บทที่ 747 การจลาจลภายในของกองกำลังป้องกัน
ทหารไม่อาจอยู่ในป้อมปราการที่น่าสยดสยองได้อีกแล้ว ไม่อย่างคงได้เสียสติบ้าคลั่งหรือก่อกบฏกันหมด
หลี่โฉวคว้าแขนเสื้อของหม่าถิงอวิ๋นไว้ อยากจะพูดแต่ก็ลังเล แต่สุดท้ายก็รวบรวมความกล้ากล่าวว่า “ท่านแม่ทัพ ไม่เช่นนั้น…พวกเราจะยอมจำนนดีไหม”
หม่าถิงอวิ๋นมองหลี่โฉวอย่างไม่อยากเชื่อ “จำนน? ทหารหาญแห่งเป่ยตี๋ของข้า แม้จะถูกบดขยี้จนแหลกก็ไม่เคยยอมจำนนโดยสมัครใจมาก่อน! แม้จะตายก็ยังไว้ชื่อที่ดี ถ้ายอมจำนนจะถูกประชาชนถ่มน้ำลายรด”
หลี่โฉวคิดดีแล้วและเขาตัดสินใจที่จะกล่าวตรง ๆ “จนถึงตอนนี้ไม่เห็นกองกำลังสนับสนุน ชัดเจนว่าถูกราชสำนักทอดทิ้ง! เมื่อราชสำนักเห็นความตายแล้วไม่ช่วย พวกเราก็ต้องหาทางออกไม่ใช่หรือ? อีกอย่างฉินเฟิงไม่ฆ่าเชลย เพียงพวกเราเปิดประตูเมือง ทุกอย่างจะจบลงด้วยดี!”
“ท่านแม่ทัพ ถ้านี่เป็นเมือง ๆ หนึ่งและฉินเฟิงโหดร้าย พวกเราย่อมสู้จนหยดเลือดสุดท้ายเพื่อปกป้องประชาชน แต่…ที่นี่เป็นเพียงป้อมปราการทางทหาร”
“หากแม่ทัพกังวลว่าหลังยอมจำนนจะถูกราชสำนักลงโทษก็อย่าได้ลังเลที่จะจำนนต่อฉินเฟิงเลย!”
หม่าถิงอวิ๋นโกรธจัด คว้าคอเสื้อของหลี่โฉว ทำท่าจะผลักคนทรยศลงจากกำแพงเมือง
“บังอาจ! จำนนต่อแม่ทัพต้าเหลียงก็เท่ากับทรยศบ้านเมือง!”
“ข้าหม่าถิงอวิ๋น แม้จะถูกสับเป็นชิ้น ๆ หรือถูกรมด้วยกลิ่นเหม็นเน่าจนตาย ข้าก็จะไม่มีวันทรยศเป่ยตี๋!”
หลี่โฉวกัดฟันแน่น แล้วกล่าวว่า “ผู้เข้าใจสถานการณ์คือวีรบุรุษ หากแม่ทัพยังดื้อรั้น…”
หลี่โฉวโบกมือ ทหารองครักษ์ที่คอยอยู่แล้วเดินเข้ามาจับตัวหม่าถิงอวิ๋น แล้วกดลงกับพื้น ไม่กี่อึดใจก็ทักเขาเรียบร้อย
หม่าถิงอวิ๋นตกตะลึง เขาไม่เคยคิดฝันว่าวันหนึ่งที่ปรึกษาทางทหารที่เขายกย่องและไว้ใจ กับทหารองครักษ์ข้างกายจะทรยศโดยไม่ลังเล
หม่าถิงอวิ๋นกำลังจะตวาดด้วยความโกรธ แต่หัวหน้าทหารองครักษ์พูดขึ้นก่อน
“ท่านแม่ทัพ พวกข้าเองก็ถูกสถานการณ์บีบบังคับ อยู่ที่นี่ก็ตาย เมืองแตกก็ตาย ถ้าต้องสละชีพ ตายอย่างห้าวหาญก็ไม่เป็นไร แต่การตายเช่นนี้น่าอับอายนัก”
ธนูที่ยิงออกไปแล้วไม่มีทางหวนกลับ หลี่โฉวไม่ลังเลอีกต่อไป สั่งเอาตัวหม่าถิงอวิ๋นไปที่ประตูเมือง แล้วส่งทหารส่งสารไปแสดงเจตจำนงที่จะจำนนต่อฉินเฟิง
เมื่อเห็นทหารส่งสารวิ่งออกจากป้อมปราการเทือกเขาสยงอิง ฉินเฟิงถอนหายใจโล่งอก
“ในที่สุดสงครามยืดเยื้อก็จบลงแล้ว”
หนิงหู่ที่อยู่ข้าง ๆ มองทหารส่งสารที่วิ่งตรงมายังค่ายหน้าก็ตระหนักได้ เขาไม่อยากจะเชื่อจริง ๆ
“ทหารในป้อมยอมแพ้แล้วหรือ?!”
พูดเองตกใจเอง
นับตั้งแต่ติดตามฉินเฟิง หนิงหู่ยังจำไม่ได้แล้วว่าเขาผ่านการรบดุเดือดมากี่ครั้ง แต่ที่รู้ ๆ การรบทั้งหมดที่ผ่านมารวมกันก็ไม่น่าตกใจเท่าวันนี้!
ไม่ถึงหนึ่งเดือน ฉินเฟิงพิชิตป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่สุดของแนวหน้าเป่ยตี๋ได้สำเร็จ!
นอกจากตอนแรกที่หลู่ฉือนำกองทหารม้าบุกโจมตีเพื่อชิงศพเลยทำให้ต้าเหลียงเกิดการสูญเสียบ้าง หลังจากนั้นก็ไม่มีเหตุร้ายอีก เรียกได้ว่า สงครามประสาทไม่สูญเสียกำลังทหารแม้แต่คนเดียวก็ว่าได้
หนิงหู่ที่ผ่านสงครามมาไม่น้อยราวกับถูกพลิกมุมมอง
“พี่ฉิน ท่านเป็นอัจฉริยะชัด ๆ”
“ท่านยึดเทือกเขาสยงอิงได้จริง ๆ ถ้าหลี่จางรู้อัตราการสูญเสียของพวกเรา เขาคงไม่เชื่อเป็นแน่!”
แต่ฉินเฟิงกลับชื่นชอบหลี่โฉวผู้นี้นัก ถ้าไม่ใช่หลี่โฉวคิดต่างจากหม่าถิงอวิ๋น การยอมจำนนจะง่ายดายได้อย่างไร?
ฉินเฟิงแย้มยิ้มพลางส่งสัญญาณให้ทหารส่งสารไม่ต้องกังวล “เจ้ากลับเข้าเมืองไปบอกหลี่โฉวเถอะ ให้นำทัพออกมาได้เลย ข้าฉินเฟิงพูดคำไหนคำนั้น ผู้ใดยอมจำนนด้วยใจจริง จะได้รับการปฏิบัติอย่างดี”
ทหารส่งสารโล่งอก กระโดดขึ้นหลังม้าวิ่งกลับเข้าเมืองไป
เพียงเวลาหนึ่งก้านธูป หลี่โฉวก็นำทหารรักษาการณ์สี่พันแปดร้อยคนออกมาจากประตูเมือง
จะว่าเดินก็ไม่ใช่ จะว่าวิ่งก็ไม่เชิง พูดให้ถูกต้องคือหนีออกมา!
ตอนนี้ทั้งป้อมปราการไม่สามารถอยู่อาศัยได้แล้ว กลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่ว
ทหารรักษาการณ์ซุกตัวอยู่ในป้อมปราการมานาน ทั้งตัวถูกรมกลิ่นรมควัน แม้อยู่ห่างไกล ก็ยังได้กลิ่นเห็นเน่ามาจากพวกเขา ฉินเฟิงขมวดคิ้ว
หนิงหู่เป็นคนตรงไปตรงมา พอได้กลิ่นเหม็นก็โบกมือ ตะโกนเสียงดัง “อย่าเข้ามาใกล้ ๆ ยืนอยู่ตรงนั้นแหละ พอแล้ว”
หลี่โฉวอับอายอยู่บ้าง แต่ยามนี้ชีวิตสำคัญกว่าศักดิ์ศรี เขาจึงหยุดทัพอยู่ห่าง ๆ แล้วประสานมือคำนับ “ข้า หลี่โฉว ที่ปรึกษาทางทหารของผู้บัญชาการป้อมปราการเมืองเขาสยงอิง นำทหารรักษาการณ์ทั้งเมืองมาแสดงจำนงขอยอมจำนนต่อท่านโหวฉินแคว้นต้าเหลียง”
พอพูดจบ หลี่โชวก็คุกเข่าก้มศีรษะ แสดงความจริงใจ จากนั้นก็โบกมือสั่งให้ทหารคนสนิทนำตัวหม่าถิงอวิ๋นที่ถูกมัดแน่นหนามาส่ง
พอเห็นสีหน้าหม่าถิงอวิ๋นที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ฉินเฟิงก็หายใจยาวพลางพึมพำ “ภายในป้อมเทือกเขาสยงอิงยังมีชายชาติทหารอยู่บ้าง”
“หม่าถิงอวิ๋น ดังคำกล่าวที่ว่าผู้รู้สถานการณ์คือวีรบุรุษ ถ้าเจ้ายอมยกธงขาวต่อต้าเหลียงของข้า ข้าฉินเฟิงรับรองด้วยเกียรติ จะให้การปฏิบัติอย่างดีที่สุดต่อเจ้าอย่างแน่นอน”
หม่าถิงอวิ๋นถ่มน้ำลาย ตวาดเสียงเกรี้ยงอย่างไม่ลังเล “ฝันไปเถอะ! ข้าขอตายเสียยังดีกว่า!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ