บทที่ 809 แคว้นมาก่อน ส่วนตัวมาทีหลัง
เหตุผลง่ายดาย อย่างน้อยพวกเหยี่ยวยังคำนึงถึงผลได้ผลเสีย หากความสูญเสียมากเกินไป พวกเขาย่อมไม่ลงมือ
ส่วนคนบ้าย่อมไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา เป้าหมายของพวกเขามีเพียงอย่างเดียวคือฆ่าฉินเฟิง ส่วนจะต้องจ่ายด้วยอะไร ราคาเท่าใด พวกเขาไม่สนใจ
คนบ้าในเป่ยตี๋มีไม่น้อย จากเหตุการณ์ที่ประตูเมืองในวันนี้ ที่เหล่าข้าราชบริพารและประชาชนลุกขึ้นด้วยความโกรธแค้น ก็สามารถมองเห็นได้บ้างแล้ว
แต่ฉินเฟิงก็ได้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดไว้แล้ว
หลังเวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป การจัดการอย่างเร่งรีบก็เสร็จสิ้น จุดพักม้าพร้อมให้เข้าพัก
ฉินเฟิงไม่พูดพร่ำทำเพลง สั่งให้หลิ่วหมิงไล่คนทั้งหมดทั้งในและนอกจุดพักม้าออกไป แล้วให้ตรวจค้นทั้งภายในและภายนอกจุดพักม้าอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีทางลับหรือห้องลับ จึงจะวางใจเข้าพัก
“หนิงหู่ เจ้าออกจากเมือง จัดการเรื่องพี่น้องที่ตั้งค่ายอยู่นอกเมืองให้เรียบร้อย จำไว้ อย่าก่อความขัดแย้งใด ๆ กับทหารรักษาการณ์เมืองหลวงของเป่ยตี๋เด็ดขาด”
“ยิ่งมีความขัดแย้งมาก ฝ่ายตรงข้ามก็จะจับตาพวกเรามาก”
“ส่วนการให้พวกพ้องเข้าเมือง อย่าคิดถึงเลย ที่นี่เป็นเมืองหลวง ใต้ฝ่าพระบาทของโอรสสวรรค์ของเป่ยตี๋ ถึงแม้จะเอาดาบจ่อคอ พวกเขาก็ไม่มีทางอนุญาตให้กองทัพภายนอกเข้ามาได้”
“เจ้าลองติดต่อกับทางกรมกลาโหมดูก้แล้วกัน พยายามนำคนเข้ามาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน”
หนิงหู่พยักหน้ารับ แล้วหมุนตัวจากไป
ฉินเฟิงเรียกหลิ่วหมิงมาตรงหน้า แล้วสั่งการต่อ
“ที่นี่เป็นอาณาเขตของเป่ยตี๋ หากพวกเราประมาทอาจถึงขั้นตายไม่รู้ตัว”
“ทั้งภายในและภายนอกจุดพักม้านี้ พวกเจ้าจับตาดูให้ดี อย่าให้สายลับใด ๆ แทรกซึมเข้ามาได้ ส่วนร้านค้ารอบ ๆ ไม่จำเป็นต้องสอดส่อง”
“คาดว่าตอนนี้ รอบ ๆ จุดพักม้า คงมีหน่วยนกฮูกราตรีและพวกหน่วยสอดแนมอยู่นับไม่ถ้วนแล้ว พวกเรามีคนน้อย แม้จะส่งคนออกไปก็ไร้ประโยชน์”
“แค่รักษาจุดพักม้าให้ดี ทุกอย่างจะราบรื่นเอง”
“ยังมีอีกเรื่อง พวกเรามาเป่ยตี๋คราวนี้คงไม่ได้จากไปในเร็ววัน เจ้าพาคนไปหาที่ดี ๆ ในจุดพักม้า อย่าให้พี่น้องว่างงาน ให้เริ่มขุดอุโมงค์ใต้ดินเสีย”
หลิ่วหมิงรู้ดีว่าฉินเฟิงคิดทำสิ่งต่าง ๆ ล้วนรอบคอบ ไม่ว่าไปที่ใดก็มักจะเตรียมทางหนีทีไล่ไว้เสมอ
แต่เพิ่งมาถึงเป่ยตี๋ได้ไม่ทันไรก็จะเริ่มขุดอุโมงค์ เหมือนจะรีบร้อนไปสักหน่อย
หลิ่วหมิงอดขำไม่ได้ “นายน้อย จะไม่รีบร้อนเกินไปหรือขอรับ?”
ฉินเฟิงส่ายหน้า สายตามุ่งมั่น “ไม่สักนิด การขุดอุโมงค์จากที่นี่ไปนอกเมืองเป็นงานใหญ่”
“อีกทั้งเพื่อปิดบังสายตาผู้คน ความเร็วในการขุดไม่อาจเร็วไปช้าไป ต้องลงมือทันที”
“การที่พวกเราอยู่ในเมืองหลวงเป่ยตี๋ หมายความว่า ชีวิตของพวกเราอยู่ในกำมือของผู้อื่น ข้าไม่ชอบความรู้สึกที่ชีวิตไม่ได้อยู่ในการควบคุมของตัวเอง อุโมงค์ แม้ในที่สุดอาจไม่ได้ใช้ประโยชน์ ก็ยังดีกว่าไม่มีเมื่อต้องการใช้”
“ว่วนดินที่ขุดขึ้นมาให้กองไว้ที่ลานด้านหลังก่อน รอข้าเจรจากับจิ่งฉือเรียบร้อย เอาร้านค้ามาได้ ค่อยหาข้ออ้างขนดินออกไป”
พอเห็นฉินเฟิงจริงจัง หลิ่วหมิงก็ไม่ลังเลอีก
ในใจอดทึ่งไม่ได้ ในฐานะทูตต่างแดน เพิ่งมาถึงจุดหมายก็คิดเริ่มขุดอุโมงค์ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์เลวร้ายที่สุด ใต้หล้านี้ คงมีเพียงฉินเฟิงที่คิดทำได้
ทั้งจุดพักม้าเริ่มวุ่นวาย
ฉินเฟิงเพิ่งเตรียมพักผ่อน เสียงคุ้นหูก็ดังมา
“ฉินเฟิง เหตุใดเจ้าถึงช่วยข้า?”
“หากท่านเที่ยงธรรมแล้วทำให้ข้าไม่พอใจ ข้าก็จะเพิ่มค่าปฏิกรรมสงครามอีกหนึ่งล้านตำลึง ท่านคิดว่าการกระทำของท่านเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อแคว้น?”
เผชิญกับคำถามของฉินเฟิง จิ่งฉือพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
นางรู้ดี ในเรื่องการเมืองนางไม่มีทางเทียบกับฉินเฟิงและเฉินซือได้
แต่ฉินเฟิงใช้เพียงคำถามเดียวก็ทำให้ความมั่นใจที่นางพยายามสร้างขึ้นแตกสลายแล้ว
ดังที่ฉินเฟิงกล่าว ไม่ว่าจะเป็นขุนนางตรงฉินหรือกังฉิน สุดท้ายแล้วควรวัดด้วยคุณธรรมส่วนตัวหรือการอุทิศตนเพื่อบ้านเมืองกันแน่?
ฉินเฟิงที่อยู่ตรงหน้า เขาไม่อาจนับว่าเป็นขุนนางที่ดีได้เลย จะเป็นขุนนางกังฉินก็ไม่ถึงขั้น แต่ก็เป็นหนามยอกอกที่ราชวงศ์หลี่แห่งต้าเหลียงอยากกำจัดให้พ้นทางโดยเร็ว
กระนั้น…
ภายใต้การปกครองของเขา ชายแดนเหนือของแคว้นต้าเหลียงที่เคยร้างไร้กลายเป็นแผ่นดินที่รุ่งโรจนืที่สุด ประชาชนอยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี
ครั้งมองไปทั่วแคว้นต้าเหลียง ทุกหย่อมหญ้าล้วนได้รับประโยชน์มากมายจากวิธีการไร้ยางอายและเลือดเย็นของเขา
ราวกับว่าคำว่าดีและชั่วไม่อาจใช้วัดหรือสรุปตัวตนของฉินเฟิงได้เลย
พอเห็นจิงฉือนิ่งเงียบไป ฉินเฟิงจึงกล่าวอย่างจริงจัง “องครักษ์ค่ายเทียนจีใต้บังคับบัญชาของข้า ตัดแขนของเฉินซือ ส่วนข้าสังหารเฉินโหมวที่ซางโจว แล้วสังหารเฉินหลี่อีกคน ทำลายกองพลหมาป่าเหมันต์ นับเป็นความแค้นลึกล้ำ แม้ตอนนี้เฉินซือจะถือดาบบุกเข้ามาสับข้าเป็นชิ้น ๆ ก็ถือว่าสมเหตุสมผล”
“แต่เจ้ารอดูเถิด คืนนี้ตอนข้าเลี้ยงสุราเฉินซือ เขาจะยิ้มแย้มแจ่มใสให้ข้าราวกับเสียดายที่ไม่ได้พบกันมาเนิ่นนาน”
“เพราะเขาวางเกียรติยศส่วนตัวไว้หลังผลประโยชน์ของแคว้น ฝังความแค้นไว้ในส่วนลึกของจิตใจ คำนึงถึงการสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนทั่วหล้าเป็นอันดับแรก!”
“องค์หญิง ท่านเข้าใจหรือไม่?!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ