เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 687

บทที่ 687 บัญชีนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก

การโต้เถียงบนโต๊ะเจรจายังคงดำเนินต่อไป โดยไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงแต่อย่างใด

ส่วนที่ริมทะเลสาบแสงจันทร์ ฉินเฟิงกับฮ่องเต้แคว้นเหลียงที่ปลอมตัวมานั่งอยู่ ต่างคนต่างถือคันเบ็ด

ฉินเสี่ยวฝูกับจางซิวเย่ รวมถึงทหารรักษาพระราชวัง แต่ละคนแต่งกายด้วยชุดธรรมดา ยืนเฝ้าอยู่ข้าง ๆ

จนถึงตอนนี้ ฉินเฟิงยังตกปลาไม่ได้สักตัว

แม้มีปลางับเหยื่อบ้าง แต่อาจเป็นเพราะฉินเฟิงใจร้อน เลยดึงคันเบ็ดเร็วเกินไป บางครั้งก็พลาดจังหวะที่ดี ดึงคันเบ็ดช้าเกินไป

ความจริงได้พิสูจน์อีกครั้งว่า การตกปลาป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ความอดทนอย่างยิ่ง และไม่เหมาะกับฉินเฟิงสักนิด

เทียบกันแล้ว ฮ่องเต้แคว้นเหลียง เพิ่งมานั่งได้สองเค่อก็ตกปลาได้สามตัวแล้ว

แม้ปลาจะไม่ใหญ่ แต่ก็ดีกว่าฉินเฟิงมากนัก

“ฉินเฟิง เจ้าจำได้หรือไม่ ครั้งสุดท้ายที่เราสองคนนั่งด้วยกันอย่างสงบเช่นนี้คือเมื่อใด?”

ฮ่องเต้แคว้นเหลียงทอดสายตามองทุ่นลอยน้ำ ท่าทีเหมือนสนทนาเรื่อยเปื่อยอย่างไม่ใส่ใจ แต่แท้จริงแล้ว ทั้งวาจาและน้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความรู้สึก…อาลัยอาวรณ์

ฉินเฟิงยักไหล่ ตอบกลับด้วยท่าทีไม่ใส่ใจเหมือนกัน

“ทูลฝ่าบาท เกรงว่าจะต้องย้อนกลับไปถึงก่อนสงครามระหว่างแคว้นพ่ะย่ะค่ะ”

“ตอนนั้น กระหม่อมมุ่งมั่นกับการหาเงินทอง ส่วนฝ่าบาทก็กำลังกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการทำสงคราม”

“ฝ่าบาทช่วยเหลือกระหม่อม กระหม่อมก็ช่วยแก้ปัญหาหนักพระทัย เกื้อกูลซึ่งกันและกัน การร่วมมือกันช่างเป็นเรื่องน่ายินดีนัก”

ได้ยินแบบนี้ ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงถอนหายใจออกมา

“ร่วมมือกัน…น่ายินดี”

“ไม่รู้ว่าต่อไปจะมีโอกาสได้ร่วมมือกันเช่นนี้อีกหรือไม่”

ฉินเฟิงหัวเราะออกมาเบา ๆ

“แน่นอนว่ามี และยังมีอีกมากมาย”

“อย่างเช่นตอนนี้ แคว้นต้าเหลียงกำลังเจรจาสันติภาพกับเป่ยตี๋ แม้ฝ่าบาทจะประทับอยู่ในห้องทรงพระอักษร อยู่ใกล้สถานที่เจรจา แต่กลับทำเป็นไม่สนพระทัยเรื่องภายนอก”

“นี่ก็เป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่กระหม่อม กระหม่อมซาบซึ้งใจนัก”

เรื่องการเจรจาสงบศึก สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือการมีคนให้คำปรึกษาและวางแผน

บรรดาทูตเจรจาสงบศึกจำเป็นต้องร่วมแรงร่วมใจกันทั้งผู้น้อยผู้ใหญ่ มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน จึงจะสามารถทำลายขวัญกำลังใจของคณะทูตต่างแดนได้มากที่สุด เพื่อแสวงหาผลประโยชน์สูงสุดให้แก่บ้านเมือง

ถ้าจู่ ๆ ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงยื่นมือเข้าแทรกแซงในการเจรจา ย่อมจะทำให้แผนการเดิมปั่นป่วน ถึงตอนนั้น ย่อมมีคนฉวยโอกาสใส่ร้ายฉินเฟิงว่าการเจรจาไม่สำเร็จ

ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงเป็นคนเฉลียวฉลาด ย่อมเข้าใจความหมายในคำพูดของฉินเฟิง

“ฮ่า ๆ ฉินเฟิง เจ้ากำลังกังวลว่า เจิ้นจะทำลายแผนการของเจ้าหรือ?”

“วางใจเถิด เจิ้นกับพวกไร้ความสามารถในวังหลังต่างกัน”

“เจิ้นไม่มีวันเอาแคว้นต้าเหลียงมาเป็นเดิมพัน”

แม้ไม่อาจมั่นใจว่าจริงแท้ แต่ฉินเฟิงก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ฮ่องเต้แคว้นเหลียงผู้เชี่ยวชาญในการถ่วงดุลและชั่วน้ำหนัก มีศักดิ์ศรีและน่าเชื่อถือกว่าองค์ชายที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อชิงบังลังก์นัก

สำหรับฮ่องเต้แคว้นเหลียง แคว้นต้าเหลียงและอำนาจมีความสำคัญเท่าเทียม

นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ฉินเฟิงสามารถต่อสู้เอาเป็นเอาตายกับฮ่องเต้ต้าเหลียง แต่ยังมานั่งอยู่ด้วยกันแบบนี้ได้

อย่างน้อยทั้งสองคนก็ไม่ต้องการเห็นผู้คนในแคว้นต้าเหลียงต้องเดือดร้อน และแผ่นดินพินาศ

แล้วฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงก็ตกปลาได้อีกหนึ่งตัว

ฉินเฟิงร้อนใจจนหลังชุ่มเหงื่อ เขารู้สึกว่า ปลาในทะเลสาบนัดแนะกันไว้แล้ว ตั้งใจเมินเขาโดยเฉพาะ

เหยื่อปลาเดียวกัน คันเบ็ดเหมือนกัน เหตุใดฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงตกปลาได้สี่ตัวแล้ว แต่เขากลับไม่ได้แม้แต่เกล็ดปลา?

นี่มันไม่ชอบมาพากล!

ฉินเฟิงไม่ยอมแพ้ คว้าเหยื่อปลาขึ้นมาแล้วโยนลงไป

พอเห็นแบบนี้ ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงก็อดยิ้มพอใจไม่ได้

คนหนุ่มก็คือคนหนุ่ม ไม่มีความอดทน

“ฉินเฟิง การเจรจาสงบศึกคราวนี้ เจ้าความมั่นใจกี่ส่วน?”

“เจิ้นจะขอใช้โอกาสนี้ให้เจ้ารายงานต่อเจิ้นสักหน่อย”

“ข้าน้อยได้คำนวณตัวเลขไว้แล้ว”

“ยังไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น แค่ค่าใช้จ่ายทางทหารอย่างเดียวก็มากกว่ายี่สิบล้านตำลึงแล้ว”

“ไหนจะค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมอาวุธและชุดเกราะที่เสียหาย รวมถึงม้าศึก คำนวณแล้วก็ไม่ต่ำกว่าห้าถึงหกล้านตำลึง”

“ส่วนความเสียหายที่แท้จริงยังไม่ได้กล่าวถึง”

“เมืองที่ถูกทำลาย จำเป็นต้องซ่อมแซมหรือไม่?”

“ทหารที่เสียชีวิตในสงคราม เงินทดแทน จำเป็นต้องจ่ายหรือไม่?”

“กำลังพลที่สูญเสียไป จำเป็นต้องเติมเต็มหรือไม่?”

พอกล่าวถึงตรงนี้ ฉินเฟิงก็แอบสังเกตสีหน้าของฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงอย่างไม่ให้รู้ตัว

ครั้นเห็นฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงยังสงบ ฉินเฟิงก็คลายกังวลลง

เขาระบายทุกอย่างที่คำนวณไว้ ให้ฮ่องเต้ต้าเหลียงฟัง

“นี่เป็นเพียงความสูญเสียที่เห็นได้ชัดเจนเท่านั้น”

“ดังคำกล่าวที่ว่า ก่อนจะเคลื่อนทัพ เสบียงต้องพร้อมกัน”

“เสบียงอาหารจะมาจากที่ใด? ไม่ใช่มาจากเมืองต่าง ๆ หรอกหรือ?”

“ราคารับซื้อเสบียงทหาร แม้จะถูกกำหนดไว้ตั้งแต่สมัยฮ่องเต้องค์ก่อน ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้”

“ยิ่งไปกว่านั้น นี่คือรากฐานที่ทำให้ต้าเหลียงกล้าสู้ศึกถึงตายกับเป่ยตี๋”

“แต่การรับซื้อเสบียงทหารจำนวนมากจะส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อราคาอาหารในแต่ละท้องที่”

“พอราชสำนักรับซื้อธัญพืชในราคาต่ำ พ่อค้าธัญพืชก็ต้องหาทางชดเชยจากที่อื่น วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือ ขึ้นราคา!”

“ขนแพะงอกออกมาจากตัวแพะ”

“ข้าวปลาอาหารขึ้นราคา สุดท้ายผู้ที่เดือดร้อนที่สุดก็คือราษฎร”

“พอราษฎรซื้อข้าวปลาอาหารไม่ได้ก็ต้องหาวิธีเอาตัวรอด ความสงบสุขในแต่ละท้องที่ก็จะตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว”

“ฝ่าบาท บัญชีความเสียหายนี้ ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย…”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ