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น
ในเมื่อก่อนหน้านี้พวกเขาเมินเฉยต่อร้านค้าตระกูลฉิน ด้วยนิสัยของฉินเฟิงแล้ว พวกเขาย่อมถูกฉินเฟิงเอาคืน
เฉินคังพลันสิ้นหวัง แต่จะให้ขนธัญพืชกลับก็คงไม่ได้
เฉินคังเตรียมใจไว้แล้ว เขาคงต้องยอมขาดทุนครุ่งหนึ่ง ขายธัญพืชในมือทั้งหมดให้ร้านค้าตระกูลฉิน เพื่อระงับโกรธของฉินเฟิง
ไม่ใช่เพียงเฉินคังเท่านั้น
พ่อค้าทั้งหมดล้วนมีหวาดหวั่น
เสียงซุบซิบระงมขึ้น หลายคนผุดลุกผุดนั่งด้วยความหวาดหวั่น
“ฉินเฟิงจะแก้แค้นพวกเราจริง ๆ”
“เราออกไปตอนนี้ดีหรือไม่?”
“ไป? จะไปที่ใดเล่า? ตระกูลจ้าวถอนตัวไปแล้ว บรรดาพ่อค้าตัวเล็กตัวน้อยก็หวาดผวากันไปหมด ต่างเกรงว่า ถ้าฉินเฟิงโกรธขึ้นมา จะถอนรากถอนโคนการค้าในอำเภอเหยียนโซ่ว”
“ตอนนี้ ต่อให้พวกยกข้าวให้เปล่า ๆ พวกเขายังไม่กล้ารับเลย”
“จำยอมเสียเถิด ตอนนี้ทั่วทั้งอำเภอเยียนโซ่ว หรือแม้แต่ทั้งสามสิบหกอำเภอรอบเมืองหลวง ถ้าฉินเฟิงไม่พยักหน้า ใครก็ไม่กล้าค้าขายกับเรา”
ทุกผู้คนล้วนจมอยู่ในความสิ้นหวัง
ได้แต่ภาวนาขอให้ฉินเฟิงอย่าได้ลงโทษหนักนัก
เฉินคังกัดฟันแน่น คุกเข่าลงกับพื้น แล้วโขกศีรษะคำนับฉินเฟิงเสียงดัง
น้ำเสียงสั่นเทาสิ้นหวัง ดังก้องไปทั้งถนน
“นายน้อย ข้าขอร้องท่าน หากท่านโกรธ ก็มาลงที่ข้าเพียงผู้เดียวเถิด”
“ขอท่านปล่อยเหล่าพ่อค้าพวกนี้ไป พวกเขาเป็นเพียวพ่อค้าตัวเล็ก ๆ ไม่อาจรับมือกับความวุ่นวาย”
“เพียงคำพูดของท่าน ก็ตัดสินชะตาชีวิตของพวกเขาได้แล้ว”
เฉินคังไม่ใช่คนสูงส่ง อย่างไร พ่อค้าก็เห็นประโยชน์และผลกำไรเป็นสำคัญ
กระนั้น บรรดาเหล่าพ่อค้าหนึ่งในสามส่วนที่อยู่ที่นี่ ก็ล้วนติดตามเฉินคังมา
เฉินคังย่อมต้องรับผิดชอบพวกเขา
แม้เขาจะต้องเสียธัญพืชทั้งหมด ขาดทุนมหาศาล แต่เขาก็ยังพอรับไหว เพราะอย่างไรตระกูลของเขาก็ถือว่ามีฐานะอยู่บ้าง
เพียงเท่านี้ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว หากแลกกับชีวิตของบรรดาพ่อค้ารายย่อยทั้งหลายได้
พ่อค้าที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างเสียใจนัก
บางคนถึงกับปิดหน้าร่ำไห้ออกมาแล้ว
ชั่วขณะที่ทุกคนต่างสิ้นหวัง
ฉินเฟิงกลับก้าวเท้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว พยุงเฉินคังขึ้น ไร้ความเคียดแค้นในแววตา ตรงกันข้าม เขาชื่นชมและเลื่อมใสในตัวเฉินคัง
“พ่อค้าเฉิน เจ้าลุกขึ้นเถิด…”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ