บทที่ 752 ความลับของตระกูลฉิน
ฉินเฟิงลูบจมูก มองหนิงที่หู่ยืนข้าง ๆ และกำลังหัวเราะ ก็ยกขาเตะไปทีหนึ่ง พลางพูดอย่างหงุดหงิดว่า “เจ้าหัวเราะอะไรกัน! ตลกมากนักหรือ?”
หนิงหู่ซื่อตรงไม่รู้จักหลบหลีก เขาโดนเตะ แต่กลับยังยิ้มกว้างอย่างโง่เขลา “พี่ฉิน ท่านช่างแปลกจริง ๆ ตั้งแต่ต้าเหลียงไปจนถึงเป่ยตี๋ใครบ้างที่ไม่กลัวท่านจนตัวสั่น แต่ยอดฝีมือเช่นท่าน ทุกครั้งที่เจอคุณหนูทั้งสี่และคุณหนูตระกูลเซี่ยกลับเป็นเหมือนหนูเจอแมว”
“ฮ่า ๆๆ ไม่คิดเลยว่าคนอย่างี่ฉินจะมีจุดอ่อนด้วย”
พอได้ยินคำพูดนี้ เหล่าทหารที่อยู่ใกล้ ๆ ก็พากันหัวเราะลั่น พวกเขาลืมบางอย่างไป กลิ่นเหม็นจากป้อมปราการแทบจะทำให้ทุกคนอาเจียน
ฉินเฟิงเชิดหน้า ไม่อายสักนิด ทั้งยังภาคภูมิใจเสียอีก “พวกเจ้าจะเข้าใจอะไร นี่แหละคือลูกผู้ชาย!”
หนิงหู่ยิ้มกว้าง “ลูกผู้ชาย? พี่ฉิน ลูกผู้ชายที่แท้จริงคือผู้เป็นหัวหน้าครอบครัว ไม่จำเป็นต้องโกรธ เพียงแค่สายตาเดียว ทั้งบ้านก็ต้องเงียบกริบ”
ฉินเฟิงไม่เห็นด้วยกับคำพูดของหนิงหู่ “นั่นไม่ใช่ลูกผู้ชาย นั่นเรียกว่าขี้ข้าในบ้าน เก่งแต่ในบ้านไม่นับว่ามีสามารถ ออกมาข้างนอกแล้วยังเก่งถึงจะเรียกว่าความสามารถจริง หากภายนอกเก่งกาจ กลับบ้านแล้วอ่อนโยน จึงจะเรียกว่าลูกผู้ชายที่แท้จริง ลูกผู้ชายมีสองสองมือ มือขวามีไว้ถือดาบออกรบ และมือซ้ายมีไว้โอบกอดภรรยาและลูก ๆ”
“เฮ้อ พูดกับพวกเจ้าคนไร้คู่ไปก็ไม่เข้าใจ รอให้เจ้ามีคนรักเมื่อไรถึงจะเข้าใจความลำบากของข้า”
ทว่าหนิงหู่ก็มีความยึดมั่นของตัวเอง…ชาตินี้คนอย่างเขาจะไม่มีวันยอมถูกผู้หญิงครอบงำแน่นอน
การหยอกล้อก็แค่หยอกล้อ ไม่มีใครกล้าล้อเลียนฉินเฟิงจริง ๆ เพราะ…ฉินเฟิงอ่อนแอก็เฉพาะต่อหน้าครอบครัว หากเจอคนนอกพูดไม่เข้าหูอาจจะต้องตายโดยไม่รู้ตัวได้
“พี่ฉิน คุณหนูสี่มาที่นี่กะทันหันด้วยเหตุใด?”
หนิงหู่เลิกล้อเล่น ท่าทีจริงจังมาขึ้นขณะมองตามหลังจิ่งเชียนอิ่งที่ควบม้าไปลิบ ๆ แล้ว
ฉินเฟิงไม่รีบตอบ เขาโบกมือไล่เหล่าทหารไปทำงาน รอจนเหลือแค่เขากับหนิงหู่ เขาถึงได้ตอบคำถาม “เจ้าลืมข้อตกลงระหว่างข้ากับหลู่ฉือและหลี่โฉวไปแล้วหรือ?”
หนิงหู่ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว “ข้อตกลง? ไม่ใช่แค่มาตรการชั่วคราวหรอกหรือ?”
ตามความเข้าใจของหนิงหู่ ข้อตกลงที่ฉินเฟิงทำกับหลู่ฉือและหลี่โฉวเป็นหนทางลดค่าใช้จ่ายเท่านั้น
เดิมทีในสารชักชวนให้จำนนระบุว่าจะให้ค่าตอบแทนก้อนใหญ่ ถ้าจ่ายให้ตามสาร แน่นอนว่าต้องเสียทรัพย์มหศาลชนิดที่ว่า แค่คิดก็ไส้แห้งขนหัวลุก
ส่วนที่ฉินเฟิงอ้างว่าเป็นราชวงศ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายของเป่ยตี๋ข้างกายก็คงเป็นอุบายลวง
ก่อนหน้าแม้จะสังหารลูกชายของหลู่หลี และเจรจาดุเดือดบนโต๊ะ แต่สุดท้ายฝ่ายเป่ยตี๋ก็แค่ตกลงจะส่งองค์หญิงมาอภิเษกสมรส พร้อมกับส่งซื่อจื่อมาด้วย ซึ่งซื่อจื่อที่เป็นบุตรอ๋องไม่มีอำนาจยุ่งเกี่ยวกับราชบัลลังก์
แม้ทั้งองค์หญิงและซื่อจื่อจะเป็นพระญาติ สืบเชื้อสายราชวงศ์เป่ยตี๋ แต่ถ้าจะให้ขึ้นบัลลังก์ก็ห่างไกลจากคำว่าถูกต้องตามกฎหมายอยู่มาก
ยิ่งไปกว่านั้น เป่ยตี๋ยังไม่ได้ส่งมอบ ตอนนี้จะมาพูดถึงความชอบธรรมของอำนาจฮ่องเต้เป่ยตี๋ยังเร็วไป
รับรู้ถึงความสงสัยของหนิงหู่ ฉินเฟิงไม่พูดอ้อมค้อม เขาชี้ไปที่จิ่งเชียนอิ่งและกล่าวว่า “พี่หญิงสี่ของข้าคือราชวงศ์ที่แท้จริงของเป่ยตี๋!”
หนิงหู่ก็ชะงัก ผ่านไปนานกว่าจะได้สติ
สายตาที่มองฉินเฟิงเปลี่ยนไปมา เดี๋ยวอ้าปากเดี๋ยวหุบปาก แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจถาม กระนั้นเสียงที่เปล่งออกมากลับเบานัก นั่นก็เพราะความลับเช่นนี้น่าตกใจเกินไป
ฉินเฟิงหัวเราเบา ๆ แล้วตอบว่า “ฮึ หน่วยนกฮูกราตรีของเป่ยตี๋ในฐานะหน่วยลับอันดับหนึ่งในใต้หล้า ได้วางกำลังไว้มากมายในเมืองหลวงต้าเหลียง ทว่านั่นก็เป็นเพียงเหยื่อล่อเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ และปกป้องสายลับอันดับหนึ่งจริง ๆ สายลับอันกับหนึ่งที่เข้าถึงความลับสำคัญของต้าเหลียงได้ แท้จริงก็คือพวกสตรีที่ใช้วาจาและร่างกายหากินบนเรือสำราญทะเลสาบแสงจันทร์”
หนิงหู่เบิกตากว้าง ทะเลสาบแสงจันทร์เป็นหอโคมเขียวถูกกฎหมายและมีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลวง หนิงหู่ราวกับตาสว่างขึ้นมา
แม้ตอนกลางวันเหล่าขุนนางและผู้มีอำนาจจะไม่ไปยังสถานที่เช่นนั้น แต่พอตกกลางคืน กลับเปลี่ยนไปคนละด้าน
เรื่องขุนนางเที่ยวเตร่ยามค่ำคืน ฮ่องเต้แคว้นเหลียงก็ทรงหลับตาข้างลืมตาข้าง ด้วยทรงเห็นว่าปล่อยไว้ดีกว่าปิดกั้น ถ้าสั่งปิดทะเลสาบแสงจันทร์ ขุนนางและคนมีอำนาจเหล่านั้นก็อาจจะไปรังแกสามัญชนในที่ลับตาได้
ไม่คิดเลยว่าทะเลสาบแสงจันทร์ที่เต็มไปด้วยองครักษ์ชุดดำคอยสอดส่องกลับถูกหน่วยนกฮูกราตรีแทรกซึม
ที่ที่อันตรายที่สุด คือที่ที่ปลอดภัยที่สุดจริง ๆ
หนิงหู่พยายามสงบใจลง ทว่าน้ำเสียงยังคงหนักอึ้ง “พี่ฉิน เมื่อครู่ท่านบอกว่ามีคนในวังลักลอบติดต่อกับเป่ยตี๋?”
ฉินเฟิงพยักหน้า “แม้ยังไม่มีหลักฐานชัดเจน แต่เบื้องต้นคาดว่า เกี่ยวข้องกับฮองเฮา”
“ฮองเฮาที่อยู่ลึกในวังหลัง ท่าทีราวกับสตรีอ่อนแอ แต่ผู้ใดจะรู้ได้ว่ามีหมากสำคัญอยู่ในมือกี่มากน้อย”
“การส่งข่าวให้เป่ยตี๋คงเพื่อยั่วยุให้ฮ่องเต้เป่ยตี๋โกรธ ส่วนจุดประสงค์จริง ๆ คงอยากเห็นข้าตายบนแผ่นดินของเป่ยตี๋”
เหงื่อเย็นผุดเต็มแผ่นหลังหนิงหู่ ไม่คิดว่ายังไม่ทันได้เข้าเมืองหลวงเป่ยตี๋ ภัยร้ายก็มารอก่อนแล้ว
“พี่ฉิน คุณหนูสี่เป็นราชวงศ์เป่ยตี๋ก็จริง แต่ราชวงศ์ก็คือราชวงศ์ ทั้งยังเป็นสตรี เช่นนี้จะสั่นคลอนรากฐานของฮ่องเต้เป่ยตี๋ได้หรือ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ