เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 702

บทที่ 702 คลื่นในอากาศ!

ดังคำกล่าวที่ว่า แต่ละคนย่อมมีความเชี่ยวชาญในสาขาของตน

ความสามารถทางด้านการทหารของเฉินซือไม่ต้องสงสัย แต่ในด้านการเมือง เขาสู้หานอวี้ไม่ได้

ทำนองเดียวกัน แม้หานอวี้จะเชี่ยวชาญทางการเมือง แต่ด้านการค้าขายก็ยังขาดประสบการณ์

จากสามเงื่อนไขที่ฉินเฟิงเสนอ สองข้อแรกเป็นกลยุทธ์เปิดเผย แต่ข้อที่สามเป็นหลุมพรางใหญ่

ส่วนเป่ยตี๋จะรู้ตัวเมื่อไหร่ ไม่ใช่เรื่องที่ฉินเฟิงต้องกังวล

เรื่องค่ายขาย เมื่อจมดิ่งลงไปแล้ว แม้เข้าใจถึงความยุ่งยาก ก็ทำได้แค่ดื่มยาพิษดับกระหาย

เฉินซือบอกเงื่อนไขทั้งสามข้อแก่หานอวี้

หานอวี้ลูบคางครุ่นคิด ตามความเข้าใจที่เขามีต่อฉินเฟิง ฉินเฟิงอยากให้เป่ยตี๋ตายยกเมือง ไหนเลยจะเสนอทางที่ให้ประโยชน์แก่เป่ยตี๋ได้

แต่…

แม้จะรู้ว่าต้องมีอุบายแฝงเร้น แต่ก็ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ความสงสัย

และไม่อาจปฏิเสธได้ว่า สามเงื่อนไขที่ฉินเฟิงเสนอนับเป็นทางออกที่ดีที่สุดของการเจรจาสันติภาพคราวนี้

หลังปรึกษาหารืออย่างเร่งด่วนของคณะทูตเป่ยตี๋ พวกเขาก็ลงความเห็นอย่างเป็นเอกฉันท์ ยอมรับเงื่อนไขของฉินเฟิง

กลับกันเป็นฉินเทียนหู่กังวล เขาดึงตัวฉินเฟิงไปด้านข้าง คิ้วขมวดแน่น ถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

“เฟิงเอ๋อร์ การเจรจาของเจ้ากลายเป็นหัวมังกรท้ายงูเช่นนี้ ข้าสับสนนัก”

“เริ่มมาเจ้าก็ใช้อำนาจกดดันอย่างหนัก บีบคณะทูตเป่ยตี๋จนไม่กล้าเงยหน้า ทั้งยังได้เปรียบด้วยการควบคุมหนึ่งมณฑลของเป่ยตี๋ไว้ในมือ”

“ไม่ว่าพวกเราจะเสนอเงื่อนไขอะไร เป่ยตี๋ก็ต้องยอมรับทั้งนั้น”

“ต่อให้…”

ฉินเทียนหู่กัดฟันพูด “ต่อให้เรายืนยันเรียกค่าปฏิกรรมสงครามสองร้อยล้านตำลึง เป่ยตี๋ ก็ต้อกัดฟันจ่ายจนได้”

ฉินเทียนหู่เฝ้าดูตลอดการเจรจา เขามั่นใจว่า เป่ยตี๋ไม่มีหมากใดเหลือในมือแล้ว

ต้าเหลียงจะควบคุมเป่ยตี๋อย่างไรก็ได้

แม้จะต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามสูงลิบ เป่ยตี๋ก็ไม่อาจแข็งข้อ

ค่าปฏิกรรมสงครามสองร้อยล้านตำลึง ไม่เพียงชดเชยความสูญเสียของต้าเหลียง ยังปลอบประโลมจิตใจประชาชน ยิ่งไปกว่านั้น สามารถทำให้เป่ยตี๋พ่ายแพ้ย่อยยับได้ ตกอยู่ในสภาวะยากลำบาก ไม่สามารถก่อภัยคุกคามใด ๆ ต่อต้าเหลียงได้อีก

แต่ขณะที่การเจรจากำลังจะบรรลุผลเช่นนั้น ฉินเฟิงกลับสละความได้เปรียบ ลดหย่อนค่าปฏิกรรมสงครามให้เป่ยตี๋ถึงเก้าสิบล้านตำลึงในคราวเดียว

ถ้าคำนวณจากสองร้อยล้านตำลึง ต้าเหลียงจะได้รับสิบเอ็ดล้านตำลึง

แต่ถ้าคำนวณตามที่คิดไว้แต่แรกคือหนึ่งร้อยห้าสิบล้านตำลึง ก็จะเหลือเพียงหกสิบล้าน ตำลึงเท่านั้น

สำหรับต้าเหลียง เท่ากับสูญเสียครั้งใหญ่

เผชิญหน้ากับคำถามของฉินเทียนหู่ ฉินเฟิงกลับยักไหล่ไม่ใส่ใจ แล้วกล่าวว่า “ข้าต้องการเพียงหกสิบล้านตำลึง แน่นอนว่าข้าไตร่ตรองถี่ถ้วนแล้ว”

“ท่านพ่อ มีปัญหาหนึ่งที่ท่านอาจมองข้ามไป”

“แม้เป่ยตี๋จะอยู่ภายใต้การปกครองของฮ่องเต้เป่ยตี๋ แต่ประชาชนกับราชวงศ์ต่างกัน”

“สำหรับประชาชนและขุนนาง ทั่วหล้าคือบ้าน บ้านเมืองเข้มแข็งประชาชนร่ำรวย พวกเขาย่อมต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของแคว้นเป็นอันดับแรก””

“แต่สำหรับราชวงศ์คือการปกครองแบบครอบครัว พวกเขาจะพิจารณาอำนาจการปกครองของตนเองเป็นอันดับแรก บนพื้นฐานนี้ ค่อยมุ่งมั่นบริหารบ้านเมือง”

“ถ้าพวกเราจะใช้ค่าปฏิกรรมสงครามทำให้เป่ยตี๋ถึงแก่ความตาย ก็จะเป็นการสั่นคลอนอำนาจการปกครองของฮ่องเต้เป่ยตี๋”

“ถึงตอนนั้น เพื่อรักษาอำนาจในมือ ฮ่องเต้เป่ยตี๋ย่อมสั่งต้องสู้จนถึงที่สุดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

บนใบหน้าฉินเฟิงประดับรอยยิ้มราวกับฟดูใบไม้ผลิ เพียงแต่แววตาเจ้าเล่ห์นัก

“เงินไม่ใช่สิ่งวิเศษสารพัดนึก แต่ถ้าไม่มีเงินก็ทำอะไรไม่ได้”

“ไม่ต้องพูดถึงสองร้อยล้านตำลึง แม้แต่หนึ่งร้อยห้าสิบล้านตำลึงก็เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาภายในของต้าเหลียงส่วนใหญ่แล้ว”

“เจรจาเอาเงินจำนวนนี้มาได้ แม้เหมือนสร้างผลงาน แต่ความจริงเป็นใบประหาร”

“เมื่อไหร่ที่ฮ่องเต้ต้าเหลียงได้เงินจำนวนนี้แล้ว ความกังวลใจที่เคยมีก็จะหายไป ถึงตอนนั้นก็มีเวลาจะจัดการตระกูลฉินแล้ว?”

“กระต่ายม้วยย่างสุนัข วิหคสิ้นเกาทัณฑ์ซ่อน สำหรับฮ่องเต้นี่เป็นการกระทำพื้นฐาน ขอเพียงแค่รักษาอำนาจไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็นฮ่องเต้พระองค์ใด ย่อมไม่ไว้หน้าแม้แต่ญาติมิตร!”

ฉินเฟิงพยายามช่วยให้ต้าเหลียงได้ผลประโยชน์สูงสุดเท่าที่จะทำได้ แต่ก็ต้องทิ้ง ‘หางเล็ก ๆ’ ไว้อย่างพอเหมาะพอดี

หางเล็ก ๆ ที่เพียงพอจะทำให้ฮ่องเต้ต้าเหลียงเสียสมาธิ

ขั้นแรกจึงอุบายสำหรับภายนอก ขั้นที่สองคือสำหรับภายใน

ฉินเทียนหู่มองฉินเฟิง แววตามีความปลื้มใจอยู่หลายส่วน

“เฟิงเอ๋อร์ วิธีของเจ้า แม้แต่พ่อก็คิดไม่ได้”

“แม้จะไม่รู้ว่าเจ้าไปเรียนรู้มาจากที่ใด แต่ข้าเชื่อมั่น ตราบใดมีเจ้าอยู่ ตระกูลฉินของเราจะรุ่งโรจน์แน่นอน”

“หกสิบล้านตำลึงเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายทางทหารและการซ่อมแซมเสริมความแข็งแกร่งให้ป้อมปราการในแนวหน้าเท่านั้น”

“อย่างน้อยสิบล้านตำลึงจะไหลไปยังชายแดนเหนือ”

“ส่วนเรื่องการเมืองและความเป็นอยู่ของประชาชนยังต้องการเงินอีกมาก หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องคลักจากคลังหลวง ปัญหายากนี้ คงทำให้ฝ่าบาทต้องปวดพระเศียรอยู่พักใหญ่ทีเดียว…”

พอพูดถึงตรงนี้ ฉินเทียนหู่ก็ตระหนักถึงบางอย่าง ดวงตาเขาพลันเบิกกว้าง ถามอย่างไม่อยากเชื่อ “หรือเจ้ายังมีขั้นที่สาม?!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ