เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 826

บทที่ 826 ใช้ฮ่องเต้ออกคำสั่งเหล่าขุนนาง

ระหว่างเสด็จประพาสทางตะวันออกคราวนี้ ฮ่องเต้ต้าเหลียงทรงพาองครักษ์หลวงมาเพียงห้าสิบคน แม้จำนวนจะน้อยแต่พวกเขาเป็นองครักษ์ที่ฮ่องเต้ต้าเหลียงไว้วางพระทัยมากที่สุด และยังเป็นทหารที่เก่งกาจที่สุดในแคว้นต้าเหลียง

แม้แต่ทหารค่ายเทียนจีที่ฉินเฟิงภาคภูมิใจไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ตัวต่อตัวหรือการรบด้วยกองกำลังเล็ก ๆ ก็ไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้ขององครักษ์หลวง

หากต้องการเอาชนะองครักษ์หลวงมีเพียงสองวิธี

หนึ่ง อาศัยความได้เปรียบด้านจำนวนคน ทำลายองครักษ์หลวงโดยตรง

สอง อาศัยยุทธวิธีและการโจมตีแบบฉับพลัน

องครักษ์หลวงห้าสิบคนราวกับกำแพงเหล็กที่ไม่อาจข้ามผ่าน ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าฮ่องเต้ต้าเหลียง ขวางกั้นพวกกบฏไว้อย่างมั่นคง

ทว่ากบฏที่บุกขึ้นมาก็มากขึ้นทุกที

องครักษ์หลวงจึงแยกเป็นหน่วยเล็ก ๆ สามคน ห้าคนบ้าง ผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าถือโล่ใหญ่ปกป้องหน่วยตนเองไว้ด้านหลัง ผู้อยู่ด้านหลังถือแหลนยาว ออกโจมตีอย่างเป็นระเบียบ

เผชิญหน้ากับศัตรูที่มากกว่าหลายเท่า องครักษ์หลวงไม่ได้เสียเปรียบแม้แต่น้อย หน่วยเล็กเพียงสามคนทำลายล้างศัตรูนับสิบได้ด้วยซ้ำ

ขณะที่องครักษ์หลวงกำลังต่อสู้อย่างดุเดือด ข่าวดีก็ส่งมาจากเชิงเขา “ฝ่าบาท กองกำลังหลักของข้าศึกถูกกองทัพช่วยเหลือฝ่ายเราโจมตีจนแตกพ่าย ทหารกบฏหนีกระจัดกันไปคนละทิศแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ได้ยินรายงานสถานการณ์ ฮ่องเต้ต้าเหลียงเผยรอยยิ้ม องครักษ์หลวงที่เขาภาคภูมิใจทำได้เพียงปกป้องเกียรติยศสุดท้ายของเขา การจะพลิกสถานการณ์มีแต่ต้องพึ่งเหล่าทหารภายใต้การบังคับบัญชาของฉินเฟิง

ทหารชายแดนเหนือห้าพันคนแสดความสามารถในการรบอย่างเหนือชั้น แม้ต้องเผชิญหน้ากับข้าศึกที่มีกำลังพลมากกว่าถึงสี่เท่าพวกเขาก็ยังโจมตีข้าศึกจนพ่ายได้ในเวลาอันสั้น

ฮ่องเต้ต้าเหลียงหัวเราะออกมาเบา ๆ อดทึ่งไม่ได้จริง ๆ “พวกเขาคือกองทัพของฉินเฟิงหรือ?”

“ผู้นำทัพนาม สวีจ่างชิง เขาเป็นพี่น้องร่วมตระกูลของสวีโม่ มีความสามารถรบในทำสงครามเพียงนี้ เหตุใดเจิ้นไม่เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมาก่อน?” ในสายตาของฮ่องเต้ต้าเหลียง ความสามารถทางการทหารของสวีจ่างชิงไม่ด้อยไปกว่าแม่ทัพคนสำคัญในราชสำนักเลย

คนที่มีความสามารถเช่นนี้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดย่อมต้องโดดเด่น

องครักษ์ผู้มาส่งสารส่ายศีรษะ สายตาเต็มไปด้วยความสับสน “กราบทูลฝ่าบาท สวีจ่างชิงเป็นคนไร้ชื่อเสียง ก่อนจะเข้าร่วมกับอำเภอเป่ยซีเกรงว่าเขาคงเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น”

คนธรรมดา…

ฮ่องเต้ต้าเหลียงถอนหายใจยาว แคว้นต้าเหลียงฝังกลบคนมีความสามารถไว้มากมายเพียงใดกันแน่?

ยิ่งไปกว่านั้น บรรดาอัญมณีล้ำค่าที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกไม่น่าดูล้วนแต่ถูกฉินเฟิงค้นพบทั้งสิ้น

แม้แต่ฮ่องเต้ต้าเหลียงก็ยังนึกอิจฉาที่อำเภอเป่ยซีเล็ก ๆ กลับสามารถรวบรวมผู้มีความสามารถไว้มากมายได้เพียงนี้

กล่าวถึงด้านการทหารก็ไม่ต้องพูดถึงจ้าวอวี้หลง หนิงหู่ และสวีโม่ พวกเขาล้วนเป็นแม่ทัพผู้แข็งแกร่งที่เคยต่อสู้เสี่ยงตายกับเป่ยตี๋ในสนามรบจริง

ด้านการปกครองหลินฉวีฉี หลี่จาง บริหารจัดการอำเภอเป่ยซีตลอดจนทั้งชายแดนเหนืออย่างเป็นระบบระเบียบ

แม้แต่ค่ายเทียนจีตอนนี้ก้มีผู้ดูแลถึงสองคน หนึ่ง หลู่หมิง อีกหนึ่ง ฉินเสี่ยวฝู

พึงรู้ไว้ว่า เดิมผู้จัดการค่ายเทียนจีทั้งสองคนเป็นเพียงไพร่ต่ำต้อย ทว่าภายใต้การบ่มเพาะของฉินเฟิง พวกเขากลับสามารถทำให้ค่ายเทียนจีรับมือกับแคว้นต้าเหลียงได้ด้วยซ้ำ

ส่วนหัวหน้าองครักษ์เสื้อแพรผู้ลึกลับนาม โม่หลี แม้แต่ฮ่องเต้ต้าเหลียงก็ยังรู้เรื่องของเขาน้อยนัก

“และหน่วยสุดท้าย องครักษ์เสื้อแพรที่ไม่ต้องปิดบังร่องรอย เปิดเผยตัวตน คอยติดต่อประสานงานกับฝ่ายต่าง ๆ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ตอนนี้มีเพียงหน่วยของหม่อมฉันที่จะถูกเรียกว่าองครักษ์เสื้อแพร การแขวนตำแหน่งว่างไว้ก็เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการและความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน”

ฮ่องเต้ต้าเหลียงรู้มานานแล้วว่าหน่วยองครักษ์เสื้อแพรใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไม่คิดว่าจะพัฒนาถึงขั้นนี้แล้ว

อย่างไรก็ตาม การที่หลิวเหยาเปิดเผยความลับทั้งหมดขององครักษ์เสื้อแพรออกมา หมายความว่า ฉินเฟิงไม่ได้ระวังตัวจากฮ่องเต้ต้าเหลียง

หรืออีกนัยหนึ่ง…

ฉินเฟิงตั้งใจจะแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองกับฮ่องเต้ต้าเหลียง

เช่นนี้ก็ดี อย่างไรเสียองครักษ์ชุดดำก็หันไปเข้ากับองค์ชายเจ็ด ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของฮ่องเต้ต้าเหลียงแล้ว ทำให้เขาขาดแคลนหน่วยสืบข่าวลับ

“ฉินเฟิงส่งเจ้ามาอยู่ข้างกายเจิ้น นอกจากป้องกันองค์ชายเจ็ดก่อกบฏแล้วเจ้ามีภารกิจอื่นอีกหรือไม่?” ฮ่องเต้ต้าเหลียงถามอย่างไม่ใส่ใจนัก ดวงตาเฉลียวฉลาดจับจ้องหลิวเหยาอย่างพินิจพิเคราะห์

หลิวเหยาตอบตรงไปตรงมา “ท่านโหวฉินสั่งไว้ว่า หากองค์ชายเจ็ดยังสงบเสงี่ยมก็ไม่ต้องทำอะไร แต่หากเขากล้าก่อกบฏจริงให้หม่อมฉันส่งสวีจ่างชิงมาปกป้องฝ่าบาท และขอให้ฝ่าบาทออกพระราชโองการมอบอำนาจการควบคุมกองทัพมังกรซ่อนพยัคฆ์ให้แก่ท่านมหาเสนาเป็นผู้บัญชาการ”

ได้ยินเช่นนี้ ฮ่องเต้ต้าเหลียงยิ้มขมขื่น “กองทัพมังกรซ่อนพยัคฆ์จะเคลื่อนพลได้หรือไม่ ไม่ใช่สิ่งที่เจิ้นจะตัดสินใจได้อีกแล้ว”

หลิวเหยารีบเสริม “ไม่ว่าอย่างไรท่านโหวก็ต้องการพระราชโองการจากฝ่าบาท นี่คือการออกรบอย่างชอบธรรมเพคะ”

ช่างเป็นข้ออ้างที่ดีเสียจริง!

ฮ่องเต้ต้าเหลียงไม่ใช่คนโง่ เขาย่อมตระหนักว่า ฉินเฟิงคงปรารถนาให้องค์ชายเจ็ดก่อกบฏ ด้วยเหตุนี้ฉินเฟิงจึงจะสามารถอาศัยอำนาจของฮ่องเต้ต้าเหลียงออกคำสั่งเหล่าขุนนางได้

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ