เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 795

บทที่ 795 ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วหล้า

เมื่อเผชิญหน้ากับคำตำหนิของจิ่งฉือ หนิงหู่ชะงักการเคลื่อนไหวแล้วหันไปมองฉินเฟิง

ฉินเฟิงกลับยิ้มและมองจิ่งฉือ “หากต้องการปล่อยคุณชายหลี่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่… ข้าต้องถามให้แน่ชัดก่อนว่าเจ้ากำลังออกคำสั่งให้ข้าในฐานะอะไร?”

“หากเป็นในฐานะองค์หญิงแห่งแคว้นเป่ยตี๋ ข้าคงต้องขออภัยที่ไม่อาจทำตามได้ ข้าเป็นขุนนางตำแหน่งเทียนลู่โหวแห่งแคว้นเหลียง ข้าเคารพและชื่อฟังเพียงคำสั่งของขุนนางแคว้นเหลียงเท่านั้น มีเหตุผลใดที่ข้าต้องฟังคำสั่งของขุนนางต่างแดนเล่า?”

“แต่หากเป็นในฐานะขุนนางแคว้นเหลียงในอนาคต ข้าย่อมเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งอย่างแน่นอน”

คำพูดของฉินเฟิงเป็นดั่งดาบที่สะท้อนกลับ ทำให้จิ่งฉือถึงกับพูดไม่ออก

จิ่งฉือไม่ต้องการแต่งงานกับชายต่างแดนจากใจจริง อีกทั้งชีวิตของหลี่อวี่หังเพียงคนเดียว จะมาเปลี่ยนแปลงอนาคตของนางได้อย่างไร?

ขณะที่จิ่งฉือกำลังเงียบอยู่นั้น ฉีย่าที่อยู่ข้าง ๆ ก็รู้สึกโกรธแค้นขึ้นมา

“ฉินเฟิง เจ้าช่างไร้มารยาทนัก กล้าดีอย่างไรมาข่มขู่องค์หญิง!”

ฉินเฟิงเหลือบมองด้วยหางตา สายตาคมกริบจับจ้องไปที่ฉีย่า

เมื่อรู้สึกถึงสายตาลึกล้ำของฉินเฟิง ฉีย่าถึงกับรู้สึกหนาวสะท้านไปทั่วแผ่นหลัง นางติดตามองค์หญิงมาตั้งแต่เด็ก เป็นนางกำนัลคนสนิทของพระองค์ เพียงแค่ตำแหน่งนี้ก็เพียงพอจะทำให้นางเดินอย่างองอาจไปทั่วทั้งเป่ยตี๋แล้ว

แม้จะอยู่ในอาณาเขตของตนเอง แต่เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาคมกริบดุจเหยี่ยวของฉินเฟิง ฉีย่าก็ไม่อาจควบคุมความหวาดกลัวที่ผุดขึ้นในใจได้

แต่เพื่อปกป้องเจ้านายของนาง ฉีย่าก็ยังฝืนใจตวาดว่า “ฉินเฟิง ข้าเห็นวง่าท่านเสียสติไปแล้ว ถึงกับใช้สามัญชนคนหนึ่งมาข่มขู่องค์หญิง”

สายตาอันคมกล้าของฉินเฟิงพลันเปลี่ยนไป มันแฝงไปด้วยความเยาะเย้ย “เด็กน้อย เห็นแก่ที่เจ้าเป็นนางกำนัลคนสนิทขององค์หญิง ข้าจะละเว้นเจ้าสักครั้ง แต่จงจำไว้ให้ดีถึงฐานะของตน การลบหลู่ผู้อยู่เหนือกว่าเป็นความผิดที่ไม่อาจให้อภัยได้”

“อย่าว่าแต่เจ้าเลย แม้แต่ทั้งเป่ยตี๋ก็เป็นเพียงประเทศที่พ่ายแพ้สงคราม เมื่อเผชิญหน้ากับข้า ก็ต้องให้ความเคารพสามส่วน! ข้าไม่ได้เป็นตัวแทนของตัวข้าเองเท่านั้น แต่เป็นตัวแทนของทั้งแคว้นเหลียง!”

เมื่อพูดถึงตรงนี้ ฉินเฟิงก็ไม่สนใจฉีย่าที่หน้าซีดเผือดอีกต่อไป แต่หันไปมองจิ่งฉือที่สีหน้าแปรปรวนไม่แน่นอน

“องค์หญิงโปรดตอบข้า ท่านออกคำสั่งในฐานะอะไร?”

จิ่งฉือสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพราะไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อหน้าฉินเฟิง จึงตวาดเสียงแหลมว่า “ข้าคือองค์หญิงแห่งเป่ยตี๋!”

คำตอบนี้ทำให้ฉินเฟิงผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง

ทันใดนั้นเขาก็ไม่ลังเลอีกต่อไป ก่อนจะโบกมือเป็นสัญญาณ

หนิงหู่ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด เขาไม่สนใจสายตาโกรธแค้นของฝูงชนรอบข้าง ทั้งยังไม่สนใจว่าที่นี่คืออาณาเขตของเป่ยตี๋ เขาจำสิ่งเดียวเอาไว้ก็พอ นั่นคือถือคำสั่งของฉินเฟิงเป็นอำนาจสูงสุดที่ไม่อาจโต้แย้งได้

ภายใต้สายตาตกตะลึงของผู้คนทั้งหลาย หนิงหู่บีบปากของหลี่อวี่หังให้เปิดออก ชักมีดสั้นออกจากเอว แล้วกรีดอย่างไม่ไยดี

เลือดสาดกระเซ็น ลิ้นร่วงลงพื้น

หลี่อวี่หังกุมปากที่เลือดไหลทะลัก กลิ้งเกลือกไปมาด้วยความเจ็บปวด พร้อมส่งเสียงครางอู้อี้

จิ่งฉือไม่อาจเชื่อสายตาตนเอง ฉินเฟิงกล้าตัดลิ้นของหลี่อวี่หัง หรือพูดอีกนัยหนึ่งคือนักปราชญ์ผู้มีชื่อเสียงที่สุดแห่งเมืองอวี่ต่อหน้านางเช่นนี้

พึงรู้ไว้ว่าเมื่อครู่ฉินเฟิงยังได้รับความเคารพนับถือจากบรรดานักปราชญ์ที่มาร่วมงาน ทิ้งผลงานอันทรงคุณค่าไว้ให้ชื่อเสียงกระฉ่อนไปทั่วหล้า

ทว่าในพริบตา เขากลับแปรเปลี่ยนเป็นนักรบผู้กระหายเลือด ฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา

ความแตกต่างอันใหญ่หลวงนี้ แม้แต่จิ่งฉือก็อดตะลึงไม่ได้

หลังจากอึ้งไปชั่วครู่ จิ่งฉือก็โกรธจัดจนยากจะระงับ นางจ้องมองฉินเฟิงพลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “ฉินเฟิง การกระทำของเจ้าวันนี้ ข้ากับเจ้าไม่มีวันอยู่ใต้ฟ้าเดียวกันได้อีก!”

ฉินเฟิงซึ่งที่เคยให้ความเกรงใจต่อจิ่งฉือมาโดยตลอด บัดนี้ท่าทีของเขาแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

เมื่อจิ่งฉือไม่ยอมแต่งงานไปยังแคว้นเหลียง ก็ไม่มีความจำเป็นต้องสุภาพอีกต่อไป

ยามนี้ฉินเฟิงพลันเอ่ยถึงนาม ‘จิ่งอวี้ซู’ มันก็สร้างความสะเทือนใจให้แก่จิ่งฉือไม่น้อยเลยทีเดียว

จิ่งฉือจ้องมองฉินเฟิงอย่างงงงัน ในใจเต็มไปด้วยความประหลาดใจ “หรือว่าข่าวลือนั้นเป็นความจริง เจ้าสนิทสนมกับองค์หญิงใหญ่?”

องค์หญิงใหญ่?!

หึ!

ฉินเฟิงรู้สึกดูแคลนต่อคำเรียกขานนี้อย่างที่สุด จึงประกาศเสียงดังในทันทีว่า “จิ่งอวี้ซูมิใช่องค์หญิงใหญ่ แต่เป็นองค์หญิงแห่งเป่ยตี๋อย่างถูกต้อง!”

“ข้ายังสามารถบอกพวกเจ้าได้อีกว่า องค์หญิงของพวกเจ้าอยู่ที่ซางโจวนี่เอง และอีกไม่นานนางก็จะกลับคืนสู่ราชวงศ์เป่ยตี๋”

ข่าวสำคัญนี้สร้างความตื่นตระหนก ราวกับโยนก้อนหินลงในสระน้ำนิ่ง

ทุกคนในที่นั้น รวมถึงจิ่งฉือ ต่างสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความตกตะลึง

เมื่อทุกคนฟื้นจากความตกใจ ฉินเฟิงก็หันหลังจากไปโดยไม่แม้แต่จะเหลียวหลัง

จิ่งฉือมองแผ่นหลังของฉินเฟิง ขมวดคิ้วแน่น สายตาฉายแววสับสน นางเพิ่งเข้าใจว่าการปล่อยให้ฉินเฟิงเข้าเมืองอวี่นั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเพียงใด

เมืองอวี่ไม่เพียงเป็นเมืองอันดับหนึ่งด้านวัฒนธรรมของเป่ยตี๋ แต่ยังเป็นเมืองที่ข่าวสารแพร่สะพัดเร็วที่สุด ไม่นานข่าวสำคัญนี้ก็จะแพร่กระจายไปทั่วทั้งเป่ยตี๋

ฉินเฟิงฉวยโอกาสนี้ใช้แผนการอย่างแยบยล โดยอาศัยงานงานวรรณกรรมเผากำยานเพื่อดึงดูดความสนใจทั้งหมดของเมืองอวี่ แล้วจึงปล่อยข่าวสำคัญนี้ออกมา

ตั้งแต่แรกเริ่ม ทุกคนล้วนตกอยู่ในแผนการของฉินเฟิงทั้งสิ้น!

ข้างกายฉินเฟิงนั้น หนิงหู่ยิ้มกว้างพลางเอ่ยว่า “พี่ฉิน วิธีการของท่านช่างแยบยลยิ่งนัก”

“ด้วยชื่อเสียงของงานวรรณกรรมเผากำยาน ชื่อเสียงของคุณหนูสี่จะโด่งดังไปทั่วหล้าในพริบตา!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ