บทที่ 754 ความวุ่นวายในมณฑลซางโจว
เฉินซือจ้องมองแผนที่ พร้อมกับพิจารณาข่าวกรองที่หน่วยนกฮูกราตรีเพิ่งส่งกลับมา เขาตระหนักได้ทันทีว่า การที่ฉินเฟิงสร้างความวุ่นวายในมณฑลซางโจว ไม่ใช่เพียงเพื่อสร้างเขตกันชนให้ต้าเหลียง
ถ้าซางโจวกลายเป็นเขตกันชน หมายความว่าท่าทีของฉินเฟิงคือ เน้นสันติภาพเป็นหลัก สงครามเป็นรอง เพราะเขตกันชนก็คือการข่มขู่ต่อแคว้นเป่ยตี๋ ทำให้เป๋ยตี๋ยากจะโจมตีแคว้นเหลียง ส่งเสริมสันติภาพระหว่างสองแคว้น
แต่ตอนนี้เฉินซือตระหนักว่า เขาประเมินเจตนาของฉินเฟิงผิดไป
หลี่อวี้ที่อยู่ข้าง ๆ ขมวดคิ้ว ถามด้วยเสียงทุ้มลึก “แม่ทัพเฉิน เมื่อครู่ท่านพูดว่าอะไรนะ? ซางโจวจะเกิดความวุ่นวาย? ซางโจวไม่ได้เสียไปแล้วหรอกหรือ จะมีเรื่องวุ่นวายหรือไม่วุ่นวายแล้วอย่างไร?”
สีหน้าของเฉินซือมืดครึ้ม เขาเดินไปมารอบโต๊ะ กระวนกระวายอย่างยิ่ง “หน่วยนกฮูกราตรีของเจ้าส่งข่าวมาว่า แม่ทัพหม่าถิงอวิ๋นที่ประจำการณ์เทือกเขาสยงอิงถูกฉินเฟิงสังหารแล้วไม่ใช่หรือ?”
“แรกเริ่มข้ายังคิดไม่ตก”
“ตามหลักแล้ว การยอมจำนนทั้งเมือง หม่าถิงอวิ๋นที่เป็นคนมีความสามารถย่อมได้รับการปฏิบัติอย่างดีจากฉินเฟิง แต่ทำไมเขาสังหารหม่าถิงอวิ๋นเล่า? ตอนนี้ข้าเพิ่งเข้าใจ!”
“หม่าถิงอวิ๋นเคยรับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยของหน่วยเคลื่อนไหวภายใต้การบังคับบัญชาของข้า ย้อนไปก่อนหน้านั้น เขาเคยติดตามจงหลิงบุกโจมตีแคว้นเหลียงหลายครั้ง ไม่เพียงแต่มีความรู้ทางทหารเป็นเลิศ แต่ยังเป็นคนแข็งแกร่ง จงรักภักดีต่อแคว้นเป่ยตี๋อย่างไม่มีข้อกังขา จากความเข้าใจของข้าที่มีต่อหม่าถิงอวิ๋น หากเขารู้ว่าไม่มีทางรักษาเมืองไว้ได้ เขาจะต้องนำทัพทั้งหมดออกจากเมืองไปสู้ตายกับฉินเฟิงอย่างแน่นอน”
“ฉินเฟิงสังหารหม่าถิงอวิ๋นเพราะกลัวบารมีของหม่าถิงอวิ๋นจะสูงเกินไป และในหมู่ทหารที่ยอมจำนนย่อมต้องมีผู้ที่จงรักภักดีต่อหม่าถิงอวิ๋นอยู่ไม่น้อย แต่จำยอมเพราะสถานการณ์บีบบังคับ ถ้าหม่าถิงอวิ๋นยกแขนร้องเรียก ผู้ที่ตอบรับย่อมมีจนนับไม่ถ้วน! ถึงตอนนั้น แผนชั่วของฉินเฟิงก็อาจสูญเปล่า”
หลี่อวี้ขมวดคิ้ว แม้เขาจะเป็นหัวหน้าหน่วยลับอันดับหนึ่งของแคว้นเป่ยตี๋ แต่ในด้านวิสัยทัศน์ทางการทหารยังห่างไกลจากเฉินซือมาก
หลี่อวี้ไม่อายที่จะถาม “แผนชั่วของฉินเฟิงคืออะไรหรือ? แล้วความวุ่นวายในซางโจวหมายความว่าอย่างไร?”
เฉินซือชี้ไปบนแผนที่ “หัวหน้าหลี่โปรดดู ที่นี่คือเทือกเขาสยงอิง คาดว่าฉินเฟิงจะต้องส่งทหารเข้ายึดครองเทือกเขาสยงอิงเพื่อใช้เป็นฐานที่มั่น คอยป้องกันด้านหน้า ทำให้กองทัพใหญ่ของพวกเราไม่อาจก้าวล่วงได้แม้แต่ก้าวเดียว ส่วนตรงนี้คือที่ตั้งค่ายของกบฏหลู่ฉือ”
“กองกำลังกบฏชูธงใหญ่สนับสนุนราชวงศ์ชอบธรรม พวกเขาตั้งค่ายอยู่ระหว่างเทือกเขาสยงอิงกับชายแดนเหนือของแคว้นเหลียง นับว่าอยู่อย่างปลอดภัยไร้กังวล”
“ส่วนกำลังทหารในซางโจว แม้ถูกกวาดล้างไปเกือบหมดแล้ว แต่ประชาชนยังอยู่ เมื่อถึงเวลา กบฏที่ยกสนับสนุนราชวงศ์ที่ชอบธรรมก็จะใช้ซางโจวเป็นจุดเริ่มต้น เกณฑ์ทหารซื้อม้า พัฒนาจนแข็งแกร่ง แล้วยกทัพขึ้นเหนือมา!”
ถ้าแค่หลู่ฉือกับหลี่โฉวที่ปรึกษาทางทหารหัวสุนัขเข้าไปด้วย เฉินซือก็คงไม่สนใจนัก
เพราะถึงพวกเขารวมตัวก็ไม่อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรได้
แต่ปัญหาอยู่ที่ฉินเฟิงแอบซ่อนตัวอยู่เบื้องหลัง คอยหนุนช่วยอยู่ตลอด กองกำลัวกบฏหลู่ฉือจะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ
หลี่อวี้เข้าใจความได้เปรียบเสียเปรียบแล้ว ดวงตาเขาเบิกกว้าง น้ำเสียงประหลาดใจเอ่ยขึ้น “ฉินเฟิงช่างเป็นกาลากิณีของพวกเราเป่ยตี้จริง!”
“หรือว่า แม้แต่การเจรจาสงบศึกก่อนหน้านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งในแผนของเขา? แม่ทัพเฉิน ใต้หล้านี้จะมีอัจฉริยะปีศาจเช่นนี้ด้วยหรือ?!”
ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม ฮ่องเต้เป่ยตี๋รับรู้เรื่องทั้งหมด โดยไม่ลังเลเขาออกคำสั่งให้ส่งกองพลหมาเหมันต์ไปปราบกบฏ
และก่อนที่หลี่อวี้จะจากไป ฮ่องเต้เป่ยตี๋ก็กล่าวน้ำเสียงหนักแน่น “ยังมีอีกเรื่อง ข้าแต่งตั้ง เฉินซือเป็นผู้บัญชาการสูงสุด ให้กองพลพญาอินทรีและกองพลหมาป่าเหมันต์อยู่ภายใต้การบัญชาของเขาทั้งหมด!”
มองตามหลี่อวี้ที่เดินออกไป ฮ่องเต้เป่ยตี๋หายใจเข้าลึก เขาเพิ่งเข้าใจว่าเหตุใดฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงผู้มีความสามารถยิ่งใหญ่ต้องหลีกเลี่ยงฉินเฟิงในทุก ๆ ด้าน การรับมือกับบุคคลที่มีปัญญาเหนือมนุษย์จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง มิเช่นนั้นก้าวพลาดเพียงครั้งก็อาจตายไม่มีที่ฝังศพได้
สองวันต่อมา เฉินโหมวแม่ทัพใหญ่กองพลหมาป่าเหมันต์ได้รับคำสั่งด่วนจากกรมกลาโหม
เฉินโหมวอ่านจดหมายสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะวางจดหมายลง แล้วอุ้มหมวกเกราะเดินออกไป สั่งการด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “สั่งกองพันที่สามเตรียมพร้อมปราบปรามกองกำลังกบฏให้สิ้นซาก!”
“ข้าจะนำทัพด้วยตนเอง ภายในหนึ่งคืนต้องเห็นผลแพ้ชนะ!”
กองพลหมาป่าเหมันต์นับเป็นกองกำลังทำสงครามไกล แตกต่างจากกองทัพทั่วไปอย่างสิ้นเชิง แค่จำนวนคนก็มีถึงหกพันคนแล้ว!
หนึ่งกองพลมีห้ากองพัน เพียงแค่กองพันที่สามก็มีทหารม้าถึงพันนาย เป็นจำนวนที่มากกว่ากองทัพส่วนใหญ่
ทหารส่งสารนำหน้าไปก่อน เฉินโหมวนำทหารองครักษ์กว่ายี่สิบคนออกจากค่ายใหญ่ ตามไปติด ๆ
กองพันที่สามเคลื่อนพลไปตั้งค่ายล่วงหน้าตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อน อยู่ห่างจากด่านเยี่ยนหนานที่หลู่ฉือตั้งค่ายอยู่ไม่ถึงร้อยลี้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ