เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 672

บทที่ 672 ช่างไม่รู้ว่าจะตายได้

หลิงเฟยรีบคลานไปที่ช่องประตู แอบมองออกไปข้างนอก

เห็นเพียงจางซิวเย่นำขันทีน้อยหลายคนเดินเข้ามา

สีหน้าของหลิงเฟยซีดขาว เสียงของนางสั่นเล็กน้อย “ข้าบอกแล้ว เห็นหรือไม่ มัจจุราชมาถึงเร็วเหลือเกิน”

แม้จางซิวเย่จะยังเดินมาไม่ถึง แต่ก็ได้ยินเสียงของซูอี๋กับซูจีแล้ว

สีหน้าของเขาดำทะมึนน่ากลัว

แล้วเขาก็โบกมือครั้งหนึ่ง เหล่าขันทีที่ติดตามมาเข้าใจที แยกย้ายกันไปเคาะประตูตำหนักน้อยใหญ่รอบ ๆ

ขันทีน้อยคนหนึ่งมาหยุดอยู่หน้าตำหนักหลิงเฟย แล้วเคาะประตูเบา ๆ สองสามครั้ง

“หลิงเฟยอยู่หรือไม่ขอรับ”

“มีผู้ใดอยู่ข้างในหรือไม่ รีบไปแจ้งหลิงเฟยว่ามีไฟไหม้ ระหว่างนี้ห้ามออกไปข้างนอกเด็ดขาด”

หลิงเฟยนั่งอยู่หลังประตูห่างเพียงไม่กี่คืบ นางกลั้นหายใจ ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก

นางส่งสายตาให้เหล่านางกำนัล บอกใบ้ให้พวกนางปิดปากเงียบ ไม่ให้ตอบคำใด

ขันทีน้อยร้องเรียกอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไร้เสียงตอบรับ เลยจำต้องกลับไป

ไม่นาน ขันทีน้อยทั้งหมดก็กลับมาหาจางซิวเย่

“ท่านหัวหน้าขันทีจาง พวกข้าตรวจดูแล้ว แต่ละตำหนักล้วนว่างเปล่าขอรับ”

ภายในใจจางซิวเย่เยาะเย้ย

ว่างเปล่าหรือ?

เกรงว่าเหล่าพระสนมคงได้ยินกันถ้วนทั่วแล้ว แต่ไม่กล้าโผล่หน้าออกมาเสียมากกว่า

พระสนมที่อาศัยอยู่ในตำหนักบริเวณนี้ ล้วนแต่เป็นคนเก่าในวังหลัง รู้กฎระเบียบและความลึกซึ้งของวังหลังเป้นอย่างดี

จางซิวเย่ไม่ใส่ใจอีก

เขาพาเหล่าขันทีมุ่งหน้าไปหาซูอี๋กับซูจี

พอพบหน้าจางซิวเย่ ซูอี๋ก็หัวเราะอย่างยินดี

“ขันทีจาง ลมอะไรหอบท่านมาถึงที่นี่เล่า?”

แม้ในใจของซูอี๋จะดูหมิ่นพวกขันที แต่นางก็ยังไม่กล้าละเลยขันทีรับใช้ใกล้ฝ่าพระบาทฮ่องเต้ต้าเหลียง

จางซิวเย่ยิ้มเย็น

“ซูอี๋ขอรับ ผู้ที่ควรถามน่าจะเป็นข้ามากกว่า”

“วังหลังกว้างใหญ่ เหตุใดท่านมาอยู่ที่นี่”

จางซิวเย่เหลือบมองตำหนักของหลี่เซียวหลาน ท่าทางพลับสุภาพและเคารพยิ่ง

ซูอี๋ไม่ใช่คนโง่ นางรู้ถึงความนัยในคำพูดและท่าทีของจางซิวเย่ ทว่า…นางไม่ใส่ใจ

นางมั่นใจว่า ฝ่าบาทกับฮองเฮาหนุนหลังนางอยู่ นางไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวผู้ใดทั้งนั้น

ซูอี๋แค่นเสียงเยาะหยัน “หัวหน้าขันทีจาง ท่านมาได้เวลาพอดี ท่านควรสั่งสอนพวกกรมการปกครองภายในเสียบ้าง”

“เหตุใดเครื่องหอมชั้นเลิศถึงจัดสรรไว้ให้องค์หญิงหมิงเยว่เท่านั้น?”

“เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ข้าเพิ่งได้เข้าเฝ้าฝ่าบาทที่ตำหนักเจียวไท่ ฝ่าบาทชื่นชอบกลิ่นกายของข้านัก”

“ไม่ได้ใช้พวกเครื่องหอมอำพันมาอบกาย ข้าไม่เป็นไร แต่ถ้าฝ่าบาทไม่พอพระทัย คงจะเป็นเรื่องใหญ่แล้ว”

เป็นไปตามที่จางซิวเย่คาดไว้ ซูอี๋อ้างฝ่าบาทมากดข่มเขา

จางซิวเย่แย้มยิ้มล้ำลึก

“ซูอี๋ นับแต่นี้ไป ท่านไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องหอมชนิดใดอีกแล้ว”

“ช่วงที่ผ่านมามีข่าวลือมากมายจากวังหลวง โดยเฉพาะข่าวลือที่มุ่งร้ายต่อองค์หญิงหมิ่งเย่ว”

“เรื่องทั้งหมดล้วนเป็นฝีมือของท่านไม่ใช่หรือ?”

ทันใด ขันทีน้อยหลายนายถือพรมทอเข้ามา

ซูอี๋ใจกระตุกวูบ ราวกับมีก้อนหินมาจุกที่ลำคอ นางกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก พูดออกมาเสียงแข็ง

“เป็น… เป็นข้าแล้วอย่างไร?!”

“พวกเจ้าจะทำอะไร?!”

“ถ้าเรื่องนี้ล่วงรู้ไปถึงพระกรรณฝ่าบาท พวกเจ้าย่อมต้องได้รับโทษทัณฑ์อย่างสาสม!”

แววตาจางซิวเย่เยียบเย็น เขาหัวเราะออกมา เป็นเสียงหัวเราะที่ชวนให้ขนลุกนัก

“ช่างน่าแปลกใจ”

“ทั่วแคว้นต้าเหลียงใครบ้างไม่รู้ว่า ฝ่าบาทตั้งมั่นในราชกิจ ไม่โปรดปรานสตรีเพศ”

“ให้ท่านไปที่ตำหนักเจียวไท่หรือ? ก็แค่ทรงให้ไปช่วยคลายกังวล เปลี่ยนบรรยากาศ แต่ท่านกลับถือตัวเป็นใหญ่เสียนี่”

“หยุดแค่นั้นแหละ!”

จางซิวเย่ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาโบมือให้ขันทีปล่อยตัวพวกซูอี๋

ครั้นมองตามเสียงไปก็เห็นชูเฟิงยืนอยู่ที่ประตู จ้องมองมาอย่างไม่เป็นมิตร

แล้วหลี่เซียวหลานที่สวมเสื้อคลุมสำดับปักดิ้นทองก้าวออกมาจากตำหนัก

จางซิวเย่ไม่ลังเล รีบคุกเข่าคำนับ

“คารวะองค์หญิง”

ซูอี๋กับซูจีกำลังพยายามโกยอากาศเข้าปอด พอได้ยินจางซิวเย่พูดก็รีบหันมองทันที

พอเห็นจางซิวเย่ทำตัวนอบน้อมต่อหน้าหลี่เซียวหลาน พวกนางก็กระจ่างว่า สถานะของพวกนางกับหลี่เซียวหลานต่างกันมากเพียงใด

หลี่เซียวหลานค่อย ๆ ก้าวออกมา เหลือบมองซูอี๋กับซูจีที่กำลังหวาดกลัว

“เห็นแก่ที่พวกเจ้ายังเยาว์วัย ข้าไม่ถือสาหาความ”

“แต่จงจำบทเรียนนี้ไว้ให้ดี วังหลังลึกล้ำ อย่าให้ผู้ใดหลอกใช้ได้อีก”

ซูอี๋สะดุ้งตกใจ ราวกับถูกปลุกให้ตื่น

นางเข้าใจแล้วว่าเหตุใดช่วงที่ผ่านมา ฮองเฮาถึงส่งคนมา ‘เยี่ยมเยียน’ นางบ่อยครั้ง

และที่นางมาอยู่ตรงนี้ ก็เพราะถ้อยคำหว่านล้อมของกำนัลที่ฮองเฮาส่งมา

แท้จริงแล้วฮองเฮาไม่ได้ทรงโปรดปรานนาง เพียงใช้นางเบี้ยตัวหนึ่งเท่านั้น

ซูอี๋โกรธจนตัวสั่น แต่ก็ไม่กล้าส่งเสียงใด ๆ ได้แต่ก้มหน้าซุกพื้น ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

จางซิวเย่ลำบากใจ

“องค์หญิง นี่เป็นพระประสงค์ของฝ่าบาท”

หลี่เซียวหลานเหลือบมองจางซิวเย่

ทันใดนั้น ชูเฟิงก็จับคอเสื้อของจางซิวเย่จากด้านหลัว แล้วดึงให้เขาลุกขึ้น

จางซิวเย่สั่นเทา หน้าซีดเผือด ไม่กล้ามองสบตากับหลี่เซียวหลาน

“ขันทีจาง โปรดระวังวาจาและการกระทำด้วย ไม่อย่างนั้น…”

หลี่เซียวหลานเว้นจังหวะ ชำเลืองมองเสื่อในมือของขันทีน้อย แล้วพูดต่อ “ผู้ที่จะถูกเสื่อม้วน จะกลายเป็นเจ้า”

จางซิวเย่ตกใจจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง เขารีบพยักหน้าซ้ำ ๆ “ข้าน้อยสมควรตาย ขอองค์หญิงโปรดเมตตาด้วย”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ