บทที่ 718 ปลายเข็มปะทะยอดข้าวสาลี
วาจาของหลี่ซวี่ช่างอาจหาญนัก
คนตาย? ผู้ได้บรรจุในโถงบรรพชนราชวงศ์หลี่เรียกว่าคนตายได้หรือ?
ถ้าเป็นในอดีต เพียงแค่คำเดียวของหลี่ซวี่ ก็สั่งลงโทษเขาได้แล้ว
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิม อำนาจของพลพรรคเถาหลินในราชสำนักมีมากจนแม้แต่ฮ่องเต้ต้าเหลียงยังต้องระมัดระวัง ได้แต่ทำเป็นไม่ได้ยิน
เถียนหยวนโซ่วถูกหลี่ซวี่ต่อว่าจนพูดไม่ออก ใบหน้าเดี๋ยวแดงเดี๋ยวขาว อยากจะตวาดว่าหลี่ซวี่ ตั้งข้อล่วงเกินเบื้องสูงใจจะขาด
แต่พอรับรู้ถึงสายตาดุดันของเหล่าขุนนางพลพรรคเถาหลินที่จ้องมองมา และขุนนางฝ่ายฮ่องเต้ก็ห้ามปราม เขาก็จำต้องล้มเลิกความตั้งใจไป
“ใต้เท้าหลี่ ข้าเป็นกั๋วซือผู้ดูแลโถงบรรพชนราชวงศ์หลี่และพิธีทางศาสนา รวมถึงพิธีกรรมทั้งหมด ทุกสิ่งที่ข้าทำล้วนทำเพื่อราชบัลลังก์และแผ่นดินต้าเหลียง ให้บ้านเมืองสงบสุขและประชาราษฎร์อยู่เย็นเป็นสุข”
“ข้าย่อมมีสิทธิ์เสนอความคิดเห็นต่อราชกิจแผ่นดิน”
ผู้บัญชาการสำนักไท่ฉางแค่นเสียงเบา ๆ “ฮึ ใต้เท้าเถียนย่อมสามารถเสนอความคิดเห็นได้ และเจ้าก็ได้เสนอไปแล้ว เพียงแต่ไม่ได้รับการยอมรับ ท่านยังมีอะไรจะพูดอีกหรือไม่?”
สีหน้าเถียนหยวนโซ่วดำทะมึน “ไม่ได้รับการยอมรับ? ฝ่าบาทยังไม่ได้ตรัสอะไรสักคำ ท่านก็ปากเร็วเสียแล้ว!”
พอได้ยินแบบนี้ ผู้บัญชาการสำนักไท่ฉางก็ไม่พูดพล่าม หันไปคำนับฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียง แล้วทูลถาม “ฝ่าบาททรงคิดเห็นเช่นไรพ่ะย่ะค่ะ?”
นับแต่ขึ้นครองราชย์ นี่เป็นครั้งแรกที่ฮ่องเต้ต้าเหลียงถูกเหล่าขุนนางบีบคั้น แม้จะไม่คุ้นชิน แต่ก็ต้องฝืนปรับตัว
เสนาบดีกรมกลาโหม เสนาบดีกรมคลัง เสนาบดีกรมขุนนาง ทั้งสามคนเป็นแกนนำของพลพรรคเถาหลิน นับว่าสามจากหกกรมเป็นของพลพรรคเถาหลิน
ไหนจะยังมีผู้บัญชาการสำนักไท่ฉาง เสนาบดีสำนักศึกษาหลวง ผู้บัญชาการสูงสุดกองทัพมังกรซ่อนพยัคฆ์
รวมไปถึงหย่งอันโหวกับหนิงกั๋วกง
เบื้องหลังที่ไม่อยู่ตรงนี้ก็คือกองทัพของฉินเฟิง กองทัพทั้งหมดของชายแดนเหนือ
การทหาร การคลัง การแต่งตั้งขุนนาง การเมือง ระเบียบวินัย ตำแหน่งขุนนาง กระทั่งชื่อเสียงในหมู่ประชาชน… ทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมของพลพรรคเถาหลิน
เหล่าขุนนางและแม่ทัพเหล่านี้รวมกันเป็นหนึ่งเดียว ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงไม่อาจลงโทษผู้ใดได้
ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงค่อย ๆ หลับพระเนตร ผ่านไปนานถึงได้ถอนหายใจยาว แล้วตรัสออกมา “ใต้เท้าเถียนมีเจตนาดี เพียงการใช้เวลาเกือบครึ่งปีในการเสนอชื่อมหาเสนากับไท่เป่านับว่านานเกินไป”
เถียนหยวนโซ่วรู้ดีว่า ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงถูกกดดัน เลยจำต้องประนีประนอม
ตอนนี้ ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงไม่มีวิธีที่จะปฏิเสธพลพรรคเถาหลินได้ อย่างน้อยก็ขาดเหตุผลอันสมควร
เถียนหยวนโซ่วรีบขยิบตา ส่งสัญญาณให้หม่าโม่ที่อยู่ด้านหลัง
หม่าโม่เข้าใจความหมาย ก้าวออกมาข้างหน้า ประสานมือคำนับ “ฝ่าบาท กระหม่อมเห็นว่า ตำแหน่งมหาเสนากับไท่เป่าไม่ใช่ว่าจะแต่งตั้งไม่ได้”
“แต่ไม่ควรแต่งตั้งคนจากพรรคเถาหลินเป็นอันขาด”
“เพียงแค่ตอนนี้พลพรรคเถาหลินก็มีอำนาจล้นฟ้า ถ้าได้ตำแหน่งมหาเสนากับไท่เป่าไป เกรงว่าทั้งราชสำนักจะไม่มีผู้ใดถ่วงดุลอำนาจพวกเขาได้อีกแล้ว”
“ถ้าพลพรรคเถาหลินต้องการแย่งชิงตำแหน่งมหาเสนาหรือไท่เป่า ก็ต้องแลกด้วยตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพมังกรซ่อนพยัคฆ์!”
หมาโม่ไม่เกรงใจ พูดออกมาอย่างที่คิดตรง ๆ ทิ้งคำว่า ‘บ้านเมือง’ ที่เป็นเพียงคำสวยหรู แล้วเปลี่ยนการแต่งตั้งตำแหน่ง ให้เป็นการแย่งชิงอำนาจอย่างไม่อ้อมค้อน
เมื่อฝ่ายฮ่องเต้ไม่รักษาหน้า พลพรรคเถาหลินก็แสดงออกอย่างชัดเจน
ท่านผู้บัญชาการใหญ่ตวาดเสียงดัง “คิดจะถอดถอนอำนาจทางทหารของข้าหรือ? ช่างทะเยอทะยานเสียจริง!”
“เฮ่อ ๆ ฝันไปเถอะ!”
ถ้าไม่ใช่เพราะขุนนางฝ่ายฮ่องเต้มีอำนาจน้อยเกินไป ไม่อาจต่อกรกับพลพรรคเถาหลินได้ หม่าโม่จะกล้าเสี่ยงแบกรับข้อหากบฏ ออกหน้าแรงเช่นนี้หรือ?
พอเห็นมาโม่หวั่นใจ อู๋เหมี่ยนก็รีบไล่ต้อน ชี้นิ้วสองนิ้วไปที่มาโม่ แล้วกล่าวเสียงกร้าว “แม่ทัพหม่า ถ้าเจ้ากล้าแทรกแซงราชกินการเมืองอีก ข้าจะฟ้องร้องเจ้า!”
“ข้าอยากรู้นัก ใครจะถูกถอดอำนาจทางการทหารก่อนกัน!”
หม่าโม่ไม่กล่าวคำใดอีก รีบถอยหลังกลับเข้าไปในแถว เขาจะเสียอำนาจทางการทหารไปไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นกองกำลังฝ่ายฮ่องเต้ในเมืองหลวงก้จะลดลง ส่งผลกระทบใหญ่
ถ้าถูกตั้งข้อหาแทรกแซงการเมืองในราชสำนัก พลพรรคเถาหลินจะต้องกระพือเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ บีบให้เขาส่งมอบอำนาจอย่างไม่ต้องสงสัย
เมื่อเป็นเช่นนั้น เป็นไปไม่ได้ที่หม่าโม่จะย่อมจำนนง่าย ๆ แล้วฉินเฟิงที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังพลพรรคเถาหลินก็ต้องยกทัพบุกโจมตีที่มั่นค่ายตะวันออกเพื่อปราบปราม
ถึงตอนนั้น ค่ายตะวันตกก็ไม่ไม่อาจยกทัพมาช่วยได้แล้ว เพราะพลพรรคเถาหลินอ้างว่าเป็นการปราบกบฏ มีเหตุผลอันชอบธรรม หากค่ายตะวันตกบังอาจยกทัพมาช่วย ก็เท่ากับช่วยเหลือคนชั่ว กลายเป็นกบฏไม่ต่างกัน
ฝ่ายฮ่องเต้ก่อกบฏเสียเอง? คำกล่าวนี้เป็นไปได้หรือไร?
ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ไม่มีความหวังใด ๆ อีกต่อไปแล้ว อำนาจของพรรคฮ่องเต้ในราชสำนักไม่อาจต่อสู้กับพลพรรคเถาหลินได้เลย
ถ้าหลี่ยงกับราชครูเข้าร่วมในศึกชิงอำนาจคราวนี้ด้วย บางทีอาจพอมีโอกาสอยู่บ้าง
น่าเสียดายที่หลี่ยงกับราชครูรู้เอาตัวรอดนัก ไม่ยอมเสี่ยงพัวพัน
ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงกำลังจะยอมแพ้แล้ว ตอนนั้นเอง น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้น
“ข้าเห็นว่า การแต่งตั้งตำแหน่งมหาเสนากับไท่เป่าจำเป็นต้องเลือกคนตามความสามารถและเป็นคนที่มีคุณธรรม ไม่ใช่ดูว่าใครมีอำนาจมาก ตำแหน่งสูง แล้วจะแต่งตั้งตามอำเภอใจได้!”
“หากเป็นเช่นนั้น แท้จริงแล้วแคว้นต้าเหลียงนี้เป็นของแซ่หลี่หรือแซ่ฉินกันแน่?!”
ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียง จ้องมองชายวัยกลางคนที่ก้าวออกมา ดวงตาเปล่งประกาย ในที่สุดขุนนางผู้ซื่อสัตย์ที่วางตัวเป็นกลางก็ออกหน้าแล้ว!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ