บทที่ 745 ผู้ทรยศหรือวีรบุรุษ
เปลือกขวาฮ่องเต้เป่ยตี๋กระตุกยิก ในใจผุดลางสังหรณ์
มาถึงตั้งแต่ยี่สิบวันก่อนเรียกคณะทูตปลอบขวัญหรือ? ชัดเจนว่าเร่งเดินทัพ
ความเร็วขนาดนี้ เว้นแต่ฉินเฟิงจะเดินตัวเปล่า ไม่ได้นำ ‘ของกำนัล’ ใด ๆ มา พอออกจากเมืองหลวงต้าเหลียงก็ควบม้ามุ่งหน้าสู่ชายแดนแล้ว
ปัญหาอยู่ที่ว่า ไยฉินเฟิงรีบร้อนเช่นนี้?
ฮ่องเต้เป่ยตี๋ตระหนักได้ทันที ฉินเฟิงตั้งใจจะสร้างความวุ่นวายครั้งใหญ่ก่อนเข้าสู่เมืองหลวงเป่ยตี๋!
ตอนนี้สถานการณ์ระหว่างสองแคว้นเริ่มผ่อนคลาย สิ่งเดียวที่จะดึงดูดความสนใจของฉินเฟิงได้ก็คือฐานที่มั่นเดียวของเป่ยตี๋ที่แนวหน้าทางใต้ เทือกเขาสยงอิง!
“เจ้าสารเลวฉินเฟิงโหดร้ายนัก ถ้าเทือกเขาสยงอิงถูกโจมตีแตก เป่ยตี๋จะไม่มีป้อมปราการหน้าด่านที่จะพึ่งพาได้อีกแล้ว!”
“ถ่ายทอดคำสั่งเจิ้น ส่งกองพลพญาอินทรี ไม่สิ! กองพลพญาอินทรีอยู่ไกลเกินไป ส่งกองพลหมาป่าเหมันต์ไปยังเทือกเขาสยงอิง ไม่ว่าต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ต้องทำลายกองทัพของฉินเฟิง ปกป้องเทือกเขาสยงอิงไว้ให้ได้!”
ขณะที่ฮ่องเต้เป่ยตี๋กำลังออกคำสั่ง ขันทีน้อยก็รีบร้อนเข้ามาพร้อม ‘สารด่วนที่สุด’ ทางทหาร
พอเห็นขันทีน้อย หัวใจฮ่องเต้เป่ยตี๋กระตุกวูบ
“ทูลฝ่าบาท เทือกเขาสยงอิงส่งรายงานทหารฉุกเฉิน ขอฝ่าบาทมีพระราชโองการส่งทหารไปช่วยเหลือโดยด่วนพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้เป่ยตี๋รับจดหมายมา ฉีกสองสามครั้ง พอเห็นเนื้อความในจดหมายก็ซวนเซถอยหลัง ดวงตาเบิดกว้างด้วยความตกตะลึง
“หลี่อวี้เรื่องสังหารฉินเฟิง…ยกเลิก”
ฮ่องเต้เป่ยตี๋ค่อย ๆ หลับตาลง แล้วผ่อนลมหานใจอย่างอ่อนแรง “เรื่องส่งกำลังทหารไปสมทบเทือกเขาสยงอิง…สายเกินไปแล้ว”
ฮ่องเต้เป่ยตี๋ส่งจดหมายให้หลี่อวี้
หลี่อวี้รับมาแล้วรีบกวาดสายตาอ่าน แล้วดวงตาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ
“อะไรกัน?! ไยเทือกเขาสยงอิงส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือเร็วเพียงนี้?! เทือกเขาสยงอิงเป็นป้อมปราการเพียงแห่งเดียวที่แนวหน้าชายแดนใต้ของเป่ยตี๋ มีเหล่าทหารผ่านศึกร้อยสมรภูมิเกือบแปดพันคนประจำการณ์ อย่าว่าแต่กองทัพเล็ก ๆ ของฉินเฟิง ต่อให้กองทัพใหญ่ต้าเหลียงมาล้อมโจมตีก็ยังต้านทานได้อย่างน้อยหนึ่งปีครึ่ง!”
“ฝ่าบาท นี่มัน…”
หลี่อวี้ต่อสู้กับแคว้นต้าเหลียงทั้งในที่ลับและเปิดเผยมาหลายปี ยังไม่เคยเห็นผู้ใดใช้กำลังทหารได้คล่องแคล่วเช่นนี้มาก่อน ต้องไม่ลืมว่าฉินเฟิงต้องรุกโจมตีป้อมปราการ
ถึงฉินเฟิงจะเก่งกาจ หรือต่อให้เป็นเทพสงครามกลับชาติมาเกิด เผชิญหน้ากับป้อมปราการเทือกเขาสยงอิงที่แข็งแกร่งดั่งถังเหล็กก็ไม่น่าจะทำให้เทือกเขาสยงอิงเสียท่าในเวลาเพียงยี่สิบวันได้ไม่ใช่หรือ…น่าเหลือเชื่อเกินไป!
เทือกเขาสยงอิงส่งรายงานด่วนถึงเมืองหลวงเป่ยตี๋ต้องใช้เวลาสองวัน
ถ้าฮ่องเต้มีพระบัญชาส่งกองกำลังไปสมทบเทือกเขาสยงอิงตอนนี้ นับตั้งแต่ออกคำสั่งจนกองพลหมาป่าเหมันต์เดินทางไปถึงต้องใช้เวลาอย่างน้อยสิบวัน
ตามสถานการณ์ปัจจุบันของเทือกเขาสยงอิง รอจนกองพลหมาป่าเหมันต์ไปถึงจุดหมาย เกรงว่าทุกอย่างจะสายเกินไปแล้ว
ตอนนี้ ‘ซางโจว’ กลายเป็นเขตกันชนไปแล้ว มีทหารสอดแนมของต้าเหลียงเพ่นพ่าน ถ้าความเคลื่อนไหวของกองพลหมาป่าเหมันต์ถูกเปิดเผยมีโอกาสสูงที่ฉินเฟิงจะซุ่มโจมตี ถึงตอนนั้นจะเสียทั้งคนเสียทั้งทรัพย์
เมื่อทุกอย่างสายไปแล้ว ก็จำต้องตัดสินใจให้เด็ดขาดเลือกทางที่เสียหายน้อยกว่า ละทิ้งเทือกเขาสยงอิง
หลี่อวี้ยังจ้องเนื้อหาในจดหมายอย่างเอาเป็นเอาตาย เสียงเย็นกล่าวขึ้น “ฝ่าบาท แม้ช่วยเทือกเขาสยงอิงไม่ได้ แต่ขุนพลกบฏลวี่ฉือรวมถึงผู้ทรยศทั้งหมดที่สามารถสืบสวนได้ควรถูกไล่ล่าจนถึงที่สุด ไม่อย่างนั้นถ้าทุกคนเอาเยี่ยง เป่ยตี๋ย่อมไม่มีที่ยืน?!”
“แม่ทัพกบฏหลู่ฉือพร้อมผู้ใต้บัญชาย้ายเข้าสู่เขตดินแดนแคว้นต้าเหลียงโดยไม่ได้ปิดบังชื่อแซ่ หลบเลี่ยงการไล่ล่าของหน่วยนกฮูกราตรี แต่กลับนำทัพกบฏสองพันคนตั้งค่ายอยู่ที่เมืองซางโจว! อีกทั้งยังยกธงใหญ่สนับสนุนราชวงศ์เป่ยตี๋ที่ชอบธรรม หมายความว่า มีเรื่องผิดปกติ!”
หลี่อวี้ขมวดคิ้วครุ่นคิด สนับสนุนราชวงศ์ชอบธรรม?! ถ้าลองคิดถึงท่าทีของฮ่องเต้เป่ยตี๋เมื่อครู่ก็พอคาดเดาได้
เห็นได้ชัดว่า หลู่ฉือไม่ได้แค่ทรยศ แต่ยังทำข้อตกลงลับกับฉินเฟิงด้วย!
ถ้าข้าสังหารครอบครัวของหลู่ฉืออย่างไม่ไตร่ตรองคงเกิดความวุ่นวายไม่น้อยกระมัง?
หลี่อวี้ข่มความโกรธ “แม่ทัพเฉิน ตามความเห็นของท่าน เราควรทำอย่างไรต่อ?”
เฉินซือมีแผนในใจอยู่แล้วจึงตอบตรง ๆ “อยู่นิ่งดีกว่าเคลื่อนไหว ก่อนฉินเฟิงจะมาถึงเมืองหลวงไม่ควรมีการเคลื่อนไหวใหญ่ใด ๆ”
“ขอเพียงฉินเฟิงมาถึงเมืองหลวง พวกเราก็จะรับมือกับทุกสถานการณ์ได้”
หลี่อวี้เข้าใจ อดนึกชื่นชมไม่ได้ สมแล้วที่เฉินซือคู่ปรับที่หักเหลี่ยมกับฉินเฟิงได้ มองทะลุถึงจุดสำคัญในพริบตา แค่ฉินเฟิงเข้าสู่เมืองหลวงเป่ยตี๋ ต่อให้ฉินเฟิงเก่งกาจก็ไม่อาจรอดพ้นจากเป่ยตี๋ได้!
“แม่ทัพเฉิน เรื่องรับมือกับฉินเฟิงต้องรบกวนท่านแล้ว!”
หลี่อวี้ประสานหมัดคำนับ สายตาเเคารพยำเกรงอย่างยิ่ง “หน่วยนกฮูกราตรีของข้าจะสนับสนุนการตัดสินใจทุกอย่างของแม่ทัพเฉินอย่างเต็มที่!”
ช่วงเวลาเดียวกันนี้ บนกำแพงเมืองเทือกเขาสยงอิง สีหน้าหม่าถิงอวิ๋นชัดเจนว่ากังวล นับตั้งแต่หลู่ฉือนำทหารสองพันคนหนีทัพแปรพักตร์ ขวัญกำลังใจที่เดิมก็สั่นคลอนอยู่แล้วก็พังทหลาย
นอกจากองครักษ์ส่วนตัวของหม่าถิงอวิ๋น ทหารรักษาการณ์ที่เหลือล้วนหมดกำลังใจ
ถ้าฉินเฟิงยกทัพใหญ่โจมตีตอนนี้ หม่าถิงอวิ๋นก็ไม่มั่นใจแล้วว่าจะรักษาเทือกเขาสยงอิงไว้ได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ