บทที่ 705 ตกใจจนตกน้ำ
เดิมทีการทหารเป็นส่วนขยายทางการเมือง แต่ฉินเฟิงกลับทำตรงข้าม เขาเริ่มจากวางรากฐานที่ชายแดนเหนือจนมั่นคง แล้วอาศัยกองกำลังทหารทางชายแดนเหนือ สร้างอิทธิพลทางการเมืองในราชสำนักเมืองหลวง
จากนั้นควบคุมขุนนางจากภายในสู่ภายนอก
ใช้กลุ่มขุนนางกลืนกินกองทัพมังกรซ่อนพยัคฆ์และกองทหารรักษาการณ์ในกรมกลาโหม สองกองกำลังใหญ่ของวังหลวง
แม้เขาจะไม่มีตำแหน่งขุนนางใด ๆ เลย แม้แต่ตำแหน่งนายอำเภอ ขุนนางขั้นเก้าที่เคยมีก็ถูกปลดออก ให้หลินฉวีฉีรับตำแหน่งแทน ตอนนี้มีเพียงตำแหน่ง ‘จางเล่อป๋อ’ แต่กลับควบคุมอำนาจทางทหารและการเมืองได้
ฮ่องเต้แคว้นเหลียงทำได้แค่มองอำนาจของฉินเฟิงที่ค่อย ๆ เพิ่มพูน ไม่สามารถทำอะไรได้
แม้จะรับสั่งห้ามผู้ใดพูดถึงเรื่องนี้ แต่ข่าวที่ฉินเฟิงสังหารองครักษ์หลวงก็แพร่สะพัดไปทั่วพระราชวังต้องห้าม
“องค์ชายเจ็ด องค์ชาย เกิดเรื่องร้ายแรงแล้ว”
“เจ้าฉินเฟิงบ้าไปแล้ว!”
เสี่ยวจั๋วจื่อหน้าตาแตกตื่น วิ่งกระหืดกระหอบมาที่โรงดอกไม้ทิศตะวันตก พอหลี่ยงยังนั่งเฉย ตกปลาอยู่ริมสระ เขาก็ร้อนใจจนอกจะแตกแล้ว
“องค์ชาย ฉินเฟิงกำลังมาวังหลัง พระองค์ควรหลบหรือไม่”
หลี่ยงหัวเราะออกมา
“ที่นี่คือวังหลัง และข้าเป็นองค์ชาย ไยต้องหลบจ่างเล่อป๋อตัวน้อย ๆ ถ้าเรื่องนี้แพร่สะพัดไป ผู้คนคงได้หัวเราะเยาะแล้วกระมัง?”
“เจ้าบอกว่าฉินเฟิงเสียสติไปแล้ว? ฮ่ะฮ่า เขาคงไม่ได้ก่อเรื่องวุ่นอะไรอีกกระมัง?”
หลี่ยงส่ายหน้าระอาใจ เมื่อครู่เขาเพิ่งรู้ข่าวการเจรจาสันติภาพที่จบลงด้วยชัยชนะของต้าเหลียง
ถึงฉินเฟิงจะไม่ใช่ผู้นำการเจรจาสงบศึก แต่ก็เป็นคนสำคัญ ความดีความชอบย่อมตกอยู่ที่เขา
ทว่า…เพิ่งสร้างคุณูปการ ไม่ทันก้าวออกจากพระราชวังก็ก่อเรื่องแล้วหรือ?
สมกับเป็นฉินเฟิง ไม่เปลี่ยนเลยสักนิด
เสี่ยวจั๋วจื่อเห็นหลี่ยงยังสงบ ก็ได้แต่ยกมือเช็ดเหงื่อเย็นเม็ดโตบนหน้าผาก
“องค์ชาย คราวนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย”
“พอฉินเฟิงเพิ่งลุกจากโต๊ะเจรจา เขาก็ฆ่าองครักษ์หลวงต่อหน้าธารกำนัลเชียวนะพ่ะย่ะค่ะ”
หลี่ยงที่เมื่อครู่ยังนิ่งเฉยพลันขึงขัง
ฆ่าองครักษ์หลวง? นับแต่ก่อตั้งแคว้นต้าเหลียง เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในรัชสมัยก่อน
ผู้ก่อเหตุคือแม่ทัพผู้หนึ่งที่มีนิสัยดุดัน อาศัยว่าสร้างความชอบที่ชายแดน ทำตัวยโสโอหังขัดแย้งกับองครักษ์หลวง จนลงมือสังหารองครักษ์หลวงเพราะความโกรธ
ผลลัพธ์ย่อมคาดเดาได้
การฆ่าองครักษ์หลวงก็เท่ากับเป็นกบฏ ฮ่องเต้พระองค์ก่อนปลดบรรดาศักดิ์ทั้งหมดของแม่ทัพคนนั้น แล้วสั่งขังคุก ก่อนจะสั่งประหารชีวิตกลางถนนเป็นเยี่ยงอย่าง
หลังจากนั้นไม่นานก็มีการกวาดล้างของแม่ทัพสามตระกูลด้วยข้อหา ‘กบฏ’
วันนี้ การกระทำของฉินเฟิงไม่ต่างจากเหตุเมื่อครั้งอดีต แต่เขาก็แสดง ‘ผลสำเร็จ’ ให้เห็นอีกครั้ง แม้แต่หลี่ยงก็ยังต้องกังวล
ฉินเฟิงกับแม่ทัพใหญ่ในฮ่องเต้พระองค์ก่อนไม่อาจเทียบกันได้เลย
นอกจากความสำเร็จยิ่งใหญ่ ฉินเฟิงครองหมากสำคัญทางการเมืองและการทหาร การโจมตีฉินเฟิง ไม่ต่างกับการเตรียมพร้อมรับสงครามกลางเมือง
และตอนนี้ฉินเฟิงกำลังมาวังหลัง สังหารองครักษ์หลวง แต่ไม่รีบออกจากพระราชวังต้องห้าม ทั้งยังมุ่งหน้ามาวังหลัง หยิ่งผยองนัก
หลี่ยงวางคันเบ็ด แล้วหันไปมองเสี่ยวจั๋วจื่อ “ฉินเฟิงมายังวังหลังด้วยจุดประสงค์ใด?”
เสี่ยวจั๋วจื่อไม่กล้าลังเล รีบตอบ “ว่ากันว่าองค์หญิงใหญ่เรียกหาพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินเฟิงยืนเอามือไพล่หลัง เห็นขันทีรับพาหลี่ยงไป ก้หัวเราะออกมา
“สมแล้วที่เป็นองค์ชายเจ็ด”
“ข้าตั้งใจมาพบเขา เพื่อคุยเรื่องตำแหน่งมหาเสนากับไท่เป่า แต่เขาชิ่งตกน้ำไปเสียแล้ว ช่างบังเอิญจริง ๆ”
“ฮ่า ๆ ช่างเถอะ ๆ ในเมื่อองค์ชายเจ็ดประชวร ข้าย่อมไม่รบกวน”
จางซิวเย่ที่อยู่ข้าง ๆ หน้าซีดเผือด เขาแอบมองฉินเฟิง แววตาหวาดกลัว
จางซิวเย่อยู่ในพระราชวังมาครึ่งชีวิต ผ่านประสบการณ์น่าตื่นเต้นมานับไม่ถ้วน ทว่าไม่มีครั้งใดรุนแรงเท่าคราวนี้
ชายหนุ่มตรงหน้าฆ่าองครักษ์หลวงต่อหน้าธารกำนัล แล้วยังทำให้องค์ชายเจ็ดกระโดดน้ำหนี ราชวงศ์หลี่เห็นเขาก็ราวเห็นพยัคฆ์ร้าย
ฉินเฟิงพยักหน้าเบา ๆ ไม่ได้มองว่าหลี่ยงขี้ขลาดหรืออ่อนแอเลย เขากลับคิดว่า องค์ชายเจ็ดช่างฉลาดหลักแหลม ตัดสินใจทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองได้อย่างรวดเร็ว
ในอนาคต ถ้าเขาสืบทอดบัลลังก์ ย่อมสร้างความลำบากให้ฉินเฟิงไม่น้อยไปกว่าฮ่องเต้ต้าเหลียง
“ขันทีจาง เจ้าไม่ได้ว่าองค์หญิงใหญ่ประทับอยู่ที่โรงดอกไม้ทิศตะวันตกหรือหรือ? ไหนเล่า?”
ฉินเฟิงถาม น้ำเสียงติดจะไม่พอใจอยู่บ้าง เขายืนเอามือไพล่หลังพลางหรี่ตามองจางซิวเย่
จางซิวเย่แทบจะร้องไห้แล้ว… เขาบอกว่าองคืหญิงใหญ่อยู่โรงดอกไม้ทิศตะวันตกเมื่อไหร่กัน เป็นฉินเฟิงไม่ใช่หรือที่บอกว่า อยากมาดูสักหน่อย
ดีจริง ๆ ตอนนี้มาโยนความผิดให้เขาเสียแล้ว
จางซิวเย่กล้าโกรธแต่ไม่กล้าพูด ทำได้เพียงผายมือเชิญ: “นายน้อยฉิน องคืหญิงใหญ่อยู่ที่วัดกวนอิม เชิญท่านทางนี้ขอรับ”
ภายใต้การนำทางของจางซิวเย่ หลังเลี้ยวไปมาหลายครั้ง ก็มาถึงวัดใหญ่ในวังหลังที่งดงามและวิจิตร
หน้าทวารมีนางกำนัลยืนเฝ้าอยู่หลายคน พอเห็นฉินเฟิง พวกนางก็รีบก้มศีรษะลงพร้อมกัน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ