บทที่ 667 เงื่อนไข
ฉินเฟิงเข้าใจความหมายลึกซึ้งของท่านหานอวี้หมิง
บนโต๊ะเจรจา เป็นไม่ได้ที่จะหาผลประโยชน์ให้แคว้นเกาชานโดยตรง แต่ถ้าปรับวิธีคิด แล้วเจรจาโดยเริ่มต้นที่ผลประโยชน์ของแคว้นต้าเหลียง แล้วแคว้นเกาชานก็เพียงได้รับผลไปด้วยก็จะไม่มีปัญหา
การปกป้องเส้นทางการค้า แม้ผิวเผินอาจเหมือนการค้สิ่งอุปโภคบริโภคทั่วไป แต่แท้จริงแล้ว สามารถขนส่งแลกเปลี่ยนสินค้าทางการสงครามไปยังแคว้นเกาชานได้
พอเห็นฉินเฟิงก้มหน้าครุ่นคิด
หานอวี้หมิงก็รีบอธิบายว่า
“นายน้อยฉิน แม้เป่ยตี๋จะมีกองทัพแข็งแกร่ง แต่การจะทำลายแคว้นเกาชาน ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ในชั่วข้ามคืน”
“แม้แต่กองพลหมาป่าเหมันต์ ถ้าคิดบุกดินแดนแคว้นเกาชาน ก็จะต้องเผชิญกับการโจมตีอย่างรุนแรงกะทันหัน”
“ขออวดสักหน่อย การรบในดินแดนของเรา เราย่อมเชียวชาน และกองทหารม้าแคว้นเกาชานก็ไม่ได้อ่อนด้อย สามารถต่อสู้แบบหนึ่งต่อสองได้ทีเดีว!”
“แล้วถ้ามีเส้นทางการค้ากับต้าเหลียงคอยหนุนหลัง เราก็ไม่ต้องกลัวกองพลหมาป่าเหมันต์แล้ว”
“นี่เป็นข้อเสนอที่จะสร้างประโยชน์แก่ท่านแน่นอน”
ฉินเฟิงพยักหน้ารับฟัง แต่ไม่ได้รีบร้อนตอบตกลง
แคว้นเกาชานมีกำลังพลน้อย แต่ทุกคนล้วนเป็นทหารหาญที่คุ้นเคยกับการศึกบนที่ราบสูง
แม้ต้องเผชิญหน้ากับกองทัพทหารม้าที่เกรียงไกรของเป่ยตี๋ พวกเขาก็ยังคงได้เปรียบ แม้ต้องต่อสู้ประจันหน้ากับกองทัพทหารม้าเป่ยตี๋ก็สามารถเอาชนะได้
แคว้นเกาชานมีข้อเสียร้ายแรงเพียงประการเดียวคือ ทรัพยากรขาดแคลน ไม่สามารถสู้รบแบบยืดเยื้อได้
ถ้าเส้นทางการค้าถูกเป่ยตี๋ตัดขาด ต่อไป เพียงเป่ยตี๋ค่ปิดล้อม รอจนเกาชานไม่อาจทดไหว พอเกาชานอ่อนแอ เป่ยตี๋ก็แต่ยกทัพบุกปราบปราม แคว้นเกาชานก็โดนกวาดล้างได้ง่าย ๆ แล้ว
และจริง ๆ แล้ว เป่ยตี๋ก็ใช้กลยุทธ์นี้มาโดยตลอด
ทุกครั้งที่แคว้นเกาชานแข็งข้อ เป่ยตี๋จะสั่งปิดเส้นทางการค้าทั้งหมดที่มุ่งสู่แคว้นเกาชาน แคว้นเป่ยตี๋ไม่จำเป็นต้องใช้กองกำลังมากมาย แทบจะไม่ต้องออกแรง ก็บีบให้เกาชานยอมจำนนได้ง่าย ๆ
เส้นทางค้าขายระหว่างแคว้นต้าเหลียงกับแคว้นเกาชาน ไม่จำเป็นต้องมีมาก เพียงเส้นทางเดียวก็ทำให้แคว้นเกาชานพลิกสถานการณ์ได้แล้ว
แต่…
กองทัพของแคว้นเกาชานแข็งแกร่งมาก แค่ทหารไม่กี่พันนายก็กล้าประจันหน้ากับกองทัพของแคว้นใหญ่แล้ว ทั้งยังได้เปรียบอีกด้วย
ฉินเฟิงจึงเกรงว่า ถ้าเลี้ยงดูแคว้นเกาชานดีเกินไป เกาชานจะไม่ไว้หน้าทั้งซ้ายและขวา กลืนกินทั้งแคว้นเป่ยตี๋และแคว้นต้าเหลียง
ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างฉินเฟิงกับแคว้นเกาชานยังดีอยู่ แต่ในอนาคตก็ไม่อาจรู็ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
แต่ในเมื่อหานอวี้หมิงจริงใจ ตรงไปตรงมาไม่เล่นเล่ห์ ฉินเฟิงจึงตอบอย่างจริงใจเช่นกัน
“องค์ชาย เรื่องปกป้งเส้นทางการค้าต้าเหลียงเกาชานไม่ใช่เรื่องยาก ข้ายังสามารถกดดันเป่ยตี๋ให้ยกดินแดนแถบเส้นทางการค้าทั้งหมดให้ได้ด้วย เมื่อถึงเวลานั้น ข้าก็สามารถส่งทหารต้าเหลียงประจำการณ์ การด้านหน้า ปกป้องเส้นทางการณ์ค้าไว้”
“แต่หากมองในมุมของแคว้นแล้ว เรื่องนี้จะทำได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะได้ประโยชน์ผลใด”
“เส้นทางการค้าลับในภูเขาอิงกังสามารถใช้ขนส่งเสบียงยามเกิดศึกสงครามได้อย่างเพียงพอแน่นอน”
“แต่การที่ต้าเหลียงจะเปิดเส้นทางการค้าไปยังแคว้นเกาชาน…”
“หนึ่ง จะทำให้เป่ยตี๋กินไม่ได้นอนไม่หลับ กระตุ้นให้คอยจับตาเส้นทางการค้านี้”
“สอง พอแคว้นเกาชานแข็งแกร่งขึ้น จะยังรักษาสัมพันธ์กับต้าเหลียงต่อไปหรือไม่ เป็นสิ่งที่ข้าไม่อาจล่วงรู้”
“สาม แคว้นต้าเหลียงจะต้องทุ่มเทงบประมาณทางการทหาร ปกป้องเส้นทางการค้า”
“มองมุมไหนก็ล้วนเห็นผลเสียมากว่าผลดี”
เดิมทีหานอวี้หมิงคิดว่า ฉินเฟิงเป็นคนใจกว้าง คงตอบรับคำขอด้วยความยินดี
แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น ท่าทีของฉินเฟิงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้หานอวี้หมิงตกใจเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว
ชั่วขณะนี้ หานอวี้หมิงถึงได้เข้าใจ
แตกต่างกับฉินเฟิง กองกำลังของเขาประจำการณ์อยู่ที่ชายแดนเหนือ เพียงแค่เอื้อมมือก็ถึงแคว้นเกาชานแล้ว
หานอวี้หมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ถามออกไปตรง ๆ “นายน้อยฉินโปรดบอกมาตามตรงเถิด แคว้นเกาชานต้องทำอย่างไร ท่านถึงจะยอมเปิดเส้นทางการค้า”
ฉินเฟิงกำลังรอประโยคนี้อยู่พอดี
“ง่ายมาก นอกเหนือจากการค้าเดิมที่ทำอยู่ แคว้นเกาชานเพียงต้องส่งม้าพันธุ์ดีมาให้ชายแดนเหนือเราปีละสองพันตัว”
“กลับไปบอกฮ่องเต้เกาชานเถิด เราเป็นพวกเดียวกัน อย่าได้ใช้กลอุบายกับพวกเดียวกันเลย ทุกวันนี้ ม้าที่ส่งมาแต่ละครั้งล้วนถูกคัดเลือกมาแล้ว และเป็นม้าตัวผู้ทั้งหมด”
“จนถึงตอนนี้ พวกเราไม่อาจเพาะพันธุ์ม้าที่ราบสูงได้เอง ถ้าพวกท่านปิดกั้นแบบนี้ แล้วข้าจะไว้ใจและจริงใจด้วยได้อย่างไร”
“ข้าจึงอยากขอว่า ทุกครั้งที่ส่งม้า ต้องมีม้าแม่พันธ์ุอย่างน้อยหนึ่งในสิบส่วน”
“อีกประการหนึ่ง ทุกหกเดือน ข้าจะส่งคณะทูตไปเยือนแคว้นเกาชาน ไม่ว่าทูตจะไปที่ใด พวกท่านต้องไม่ขัดขวาง”
“ข้อสุดท้าย แคว้นเกาชานต้ององค์ชายคนหนึ่งมาใช้ชีวิตสุขสบายอยู่ที่ชายแดนเหนือของเรา”
ข้อเรียกร้องสามประการของฉินเฟิง เกิดความคาดหมายของหานอวี้หมิง
ถ้าพูดตรง ๆ หากทำตามข้อเรียกร้องของฉินเฟิง แคว้นเกาชานก็เท่ากับสูญเสียอำนาจและอิสระ
จนบัดนี้ ม้าที่ราบสูญล้วนถูกเพาะพันธุ์ได้แค่ในแคว้นเกาชาน นับเป็นข้อได้เปรียบยิ่งของเกาชาน
ถ้าต่อไปฉินเฟิงสามารถเพาะพันธ์ุม้าที่ราบสูงได้ ความสำคัญของแคว้นเกาชานย่อมลดลง
ส่วนเรื่องการส่งทูตไปเยือน แม้ฟังดูหมือนเป็นการเจริญสัมพันธไมตรี แต่ถ้าจะพูดให้ชัดเจนแล้ว ฉินเฟิงกำลังร้องขอเข้าไปสอดส่องความลับในแคว้นเกาชานชัด ๆ
วันใดฉินเฟิงเข้าใจภูมิศาสตร์ขงอแคว้นเกาชาน และโครงของกองทัพเกาชานแล้ว เขาก็อาจหันหลังให้แคว้นเกาชาน หากเกิดศึกสงคราม แม้จะหลับตา ฉินเฟิงก็สามารถบดขยี้แคว้นเกาชานได้อย่างง่ายดาย
ส่วนเรื่องส่งองค์ชายมาอยู่ชายแดนเหนือต้าเหลียง นั่นเท่ากับเป็นการ…มอบตัวประกัน
ถ้าฉินเฟิงตีแคว้นเกาชาน เขาก็สามารถใช้ตัวประกันเป็นหุ่นเชิดนั่งบัลลังก์ ควบคุมการปกครองของแคว้นเกาชานได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ