บทที่ 871 ความอบอุ่นของหิมะในฤดูหนาว
อู๋… อู๋ฉีตายแล้ว?!
ทุกคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุมึนงง ราวกับกำลังฝัน แต่พอสายตาตกลงบนร่างไร้วิญญาณของอู๋ฉี พวกเขาก็ตระหนักได้ว่าทุกสิ่งเป็นความจริง
สถานที่เกิดเหตุที่เดิมเงียบอยู่แล้วราวไร้สิ่งมีชีวิต ชาวบ้านตกใจจนหน้าซีด ร่างกายสั่นเทา ส่วนบ่าวรับใช้เรือนตระกูลอู๋ที่ยืนแข็งทื่อตกตะลึง พอตั้งสติได้ก็รีบวิ่งกลับไปเรือนตระกูลอู๋
หัวหน้าโจวที่แอบมองผ่านช่องประตูใหญ่ของศาลาว่าการกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะพึมพำเบา ๆ
“หนิง…หนิงเชียนฮู่ฆ่าอู๋ฉีราวกับเชือดไก่ โหดเหี้ยมจริง ๆ”
เหล่ามือปราบที่อยู่ไม่ไกลตัวสั่นด้วยความกลัว ถามด้วยความตื่นเต้น
“หัวหน้า หนิง…หนิงเชียนฮู่เป็นผู้ใด?”
หัวหน้าโจวสูดจมูกแล้วกระซิบเสียงต่ำ “มือขวาขาซ้ายของฉินเฟิง มีชื่อเสียงโด่งดังว่าโหดเหี้ยมเด็ดขาดมานานแล้ว”
“ชายแดนเหนือต้าเหลียงมีแม่ทัพใหญ่สามคน หนิงหู่เป็นหนึ่งในนั้น”
“มีเรื่องเล่าว่า ช่วงสงครามระหว่างแคว้น หนิงหู่นำกองกำลังองครักษ์ค่ายเทียนจีแทรกซึมเข้ามาในแคว้นของพวกเรา อาศัยการโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว เผาทำลายคลังเสบียงและป้อมปราการมากมายนับไม่ถ้วน”
“ภายหลังถูกล้อมอยู่ที่ภูเขาชิงอวี้ ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับฉินเฟิง ใช้กำลังพลเพียงหนึ่งถึงสองร้อยคนต้านทานกองทัพปราบปรามนับหมื่นคนของเป่ยตี๋เรา ไม่รู้ว่าผ่านการโจมตีกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง”
“ทหารเป่ยตี๋ที่ต้องตายที่ภูเขาชิงอวี้ราว ๆ สามพันคนถึงห้าพันคนได้…”
เหล่ามือปราบพลันขนลุกซู่
พวกเขาล้วนเป็นคนท้องถิ่นในอำเภอเล็ก ๆ ไหนเลยจะเคยได้ยินวีรกรรมน่าสะพรึงเช่นนี้ มุมมองของพวกเขาพลิกผันไปโดยสิ้นเชิง
พวกเขามองผ่านช่องประตูไปยังแขนแข็งแกร่งของหนิงหู่ อดรู้สึกหวาดกลัวไม่ได้จริง ๆ
หัวหน้าโจวกล่าว น้ำเสียงทุ้มต่ำ “หนิงเชียนฮู่ผู้นี้มีฉายาว่า…เสือร้าย เขาเป็นแม่ทัพที่ดุร้ายที่สุดข้างกายฉินเฟิง ฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา!”
ทหารน้อยขาสั่นด้วยความกลัว สายตามองเลยไปทางด้านข้างหนิงหู่ มองชายผู้ที่ยืนยิ้มอยู่ตลอด แล้วถามเสียงเบาว่า “แล้วคนผู้นั่นเป็นใครหรือขอรับ?”
หัวหน้าโจวส่ายหน้า “ข้ายังไม่รู้นามเขา แต่ถ้าไม่ใช่หลิ่วหมิงก็ดีไป”
“ผู้ใดหรือ?” ทหารน้อยสงสัยกับชื่อที่ถูกเอ่ยถึง
หัวหน้าโจวพลันเช็ดเหงื่อเย็นที่ซึมออกมาบนหน้าผาก “หลิ่วหมิงเป็นหัวหน้าหน่วยลับ ข่าวแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงว่า เขาเป็นคนสนิทของฉินเฟิง แต่วิธีการทำงานโหดเหี้ยมมาก ผู้ใดตกอยู่ในเงื้อมมือของเขา การตายไปเสียนับว่าเป็นโชค”
เหล่ามือปราบหนาวสะท้ายไปถึงกระดูกสันหลัง “แค่มือซ้ายมือขวาก็น่ากลัวเพียงนี้ แล้วฉินเฟิงจะเป็นปีศาจร้ายเพียงใด?”
“ไม่น่าแปลกใจเลย…พวกเราชาวต้าตี๋ยกทัพไปรบกับแคว้นเพื่อนบ้านรอบด้าน ได้รับชัยชนะเสมอ แต่คราวนี้กลับพ่ายแพ้แก่ชายแดนเหนือต้าเหลียงได้…”
“เกรงว่าทั่วทั้งแคว้นเป่ยตี๋ คงมีเพียงกองพลพญาอินทรีกับกองพลหมาเหมันต์ที่จะต่อกรกับพวกฉินเฟิงได้”
ได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าหัวหน้าโจวสิ้นหวังอย่างยิ่ง “พวกเจ้าไม่รู้หรือ กองพลหมาป่าเหมันต์ถูกฉินเฟิงทำลายไปแล้ว”
“หา?!”
เหล่าเจ้าหน้าที่มือปราบตาเหลือก อ้าปากค้าง ตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน หัวหน้าโจวไม่ได้ลงรายละเอียดมากนัก เพราะเรื่องการล่มสลายของกองพลหมาป่าเหมันต์ ทางราชสำนักยังปิดบังไว้ ผู้คนในเมืองไม่มีทางรู้ แม้แต่หัวหน้าโจวเองก็ได้ยินเรื่องนี้มาโดยบังเอิญจากปากของเฉินเถียน
ตอนนี้ หัวหน้าโจวและเหล่ามือปราบต่างโล่งใจ รู้สึกขอบคุณเฉินเทียนอย่างสุดซึ้ง
การที่เฉินเทียนสามารถถอนตัวออกมาได้โดยไม่ได้ทำให้ฉินเฟิงขุ่นเคือง นับเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตเขา
เรียกว่า เตรียมพร้อมไว้ก่อน
ฉินเฟิงยื่นขนมให้เด็กหญิงตรงหน้าพลางยิ้มอย่างอ่อนโยน แล้วกล่าวว่า “อย่ากลัวเลย เอาไปเถิด”
เด็กเล็กปลอบโยนง่าย เด็กหญิงยื่นมือออกมาจะรับขนม แต่กลับถูกผู้เป็นมารดาตีมือเสียก่อน
เด็กหญิงร้องไห้จ้าออกมาทันที ฉินเฟิงไม่ได้คิดอะไรมาก เขาอุ้มเด็กหญิงขึ้นมา แล้วจ้องมองหญิงผู้เป้นมารดาด้วยความโกรธ
“ไยเจ้าเป็นแบบนี้? ข้าให้ขนมเด็กน้อย เกี่ยวอะไรกับเจ้า? เหตุใดเจ้าต้องลงไม้ลงมือกับเด็กด้วย?”
เผชิญหน้ากับคำตำหนิของฉินเฟิง หญิงวันกลางคนก็ไม่รู้ว่าควรตอบหรือไม่ตอบดี
ในที่สุดสามีนางที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็รวบรวมความกล้า ฝืนใจตอบออกมาประโยคหนึ่ง “พวกข้าเป็นเพียงไพร่ต่ำต้อย ไม่กล้าเทียบเทียมท่าน”
ฉินเฟิงแค่นเสียงเบา ๆ “เทียมท่านไม่เทียมท่านอะไรกัน ก็แค่ขนมชิ้นเดียว”
“อีกอย่าง ข้ารับเฉพาะแรงงานแข็งแรง เจ้าเป็นสตรี ทั้งบุตรก็ยังน้อย เจ้ามาวุ่นวายอะไรที่นี่?”
หญิงวัยกลางคนใบหน้าแดงก่ำด้วยความประหม่า ตอบอึกอัก “ข้าถูกตระกูลอู๋ลากตัวมา กลัวว่าลูกจะอดตายที่บ้าน จึงพามาด้วย ขอร้องท่านโหวฉินโปรดละเว้นชีวิตเถิด”
พอเห็นสามีภรรยาคู่นี้กำลังจะคุกเข่าขอความเมตตา ฉินเฟิงรีบโบกมือห้าม บ่งบอกว่าไม่จำเป็น ภายใต้สายตาของทุกคน ฉินเฟิงลูบศีรษะเด็กหญิง ปลอบประโลมอย่างสุดความสามารถ จนเด็กหญิงสงบลงจึงส่งคืนให้หญิงผู้เป็นแม่
แล้วฉินเฟิงหันไปทางศาลาว่าการอำเภอ “ข้างนอกอากาศหนาวเหน็บ หิมะก็ตกอยู่ เจ้าพาเด็กไปหลบที่ศาลาว่าการอำเภอเถิด ข้างในอุ่นกว่า”
คำพูดนี้หลุดออกมา ยังไม่ทันที่หญิงกลางคนจะตั้งตัว หัวหน้าโจวก็รีบเปิดประตูใหญ่ วิ่งเหยาะ ๆ มาต้อนรับนางกับเด็กน้อยเข้าไปในศาลาว่าการอำเภอ
มีโอกาสแสดงตัวต่อหน้าโหวฉินก็ต้องรีบคว้าเอาไว้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ