เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 691

บทที่ 691 บุตรชายของจู้กั๋ว

แม้หลู่ชิวจะตาย แต่จิตใจกล้าหาญสู้ไม่ถอยของเขา ทำให้สวีผิงนับถือนัก

บนสนามรบ ต่างคนต่างรับใช้แคว้นของตน การสังหารเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ถ้าไม่นับความเป็นศัตรูแล้ว สวีผิงก็อยากจะผูกมิตรกับนักรบผู้กล้าหาญเช่นหลู่ชิวเหลือเกิน

“ทหารเป่ยตี๋เหล่านี้ สมกับเป็นกองทัพที่ยิ่งใหญ่ แม่ทัพล้วนเป็นน่ายกย่อง”

“แม้แต่นายกองคนหนึ่ง ก็ยอมตายไม่ยอมแพ้ได้ถึงเพียงนี้”

“ฝังเขาเถิด”

การฝังศพแม่ทัพศัตรูคือการแสดงความเคารพอย่างสูงสุด

แต่เมื่อบรรดาผู้ใต้บังคับบัญชาไปจัดการเสื้อผ้าของหลู่ชิว พวกเขากลับพบจดหมายฉบับหนึ่งในอกเสื้อ

“ท่านแม่ทัพ บนตัวของหลู่ชิวมีจดหมายอยู่หนึ่งฉบับ เป็นจดหมายจากหลู่หลี…”

หลู่หลี?!

สวีผิงขมวดคิ้ว “เร็วเข้า เอามาให้ข้า!”

หลู่หลีเป็นขุนนางใหญ่สายเหยี่ยวอันดับหนึ่งของเป่ยตี๋ มีชื่อเสียงเขาโด่งดังไปทั่วแคว้นต้าเหลียง ผู้ใดเล่าจะไม่รู้จัก?

นายกองชายแดนเป่ยตี๋มีจดหมายของจู้กั๋วแห่งเป่ยตี๋อยู่กับตัว เรื่องนี้จะต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังแน่นอน!

สวีผิงรับจดหมายมา แล้วรีบฉีกเปิด

ดวงตาพลันเบิกกว้างโดยไม่รู้ตัว

“ฮ่า ๆๆ ช่างเป็นการเจรจาสงบศึกที่ดีเสียจริง!”

“พวกป่าเถื่อนเป่ยตี๋ ช่างโหดเหี้ยมร้ายกาจนัก!”

“รู้ว่าบนโต๊ะเจรจายากจะมีความคืบหน้า เลยคิดจะใช้กลเก่า จัดตั้งทหารม้า โจมตีชายแดนแคว้นต้าเหลียง สร้างอำนาจต่อรองในการเจรจา”

“น่าเสียดาย ต้าเหลียงของข้าลงมือก่อนเสียแล้ว!”

สวีผิงเก็บจดหมาย แล้วเรียกทหารส่งสาร

“ส่งจดหมายกลับไปยังอำเภอเป่ยซีโดยด่วน ให้แม่ทัพสวีโม่เป็นผู้ตัดสินใจ”

แววตาสวีผิงเย็นชา

“หากไม่ใช่เพราะคนผู้นี้โชคร้าย ตายอยู่ที่นี่ ไม่รู้ว่าแคว้นต้าเหลียงจะต้องสูญเสียเพียงใด”

“ฝังศพหรือ? ถุย!”

“ตัดหัวคนผู้นี้เสีย!”

“ทหารม้าเกราะเบายี่สิบคนไล่ตตามต่อ”

“ม้าศึกของศัตรูเหนื่อยล้าเต็มทนแล้ว ไม่อาจวิ่งได้เต็มกำลัง จับตัวมาให้ข้าสักคน ข้าอยากรู้ว่าคนผู้นี้มีฐานะใด ถึงได้ติดต่อกับจู้กั๋วของเป่ยตี๋ได้โดยตรง”

สวีผิงออกคำสั่ง เหล่ากองทหารม้าปฏิบัติตามทันที

ไม่หนึ่งก้านธูป กองทหารม้าเป่ยซีก็เจอทหารม้าเป่ยตี๋สามคน

พวกเขากำลังเสี่ยงหยุดพักเพราะม้าศึกหมดแรง

ทหารม้าเกราะเบาเป่ยซีไม่ลังเลแม้แต่น้อย ควบม้าเข้าไปพลางยิงธนู พยายามลดความสูญเสียให้น้อยที่สุด ล้อมเข้าจับทหารม้าที่เหลือหนึ่งคน กดลงกับพื้น

เมื่อศีรษะของหลู่ชิวถูกโยนมาตรงหน้า

ทหารม้านายนั้นหน้าซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ

“ท่านนายกองหลู่…”

“ขอให้ท่าน…เดินทางโดยสวัสดิภาพ”

เมื่อเห็นปฏิกิริยาของทหารม้า สวีผิงยิ่งตระหนักว่าคนผู้นี้มีฐานะไม่ธรรมดา เขาถามเสียงต่ำ “นายกองหลู่ผู้นี้ เป็นใครกัน?”

“รีบตอบมาเสีย มิเช่นนั้น ข้าจะส่งเจ้าไปอำเภอเป่ยซี ให้องครักษ์เสื้อแพรสอบสวน”

“ต่อให้ปากแข็งไป สุดท้ายก็ต้องเปิดปาก เมื่ออย่างไรก็ต้องพูด แล้วจะรอให้ถูกทรมานก่อนไปไย?”

ทหารเป่ยตี๋ลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็จำยอม “ท่าน… ท่านผู้นี้คือบุตรชายของจู้กั๋ว นามว่าหลู่ชิว”

พอทราบตัวตนของแม่ทัพผู้ล่วงลับ เหล่าทหารแห่งเป่ยซีประหลาดใจนัก

สวีผิงตื่นเต้นอย่างยิ่ง “ฮ่า ๆๆ ข้าก็ว่าแล้ว ต้องมีที่มาที่ไปอันไม่ธรรมดาแน่นอน”

“แน่นอน ถ้าจับเป็นหลู่ชิวได้ ก็จะมีอำนาจต่อรองมากกว่า”

“น่าเสียดายที่ไม่รู้ตัวตนของหลู่ชิวก่อน จึงได้แต่ตัดเอาหัวมา อำนาจต่อรองน้อยลงไปบ้าง แต่ก็ถือเป็นอำนาจต่อรองที่ได้มาเปล่า จะไม่รับไว้ได้อย่างไรเล่า?”

“แน่นอนว่า หลู่หลีจะต้องโกรธมาก แต่ถึงเขาจะโมโหจนกระอักเลือด ก็ไม่มีประโยชน์”

“เทียบกับบุตรชายของเขาแล้ว ดินแดนหนึ่งมณฑลที่พวกเราโจมตีและยึดได้ สำคัญกว่า”

“เขาทำได้เพียงกลืนความโกรธลงท้องเท่านั้น”

เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ หลี่จางก็ครุ่นคิด ในใจมีแผนการอยู่แล้ว

ทันใดนั้นจึงหันไปพูดกับสวีโม่ ด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกว่า “แม่ทัพสวี จดหมายลับและศีรษะนี้ จำเป็นต้องส่งไปยังเมืองหลวงอย่างเร่งด่วนโดยไม่หยุดพักแม้แต่ชั่วขณะเดียว”

“หากการเจรจาสิ้นสุดลง สิ่งเหล่านี้จะสูญเปล่า”

“ทหารส่งสารของพวกเราที่ศาลาพักม้า ต้องใช้เวลานานเพียงไรจึงจะไปถึงเมืองหลวงได้เร็วที่สุด?”

หลี่จางเสนอความคิดที่สอดคล้องกับสวีโม่

“ปัจจุบัน ขนาดของศาลาพักม้าทางเหนือ มองทั่วทั้งแคว้นต้าเหลียง ก็ไม่มีที่ใดเทียบได้”

“ทหารส่งสารแต่ละคนจะได้รับม้าเร็วห้าตัว อีกทั้งเมืองยังจัดสรรเงินให้เป็นประจำ เพื่อสร้างศาลาพักม้าตลอดเส้นทาง”

“ทุก ๆ สามสิบลี้ จะมีศาลาพักม้าของพวกเราอำเภอเป่ยซีตั้งอยู่”

“การเปลี่ยนม้าทุกสามสิบลี้ ทำให้ม้าสามารถรักษากำลังให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดได้ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ การส่งรายงานด่วนจากอำเภอเป่ยซีไปยังเมืองหลวง จึงลดเวลาลงเหลือเพียงหนึ่งวันกับอีกหนึ่งคืนเท่านั้น”

พอได้ยินคำแบบนี้ หลี่จางทึ่งอยู่ในใจ สภาพการก่อสร้างของอำเภอเป่ยซีเกินความคาดหมายของเขาไปแล้ว

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องใด แค่เรื่องศาลาพักม้า หากมองไปทั่วแคว้นต้าเหลียง หรือแม้แต่ทั่วทั้งใต้หล้า ก็ไม่มีที่ใดเทียบได้

การสร้างศาลาพักม้าทุก ๆ สามสิบลี้ ก็มีเพียงฉินเฟิงเท่านั้นที่ทำได้

หลี่จาง พยักหน้าหนักแน่น “เช่นนั้น เรื่องนี้ไม่ควรรีรอ ต้องรีบส่งข่าวไปยังเมืองหลวงโดยเร็ว!”

“ส่วนการรบต่อไป ข้ารู้สึกว่า พวกเราควรฉวยโอกาสนี้บุกต่อไปอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะยึดเทือกเขาสยงอิงได้!”

สวีโม่ขมวดคิ้ว

“เทือกเขาสยงอิง? นั่นไม่ใช่แค่ดินแดนระดับมณฑลแล้ว มันเกินกว่าแผนที่นายน้อยฉินกำหนดไว้มาก”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ