บทที่ 748 ยังมีกลยุทธ์แบบนี้ด้วยหรือ?
ฉินเฟิงแสดงความจริงใจมากพอแล้ว ในเมื่อหม่าถินอวิ๋นไม่เข้าใจสถานการณ์ ฉินเฟิงก็ไม่ลังเล เขาโบกมือ “เช่นนั้นก็ไปส่งแม่ทัพหม่าเถิด!”
แม้เขาจะเป็นนายพลที่มีความอดทน วิสัยทัศน์ทางทหารไม่แย่ ยอมตายไม่ยอมจำนน เป็นคนแบบที่ฉินเฟิงชื่นชม แต่ในฐานะศัตรู การปล่อยเขาไว้จะกลายเป็นภัยต่อต้าเหลียง
ไม่สู้ฆ่าเขาเสียตั้งแต่ตอนนี้เถิด
หม่าถินอวิ๋นถูกคุมตัวไป ไม่นานทหารที่รับหน้าที่เพชฌฆาตก็กลับมาพร้อมดาบเปื้อนเลือด
“ท่านโหวชิน หม่าถินอวิ๋นถูกตัดศีรษะแล้ว ท่านต้องการตรวจหรือไม่?”
ฉินเฟิงหัวเราะเบา ๆ “แน่นอนว่าข้าต้องดู!”
ทหารนำศีรษะของหม่าถินอวิ๋นกลับมา พอเห็นใบหน้าของหม่าถินอวิ๋นที่ยังไม่ยอมจำนนแม้จะสิ้นใจไปแล้ว ฉินเฟิงก็พยักหน้าชื่นชม “ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ เป่ยตี๋มีแม่ทัพที่ดีอยู่ไม่น้อย”
“นำร่างและศีรษะของหม่าถินอวิ๋นไปฝัง เลือกที่ดินอุดมสมบูรณ์นอกเมืองเทือกเขาสยงอิง ฝังอย่างสมเกียรติ”
“เขาตายเพื่อเทือกเขาสยงอิง แม้ไม่อาจกลับบ้านเกิด ก็ควรได้อยู่ในแนวรบที่ปกป้องจึงจะนับว่าได้จบชีวิตอย่างมีค่า”
หลี่โฉวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามทั้งหวาดกลัวและเศร้าใจ
เขารู้จักหม่าถิงอวิ๋นดี หม่าถิงอวิ๋นไม่มีทางยอมจำนน ก่อนเกลี่ยกล่อมเขาเลยเตรียมคนไว้ก่อน แล้วจัดการคุมตัวหม่าถิงอวิ๋นเอาไว้เพื่อขอความเมตตาจากฉินเฟิง กระนั้นฉินเฟิงก็ไม่ได้คิดสังหารทันที ยังแสดงไมตรีให้ น่าเสียดาย… นิสัยของหม่าถิงอวิ๋นเด็ดเดี่ยวเกินไป สุดท้ายก็หนีความตายไม่พ้น
ยิ่งไปกว่านั้น การตัดสินใจอย่างเฉียบขาดของฉินเฟิง ทำให้เขาหวั่นกลัวนัก
เขาคิดว่าฉินเฟิงเป็นนายน้อยที่ไม่ชอบการฆ่าฟัง แต่จริง ๆ แล้วเขากลับเป็นยมทูต ใบหน้ายังประดับรอยยิ้มสดใสราวฤดูใบไม้ผลิ แต่มือกัลสังหารหม่าถิงอวิ๋นแล้ว
แพ้ให้คนเช่นนี้ก็ไม่นับว่าน่าอับอาย
ช่วงเวลาเดียวกัน
ที่ว่าการอำเภอเป่ยซี
หลี่จางกำลังศึกษาภูมิประเทศของเทือกเขาสยงอิงและโครงสร้างของป้อมปราการอย่างละเอียด แต่ยิ่งศึกษาก็ยิ่งสับสน ยิ่งมองก็ยิ่งสิ้นหวัง
“เทือกเขาสยงอิงเป็นป้อมปราการเหล็กจริง ๆ แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะทำลายด้วยการล้อมเมือง และรถยิงที่พี่ฉินสร้าง แม้ทำลายอาคารและสิ่งปลูกสร้างภายในป้อมได้ แต่ก็เท่านั้น แทบไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อป้อมเลย”
“ทหารในเมืองแค่อาศัยที่กำบังก็ได้แล้ว”
“ท่านนายอำเภอ พี่ฉินประกาศว่าจะยึดเทือกเขาสยงอิงภายในหนึ่งเดือน แต่ข้าคิดอย่างไรก็ไม่เห็นความเป็นไปได้เลย”
หลี่จางถอนหายใจ เบนสายตาจากแผนที่ไปยังหลินฉวีฉีที่กำลังจิบชาอย่างสบายอารมณ์อยู่หลังโต๊ะ
เห็นสีหน้าของหลินฉวีฉีไม่มีความกังวล หลี่จางอดแปลกใจไม่ได้
“นายอำเภอหลิน ท่านไม่กังวลเลยหรือ?”
เผชิญกับคำถามของหลี่จาง หลินฉวีฉีตอบโดยไม่ต้องคิด “มีอะไรให้กังวล? ฉินเฟิงบอกว่าสามารถยึดเทือกเขาสยงอิงได้ ก็ต้องทำได้แน่นอน”
หลินฉวีฉีไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ต่อคำพูดและความสามารถทางทหารของฉินเฟิง อีกทั้งหลินฉวีฉีเป็นบัณฑิต ไม่เชี่ยวชาญเรื่องการทหาร ยิ่งไม่มีคุณสมบัติที่จะวิพากษ์วิจารณ์เรื่องทางทหาร เขาคิดว่าตนเองเพียงแค่ต้องเชื่อมั่นในตัวฉินเฟิงอย่างไม่มีเงื่อนไขก็พอ
ส่วนข้อสงสัยต่าง ๆ ของหลี่จางที่มีต่อฉินเฟิงไม่ใช่เพราะสงสัยในตัวฉินเฟิง แต่ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ เขาตระหนักดีถึงความยากลำบากของการรบต้องต้องรุกตีป้อมปราการ
หลี่จางถอนหายใจ “พูดถึงความสามารถทางทหาร ชาตินี้ข้าเคารพนับถือเพียงพี่ฉินผู้เดียว แต่การยึดเทือกเขาสยงอิงภายในหนึ่งเดือน น่าเหลือเชื่อเกินไป…”
“แต่การโจมตีจากรอบนอกในหนึ่งเดือนนี้ก็ไม่ได้ไร้ความหมาย ขอเพียงบั่นทอดกำลังและการป้องกันของเทือกเขาสยงอิงได้ ก็นับเป็นการปูทางสำหรับการโจมตีเมืองในอนาคต”
ขณะที่หลี่จางคิดว่าการยึดเทือกเขาสยงอิงภายในหนึ่งเดือนไม่มีหวัง สวีโม่ก็วิ่งเข้ามาด้วยความตื่นเต้น
การยึดป้อมปราการที่ต้องแลกด้วยการสูญเสียครั้งใหญ่…ได้ไม่คุ้มเสีย
สวีโม่รับรู้ถึงสายตาหนักอึ้งของหลี่จาง เขายิ่งหัวเราะชอบใจ “ฮ่า ๆๆ ตายหรือ? ก็มีตายไปบ้างจริง ๆ เดิมหลี่ฉือนำกองทหารม้าออกโจมตีปะทะกับพลธนูของค่ายหน้า มีคนตายเกือบร้อยคน แต่เรื่องนี้…ท่านก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ?”
หลี่จางจิ๊ปาก แล้วถามอย่างร้อนใจ “ข้าถามถึงการโจมตีคราวนี้ ตายไปกี่คน เจ้าอย่ามาพูดเรื่องเก่า!”
สวีโม่ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ “ไม่มีตายสักคน”
หา?!
ด้วยความตกใจสุดขีด หลี่จางเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง จ้องมองสวีโม่ตาแทบถลน
“เจ้าคนแซ่สวีนี่ เจ้าเล่นลิ้นปลิ้นปล้อนกับข้าหรือ?”
“โจมตีเทือกเขาสยงอิงอย่างหนัก เป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่มีการบาดเจ็บล้มตาย?!”
สวีโม่ไม่สลดสักนิดทั้งยังยิ้มกว้างขึ้นอีก “แล้วใครบอกว่ามีการโจมตีใหญ่?”
“ฮ่า ๆๆๆ ซื่อจื่อ ข้าจะเล่าแล้ว ๆ พี่ฉินไม่ได้ส่งทหารบุกโจมตีป้อมปราการอย่างหนัก แค่ใช้อุบายเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ทำให้ทหารรักษาการณ์ป้อมปราการเทือกเขาสยงอิงทั้งหมดคลั่งแล้ว”
หลี่จางขมวดคิ้วแน่น “อุบายเล็ก ๆ น้อย ๆ…?”
สวีโม่ภูมิใจราวกับว่าเขานำทัพอยู่แนวหน้าในศึกนี้ “ฮ่า ๆ ซากศพยั่วยุ ไฟและหินทำลายภายในเมือง”
“แล้วก็อย่างที่รู้ น้ำดื่มของทหารรักษาการณ์เป่ยตี๋มีจำกัด พวกเขาไม่ย่อมกล้าใช้น้ำล้างสิ่งสกปรก พี่ฉินก็โยนสิ่งปฏิกูลของเน่าเหม็นเข้าไปทั้งวันทั้งคืน”
หลี่จางเหมือนกำลังฟังตำราสวรรค์ ใต้หล้านี้…ยังมีกลยุทธ์เช่นนี้ด้วยหรือ?!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ