บทที่ 701 ขุดหลุมพรางทุกหนแห่ง
เฉินซือขมวดคิ้วแน่น หงุดหงิดนัก การจะได้ผลประโยชน์จากฉินเฟิง ยากยิ่งกว่าการขึ้นสวรรค์เสียอีก
“พูดมาเถิด เจ้าต้องการผลประโยชน์ใด?”
ฉินเฟิงกำลังคำนี้อยู่เลย เขาตอบโดยไม่ต้องคิด
“ข้าจะให้เงื่อนไขเจ้าสามข้อ ทุกข้อที่เจ้าตกลง ข้าจะลดหย่อนให้ท่านสามสิบล้านตำลึง”
“ข้อแรก ถ้าข้าจำไม่ผิด ฮ่องเต้เป่ยตี๋มีบุตรธิดาหลายคนใช่หรือไม่?”
“ถ้าเป่ยตี๋ส่งองค์หญิงมาหนึ่งคน คงไม่มีปัญหากระมัง?”
“ที่วังหลังมีมีองค์ชายหลายพระองค์ยังไม่มีพระชายา ขอแค่เป่ยตี๋ส่งองค์หญิงมาก่อน ส่วนเรื่องจะแต่งตั้งเป็นพระชายาของพระองค์ใด ก็ให้เป็นการตัดสินพระทัยของฮ่องเต้ต้าเหลียงเรา”
เฉินซือพยักหน้า เรื่องนี้ไม่ยาก ไม่จำเป็นต้องรายงานไปด้วยซ้ำ เฉินซือมีอำนาจตัดสินใจได้
อย่างไรองค์หญิงก็มีไว้อภิเษกสมรสเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีอยู่แล้วไม่ใช่หรือ?
เป่ยตี๋มีองค์หญิงมากมาย ส่งมาหนึ่งพระองค์ก็ไม่มีปัญหาใด
ด้วยความสัมพันธ์จากการอภิเษกสมรสนี้ วันข้างหน้า ยามสองแคว้นต้องติดต่อกัน ย่อมสะดวกขึ้นด้วย
การมีองค์หญิงเป็นตัวกลาง ก็เหมือนมีสะพานเชื่อมการสื่อสาร
“เรื่องนี้ข้ารับปากไว้ก่อน รอเพียงกลับไปทูลฝ่าบาท แต่ก็ถือว่าสำเร็จเก้าในสิบส่วนแล้ว”
ฉินเฟิงยิ้มกว้าง “เจ้าหญิงผู้มีค่าถึงสามสิบล้านตำลึง พวกท่านต้องคัดสรรอย่างพิถีพิถันหน่อยแล้ว”
“อย่าส่งคนน่าเกลียดหรือไม่มีคุณภาพมาเล่า”
ได้ยินคำพูดนี้ เฉินซือย่อมไม่พอใจ “ใต้เท้าฉิน ระวังวาจาของเจ้าด้วย”
“องค์หญิงแห่งเป่ยตี๋ ถูกดูหมิ่นเช่นนี้ได้หรือ?”
ฉินเฟิงหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดเงื่อนไขต่อไป
“ข้อที่สองก็อยากขอให้ส่งตัวคนเช่นกัน อย่างไรฮ่องเต้เป่ยตี๋ก็มีบุตรมากมาย ส่งองค์ชายมาอีกสักพระองค์ก็คงไม่เป็นเรื่องใหญ่กระมัง…”
ยังไม่ทันสิ้นเสียงฉินเฟิง เฉินซือก็ตวาดขัดขึ้น
“จะไม่นับเป็นเรื่องได้อย่างไร!”
“ให้พวกเจ้าส่งองค์ชายต้าเหลียงให้เป่ยตี๋ เจ้าว่าเป็นเรื่องใหญ่หรือไม่?”
“น้องฉิน เจ้าช่างใจดำนัก องค์ชายกับองค์หญิงไม่เหมือนกัน เจ้าเป็นคนฉลาด ข้าก็ไม่ใช่คนโง่ การวางกับดักเรื่องนี้ไร้ความปรานีไปหน่อยกระมัง!”
เฉินซือตอบสนองรุนแรง แต่ฉินเฟิงก็คาดการณ์ไว้แล้ว
ด้วยข้อจำกัดของยุคสมัย แม้องค์หญิงจะตำแหน่งไม่ด้อยกว่าองค์ชาย แต่ในด้านคุณค่าทางการเมืองแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
แต่งงานกับไก่ก็ต้องตามไก่ แต่งงานกับสุนัขก็ต้องตามสุนัข องค์หญิงมาที่นี่ ก็กลายเป็นคนของต้าเหลียงแล้ว
ไม่มีอิทธิพลหรืออำนาจทางการเมืองภายในของเป่ยตี๋ได้อีก
แต่ว่าองค์ชายแตกต่างออกไป
แม้ไม่เป็นที่โปรดปราน พิกลพิการ ขาดเขลา อย่างไรก็ยังเป็นองค์ชายที่ถูกต้องตามธรรมเนียม
ถ้าเกิดสงครามระหว่างแคว้น ถึงตอนนั้น ต้าเหลียงสามารถใช้องค์ชายเป็นตัวประกันได้
แม้เป่ยตี๋จะไม่ได้ให้ค่าองค์ชายผู้นั้น แต่ก็จำเป็นต้องช่วย ไม่เช่นนั้นก็นับว่าไร้คุณธรรม ย่อมถูกผู้คนทั่วหล้าประณาม
แล้วถ้าในภายภาคหน้า เกิดความวุ่นวายภายในแคว้นเป่ยตี๋ องค์ชายที่อยู่ในมือต้าเหลียงก็จะกลายเป็นเครื่องมือต่อรอง ต้าเหลียงจะแทรกแซงอำนาจการปกครองของเป่ยตี๋ได้
หรืออาจถึงขั้นผลักดันให้องค์ชายผู้นั้นขึ้นครองบัลลังก์ กลายเป็นหุ่นเชิดของต้าเหลียงโดยสมบูรณ์
ฉินเฟิงหรี่ตา แล้วกล่าวหว่านล้อม “พี่เฉิน สามสิบล้านตำลึงเชียวนะ คนเพียงคนเดียวมีค่าถึงเพียงนี้เลยหรือ?”
เฉินซือไม่ลังเลแม้แต่น้อย ตอบปฏิเสธทันที “เรื่องนี้ไม่ได้!”
“แม้เป่ยตี้จะเสียเปรียบ แต่ก็ไม่ถึงขั้นสูญเสียอำนาจ จนต้องทำให้บ้านเมืองต้องอับอาย”
“เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเจรจา พวกข้ายอมจ่ายสามสิบล้านตำลึง”
ท่าทีแน่วแน่ของเฉินซือ ฉินเฟิงคาดการณ์ไว้บ้างแล้ว
อย่างไร การให้ส่งองค์ชายมาเป็นตัวประกัน ก็ยากจะเป็นไปได้
สัญชาตญาณของเฉินซือร้องเตือน เรื่องนี้ย่อมมีกับดัก แต่กับดักอยู่ที่ใด เฉินซือคิดจนสมองแทบแตกก็คิดไม่ออก
ถ้าฟังจากข้อเสนอเบื้องต้น การเปิดการค้าระหว่างแคว้นเหมือนจะเป็นประโยชน์ทั้งหมดโดยไม่มีข้อเสียใด ๆ สำหรับเป่ยตี๋
เป่ยตี๋ต้องการทรัพยากรมาก เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับแคว้นรอบข้าง ทุกปีต้องสูญเสียทรัพยากรจำนวนมากช่วยเหลือแคว้นเล็ก ๆ เหล่านั้น
เป่ยตี๋ต่างจากต้าเหลียงตรงที่ ทรัพยากรภายในมีจำกัด ขณะที่ความต้องการของแคว้นรอบข้างเพิ่มมากขึ้นทุกที
นานวันเข้า บุญคุณก็กลายเป็นโทษ…
แคว้นรอบข้างแค้นเคืองเป่ยตี๋
อย่างแคว้นเกาชานก็เป็นตัวอย่างที่ดีทีเดียว กินดื่มอยู่กับเป่ยตี๋ แต่พอเป่ยตี๋เกิดสงครามระหว่างแคว้น ทำให้เสบียงที่ส่งสนับสนุนแคว้นเกาชานลดลง แคว้นเกาชานก็เปลี่ยนท่าที แว้งกัดเป่ยตี๋เสียได้
ถ้าเริ่มการค้ากับแคว้นต้าเหลียง ความกังวลในด้านนี้ก็จะหายไป
เพียงส่งเสบียงโดยไม่ต้องส่งทหาร ก็สามารถรักษาสถานการณ์โดยรอบให้มั่นคงได้
ประเด็นสำคัญที่สุดคือ หลังจากสองแคว้นเปิดการค้า แคว้นต้าเหลียงก็จะไม่กล้าใช้กำลังทหารโจมตีเป่ยตี๋อย่างบุ่มบ่าม เพราะการโจมตีเป่ยตี๋ก็เท่ากับตัดเส้นทางทางการเงินของต้าเหลียง
เมื่อมหาอำนาจสงบสุข แคว้นรอบข้างก็มั่นคง
เฉินซือครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วน สุดท้ายก็คิดว่า นี่เป็นการค้าที่คุ้มค่ามาก
เขาพยักหน้าสนใจ “เรื่องนี้เป็นไปได้”
“แต่ว่าน้องฉิน ข้าขอถามให้แน่ใจ นอกจากเงิน ต้าเหลียงของเจ้าจะได้ผลประโยชน์ใดจากการเปิดเส้นทางการค้าระหว่างแคว้นหรือไม่?”
ฉินเฟิงยักไหล่ แล้วกล่าวว่า “ข้าสนใจแต่เงินเท่านั้น”
รับรู้ถึงความสงสัยของเฉินซือ ฉินเฟิงแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น… เรื่องนี้จะให้บอกเจ้าได้อย่างไร?
เพียงแค่เริ่มการค้าขาย ด้วยพื้นฐานทางการค้าที่อ่อนแอของเป่ยตี๋ไม่อาจเทียบได้กับต้าเหลียง
ไม่กี่ปีหลังจากนี้ เป่ยตี๋ก็จะต้องพึ่งพาต้าเหลียง
ถึงตอนนั้น ต้าเหลียงจะทำเงินได้มากมาย เสริมความแข็งแกร่งให้แนวป้องกันชายแดน ถ้าเป่ยตี๋ไม่ยอมอยู่เป็นสุข ก็ทำสงครามการค้าได้ทันที!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ