บทที่ 856 ฤดูหนาวกำลังจะมาเยือน ทั่วหล้าล้วนทุกข์ทน
ชาวบ้านทั้งหมดใคุกเข่าลงกับพื้นและโขกศีรษะ พร้อมเปล่งเสียงพร้อมเพรียง
จิ่งเชียนอิ่งตั้งใจจะห้ามชาวบ้านไม่ให้โขกศีรษะ แต่หลี่จางขวางเอาไว้เสียก่อน
ภายใต้สายตาสงสัยและไม่เข้าใจของจิ่งเชียนอิ่ง หลี่จางกระซิบเตือนเบา ๆ “องค์หญิง นี่เป็นความตั้งใจของพี่ฉิน การให้ความเมตตาต่อประชาชนเป็นเพียงด้านหนึ่ง สิ่งสำคัญคือการสร้างบารมี ให้ประชาชนตระหนักอย่างชัดเจนว่า พวกเขามีองค์หญิงอีกองค์ และองค์หญิงองค์นี้ก็กำลังจะเสด็จกลับสู่แคว้น”
“หากพระองค์แสดงความเมตตาเกินไป ประชาชนจะเห็นท่านเป็นเพียงคนดีคนหนึ่ง แต่จะไม่ถือว่าเป็นราชวงศ์ที่ชอบธรรม”
ได้ยินคำพูดนี้ จิ่งเชียนอิ่งเข้าใจ นางไม่เชี่ยวชาญเรื่องการเมือง แต่เมื่อเป็นความตั้งใจของฉินเฟิง แค่ปฏิบัติตามก็พอแล้ว
จิ่งเชียนอิ่งนั่งอยู่บนหลังม้า มองผู้คนที่คุกเข่าคารวะอยู่บนพื้น
เมื่อรู้สึกถึงความน่าเกรงขามที่จิ่งเชียนอิ่งแผ่ออกมา ชาวบ้านยิ่งเคารพยำเกรง
หลี่จางกับจิ่งเชียนอิ่งไม่ได้หยุดพักที่หมู่บ้านหินดำนานนัก พวกเขามอบเสบียงอาหารให้ไว้ แล้วนำขบวนใหญ่มุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ห่างไกลอื่น
ตลอดการส่งมอบเสบียง กองทัพไม่ได้เข้าใกล้หมู่บ้านหินดำในระยะห้าร้อยก้าว
พอมองขบวนที่กำลังเคลื่อนห่างออกไป ชาวบ้านหมู่บ้านหินดำราวตื่นจากความฝัน
“ท่าน…ท่านผู้ใหญ่บ้าน ข้าไม่ได้กำลังฝันอยู่ใช่หรือไม่?!”
ชายร่างกำยำวัยสามสิบมองตามขบวนคนและม้าที่ยิ่งใหญ่ ก่อนจะเช็ดเหงื่อบนฝ่ามือ แล้วลองหยิกต้นขาตัวเองแรง ๆ
หลังความเจ็บปวดแล่นริ้ว ชายวัยกลางคนดีใจจนแทบบ้า ด้วยความเจ็บปวดนี้ยืนยันต่อเขาว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นความจริง
ไม่เพียงแต่ชายร่างกำยำที่ไม่อยากจะเชื่อ แม้แต่ผู้ใหญ่บ้านที่มีชีวิตมากว่าห้าสิบปีก็เพิ่งเคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้เป็นครั้งแรก ผู้ใหญ่บ้านชรากลืนน้ำลายลงคอ แล้วกล่าวอย่างไม่อยากเชื่อ “สำหรับหมู่บ้านห่างไกลเช่นพวกเรา การที่กองทัพใดก็ตามขอผ่านทาง นับว่าร้ายแรงยิ่งกว่าภัยธรรมชาติ”
“ครั้งอดีต ตอนมีการสู้รบตามชายแดน กองทัพที่มาจากเมืองหลวง เคลื่อนผ่านไปทางใดก็กวาดต้อนชายฉกรรจ์ไปทางนั้น ชายหนุ่มแรงงานถูกเกณฑ์ไปล้มตายในสนามรบ”
“เมื่อครู่พวกเจ้าก็เห็น กองทัพนี้ตั้งใจเดินห่างจากหมู่บ้านมาก เรียกได้ว่า ไม่แตะต้องแม้แต่ขนสัตว์เล็ก ๆ”
ไม่แตะต้องแม้แต่ขนสัตว์เล็ก ๆ…
แม้แต่เด็กก็รู้จักวลีนี้ แต่เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นกับตัวเองจริง ๆ กลับประหลาดใจอยู่บ้าง เพราะสำหรับสามัญชน โลกนี้แทบไม่มีกองทัพที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดเช่นนี้อยู่จริง
แม้แต่กองทัพที่เก่งกาจและมีวินัยอย่างที่สุดก็ยังอาจสร้างความเสียหายให้แก่ประชาชน…ไม่มากก็น้อย
แต่ทหารของฉินเฟิงกลับทำได้จริง ๆ
ชาวบ้านมองหน้ากันไปมา ชั่วขณะก็เกิดเสียงเซ็งแซ่
“นี่…นี่คือกองทัพของโหวฉินหรือ?!”
“สมแล้วที่เป็นกองทัพภายใต้การบัญชาของโหวฉิน ไม่เคยพ่ายแพ้ในการรบ ชนะร้อยศึก กองทัพที่มีวินัยเคร่งครัดเช่นนี้ เหมาะสมแล้วจริง ๆ”
“ความมีวินัยเคร่งครัดเป็นเพียงด้านหนึ่ง พวกเจ้าก็เห็นแล้วว่ารองแม่ทัพคนนั้นดุดันเพียงใด ต้องบอกเลยว่า วินัยเคร่งครัดเป็นเรื่องรอง เหตุผลที่กองทัพนี้สามารถรักษาความสงบเรียบร้อยได้ สิ่งสำคัญคือแม่ทัพสามารถควบคุมกองทัพได้”
“พูดถูกต้อง! โหวฉินเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่เพียงใดกันเล่า?!”
“ไม่เพียงแต่โหวฉิน แม้แต่ซื่อจื่อคนนั้นก็ไม่ใช่คนธรรมดาเลย”
จิ่งเชียนอิ่งรู้ดี คำพูดเหล่านี้ของหลี่จางเป็นเพียงการปลอบใจนาง แต่นางก็ยังเชื่อมั่นในฉินเฟิงเต็มเปี่ยม
หากแม้แต่ฉินเฟิงยังไม่สามารถกวาดล้างอุปสรรคได้ เกรงว่าคงไม่มีผู้ใดในใต้หล้าพานางกลับคืนราชวงศ์จิ่งแห่งเป่ยตี๋ได้
ขณะกำลังกล่าว หมู่บ้านอีกแห่งก็ค่อย ๆ ปรากฏสู่สายตา
ตั้งแต่ระยะไกล กองกำลังใหญ่หยุดลงเช่นเดียวกับครั้งก่อน แล้วหลี่จางกับจิ่งเชียนอิ่งก็นำเสบียงอาหารไปปลอบขวัญและให้กำลังใจด้วยตนเอง
เป่ยตี๋ได้เข้าสู่ฤดูหนาวอันหนาวเหน็บแล้ว แคว้นเหลียงก็ไม่ได้เป็นดินแดนที่มีเสียงนกร้องและดอกไม้บานแต่อย่างใด ทางเหนือต้าเหลียงแม้ไม่มีหิมะตก แต่ก็ยากลำบากมาก ส่วนจงหยวนยังไม่ได้เปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าหนาของฤดูหนาว แต่ก็สวมเสื้อผ้าฤดูใบไม้ร่วงทับกันหลายชั้นแล้ว
ชาวบ้านที่ร่ำรวยยังพอมีเสื้อผ้าฤดูใบไม้ร่วงเหลือใส่ แต่คนยากจนจะมีเสื้อผ้าฤดูใบไม้ร่วงสักตัวที่ดูดีหรือ? ก็ได้แต่สวมเสื้อผ้าฤดูร้อน ฝืนทนความหนาวเหน็บ หากทนไม่ไหวจริง ๆ ก็ยัดฟางข้าวเข้าไปในเสื้อผ้าอีกชั้น
ถ้าไม่ถูกบีบคั้นจนไม่มีทางเลือก ผู้ใดเล่าจะอยากแสดงความฉลาดปราดเปรื่องเช่นนี้?
ชาวบ้านทั่วหล้า ล้วนเป็นเหมือนกัน
ชาวบ้านแคว้นต้าเหลียง เทียบกับชาวบ้านเป่ยตี๋ ถึงจะดีกว่า ก็ดีกว่าไม่มากนัก ยิ่งไปกว่านั้น ชาวบ้านในจงหยวนที่ควรจะมีสภาพชีวิตดีที่สุดกลับต้องทนทุกข์ทรมานที่สุดในฤดูหนาวปีนี้ ทางเหนืออยู่ใกล้เมืองหลวง อีกทั้งยังอุดมสมบูรณ์ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้จริง ๆ ยังดีที่ราชสำนักคอยดูแลพวกเขาอยู่บ้าง
ส่วนทางใต้ของต้าเหลียง ฤดูหนาวแทบจะไม่มีอยู่จริง
ขณะที่ชาวชายแดนเหนือกำลังจะแข็งตาย ชาวชายแดนใต้ยังสวมเสื้อผ้าฤดูร้อน ใช้ชีวิตสบาย ๆ
เขตจงหยวนต้าเหลียง ฝ่ายสนับสนุนฮ่องเต้ในจงหยวนเดิมพันผิด ทำให้ตระกูลฉินไม่พอใจ สูญเสียความไว้วางใจจากฮ่องเต้ต้าเหลียง พวกเขาไม่มีเวลามาดูแลตัวเองแล้ว ชาวบ้านในท้องถิ่นกลายเป็นเหมือนลูกที่ไม่มีผู้ใดรัก ไม่มีคนใส่ใจ
ขณะที่ยังเหลือเวลาช่วงหนึ่งก่อนฤดูหนาวอันหนาวเหน็บจะมาเยือนอย่างแท้จริง ชาวบ้านในจงหยวนก็พากันออกมาตามท้องถนนและทุ่งโล่ง บ้างก็เก็บฟืน บ้างก็หาอาหาร เตรียมพร้อมสำหรับฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง ในขณะนั้นเอง ขบวนรถม้าขบวนหนึ่งเคลื่อนตัวไปตามถนนหลวง เข้าสู่อาณาเขตของพรรคสนับสนุนฮ่องเต้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ