เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 750

บทที่ 750 ยึดรังนกกางเขน

พอได้ยินคำพูดของฉินเฉิงซื่อ จิ่งเชียนอิ่งหน้าแดงก่ำ หลายครั้งที่นางอยากจะอธิบายว่าตนเองไม่ได้อ่อนแอเหมือนที่มารดากล่าว แต่พอคำพูดมาถึงปากก็กลืนกลับลงไป สุดท้ายก็ได้แต่พยักหน้าครางรับเสียงเบา “เจ้าค่ะ”

พอได้รู้กลยุทธ์ที่ฉินเฟิงใช้โจมตีเทือกเขาสยงอิง ทั้งเรือนหลังที่เงียบเหงาก็ถูกเติมเต็มด้วยเสียงหัวเราะ

เสิ่นชิงฉือยิ้มเต็มใบหน้า ส่ายหน้าพลางพึมพำ “เฟิงเอ๋อร์ช่างมีความคิดแปลก ๆ ได้ตลอดจริง ๆ ถึงกับคิดวิธีแบบนี้ออกมาได้ ข้าก็ไม่รู้ว่าในสมองของเขามีอะไรอยู่กันแน่”

ฉินเฉิงซื่อกลั้นขำพลางพูดว่า “เจ้าเด็กสารเลวช่างคิดอุบาย ถึงกับเก็บอุจจาระ… ชาตินี้ข้าจะได้เห็นความสง่างามของเขาหรือไม่”

แม้ปากฉินเฉิงซื่อจะตำหนิ แต่ในใจและดวงตากลับเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ฉินเฟิงยึดเทือกเขาสยงอิงได้นับว่าเป็นวีรกรรมยิ่งใหญ่

“เชียนอิ่ง ตามแผนเดิม ยามนี้คณะทูตควรจะถึงชายแดน ดังนั้นหลังยึดเทือกเขาสยงอิงได้แล้ว เฟิงเอ๋อร์คงไม่ย้อยกลับมา แต่มุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงเป่ยตี๋เลย”

“เจ้าไปเก็บข้าวของ ติดตามเฟิงเอ๋อร์ไปเถิด”

จิ่งเชียนอิ่งยินดีนัก นางพยักหน้าอย่างแรง แล้วรีบเข้าไปเก็บข้าวของ ไม่อยากเสียเวลาแม้แต่น้อย

เสิ่นชิงฉือที่อยู่ข้าง ๆ อิจฉานัก นางเองก็คิดถึงเจ้าเด็กตัวแสบเหมือนกัน แต่เมื่อพิจารณาว่าการเดินทางไปเป่ยตี๋อาจมีอันตราย และนางเองก็ไม่สามารถแบกของหนักได้ ถ้านางไปย่อมกลายเป็นภาระ เลยได้แต่ล้มเลิกความคิด

ข่าวที่ฉินเฟิงยึดเทือกเขาสยงอิงได้แพร่กระจายไปทั่วชายแดนเหนืออย่างรวดเร็ว

แม่ทัพใหญ่กองทหารชายแดนที่กำลังสนทนากับหมิงอ๋องอยู่ พอได้ยินข่าวก็ตกตะลึงตาค้าง

“อะไรกัน? เร็วถึงเพียงนี้!”

“ข้าจำได้ว่าเมื่อราวสิบกว่าปีก่อน เป่ยตี๋รุกรานชายแดนบ่อยครั้ง กองทัพชายแดนเหนือเคยบุกโจมตีเทือกเขาสยงอิงอย่างฉับพลันครั้งหนึ่ง ส่งทหารไปทั้งหมดสี่พันคน ไม่ถึงครึ่งวันก็พ่ายแพ้ยับเยิน เหลือรอดกลับมาเพียงพันกว่าคนเท่านั้น นับแต่นั้นมา ไม่ว่าผู้ใดจะขึ้นคุมกองกำลังชายแดนเหนือก็ไม่เคยคิดบุกเทือกเขาสยงอิงอีก”

“ฉินเฟิงยึดเทือกเขาสยงอิงได้นับว่าเหลือเชื่อแล้ว แต่กลับมีเรื่องเหลือเชื่อกว่าคือเขาทำได้ในเวลาไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ!”

“หมิงอ๋อง โหวฉินคงไม่ใช่เทพสงครามกลับชาติมาเกิดจริง ๆ ตามคำเล่าลือกระมัง?”

หมิงอ๋องก็ไม่อยากเชื่อเช่นกัน เขามองหน้าแม่ทัพใหญ่ และเพื่อยืนยันให้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หมิงอ๋องจึงสั่งให้ทหารส่งสารเล่าเรื่องราวทั้งหมดโดยละเอียด

เมื่อทราบถึงกลยุทธ์ของฉินเฟิง แม่ทัพใหญ่ก็ส่ายหน้า “การรบแบบสิ้นเปลืองเช่นนี้ คงมีแต่ฉินเฟิงที่ทำได้”

แม่ทัพใหญ่กองทหารชายแดนคัดค้านทันที “ไม่ใช่การรบแบบสิ้นเปลืองเสียทีเดียว”

“แม้ในช่วงแรกฉินเฟิงจะทุ่มทรัพยากรมหาศาล ทั้งไม้สร้างรถยิงหิน หอนแกะสลักกลม รวมถึงการขนศพและน้ำมันที่ต้องเสียเงินไม่น้อย”

“แต่ช่วงหลัง สิ่งที่โยนเข้าไปในป้อมปราการล้วนเป็นของเสียที่เกิดขึ้นในค่ายทหารทุกวัน ทั้งอุจจาระและเศษอาหาร”

“เมื่อคำนวณอย่างละเอียดแล้ว สงครามคราวนี้ไม่นับว่าสิ้นเปลืองมากนัก ค่าใช้จ่ายหลักทั้งหมดอยู่ที่อาหารและเครื่องนุ่งห่มของทหารและม้า”

หนิงหู่ขมวดคิ้ว ถ้าเป็นเขาที่ต้องปกป้องเมืองคงจะเอาหัวโขกกำแพงตายไปก่อนแล้ว

แม้ฉินเฟิงจะถูกกลิ่นรบกวนจนมึนงง แต่ในใจกลับยินดี ป้อมปราการที่พร้อมใช้งานแห่งนี้อยู่ในสภาพ ‘พร้อมเข้าอยู่’ อีกทั้งกองทัพชายแดนใต้ของเป่ยตี๋ก็ถูกกวาดล้างไปเกือบหมดแล้ว ยึดครองป้อมปราการนี้ได้ เท่ากับยึดรังนกกางเขน*[1] เป็นเสี้ยนหนามคอยแทงหลังเป่ยตี๋!

ส่วนความ ‘ยุ่งเหยิง’ ภายในป้อมปราการไม่นับว่าเป็นปัญหา

อย่างมากก็แค่ใช้จ้างคนงานแข็งแรงจากอำเภอเป่ยซีมาทำความสะอาดให้เรียบร้อย แล้วค่อยซ่อมแซมสักหน่อย เท่านี้ก็นำมาใช้งานได้แล้ว

พูดถึงที่สุดแล้ว แม้แต่ฉินเฟิงเองก็ไม่คาดคิดว่า เป่ยตี๋จะละทิ้งเทือกเขาสยงอิงโดยไม่ลังเล

ตอนนี้คิดดูแล้วคงเป็นเพราะเขาสนับสนุนหลู่ฉือ ชูธงสนับสนุนราชวงศ์ที่ชอบธรรมของเป่ยตี๋ เลยสั่นคลอนจิตใจที่อ่อนไหวของฮ่องเต้เป่ยตี๋เข้า

เพื่อรักษาอำนาจ ฮ่องเต้เป่ยตี๋ไม่กล้าเคลื่อนไหวบุ่มบ่าม ทำให้ฉินเฟิงได้เปรียบ

อีกทั้งยังเป็นการพิสูจน์โดยอ้อมว่า สถานะของจิ่งเชียนอิ่ง ‘สูงส่ง’ เพียงใด

การเดินทางเยือนเป่ยตี๋คราวนี้คงมีอะไรให้ทำมากทีเดียว!

[1] ยึดรังนกกางเขน (占鹊巢) เป็นสำนวนจีน หมายถึง การใช้กำลังยึดสถานที่ของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง ยึดที่อยู่อาศัยคนอื่นมาแล้วเข้าไปอยู่แทน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ